Wednesday, October 11, 2006

ออกพรรษา อีกหน่อย!




บรรยายกาศบ้านที่ แก่งกระจานคันทรีรีสอร์ทคลับ ค่อนข้างดีมาก อยู่ในหุบเขา ห่างไกลความเจริญ ห่างไกลผู้คน เหมาะที่จะเติมแบตเตอรี แก่ผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง อย่างยิ่ง ดูปารย์เอง ก็คงจะมีความสุข

อยู่ท่ามกลางญาติ (รวมญาติฝ่ายแม่ กันเลยทีเดียว) ถึงแม้ เน้นกิจกรรมที่ปารย์ ไม่ค่อยถนัด เช่น เตะฟุตบอล ร้องคาราโอเกะ และ เล่น ...เอ้อ รำพัด ปารย์ก็หาอะไรเล่นเองได้ อย่างไม่เคอะเขิน

Tuesday, October 10, 2006

วันออกพรรษา!!



ช่วงปารย์ยังปิดเทอมอยู่ คงเป็นช่วงที่ปารย์สนุกสนาน กับการมีคนเอาใจ อยู่บ้านยาย
วันศุกร์ ก่อนออกพรรษา พ่อไปเยี่ยม พร้อมกับ เป็นพลขับพายาย และน้าปุ๊ก ไปเที่ยว แก่งกระจาน
ดีว่าพ่อ เตรียมเอาเจ้า Ique M3 ไปช่วยนำทางด้วย ไม่่งั๊น เหอะๆ เค้าไป แก่งกระจานคันทรีรีสอร์ทคลับ กันครับ โอเค มันอยู่ไหน ล่ะ กว่าจะถึง M3 บอกได้แต่ทางขรุขระ เค้าตัดทางใหม่กันแล้ว ก็ไม่ยักพาไป

หลังจากเข้าที่พัก ก็เที่ยวเตร็ดเตร ไปเขื่อนดินแก่งกระจาน ดูน้ำเยอะมาก รูปน้ำไปไหนแล้ว น้ำไหนแล้ว!

Saturday, September 30, 2006

ปิดเทอม!!


หลังจากปารย์ต้องทดสอบความรู้ ความสามารถ กันครบ 3 วัน (เตรียมอนุบาล เนี้ยะนะ) วันศุกร์ โรงเรียนก็จัดเลี้ยงรับวันปิดเทอมกัน โดยแม่ปารย์ลงแรง จัดการกับสมเช้ง ให้ดูสวยงาม น่ากิน เพื่อปารย์จะได้เอาไปร่วมงานเลี้ยงส่ง ตกเย็นปารย์เอาขนมอะไรไม่รู้มาแบ่งพ่อ เยอะแยะไปหมด แม่บอกว่าเป็นของจากงานเลี้ยง (มีตุนกลับมาเผื่อพ่อ ตั้งแต่เตรียมอนุบาลเลย)

ช่วงปิดเทอม แม่ต้องไปทำงาน ออกเรือที่ทะเลซูลู (ไม่รู้จะรอดเจ้าพายุช้างสาร ไม่น๊อ) พ่อกับแม่ ปรึกษากันไม่ลงตัวซะที ว่าปารย์ควรจะทำกิจกรรมอะไร ช่วงปิดเทอม ทางเลือกก็คือ เข้าร่วมกิจกรรม October fun clamp ที่โรงเรียนจัด แพง! อีกทางก็คือให้บ้านไปนั่งเล่น นอนเล่น กินเล่น และเล่นกับเพื่อนที่บ้านเด็ก อันนี้ดี คือถูกดี แต่ปารย์คงเอาแต่ใจน่าดูชม ตอนกลับไปเข้าโรงเรียน ก่อนวันสุดท้าย น้าปุ๋ยก็เสนอทางเลือกให้อีก โดยให้ปารย์ไปอยู่บ้านยาย ที่บางพลัด แรกๆก็ดูไม่น่าเป็นที่สนใจ เท่าไรเพราะกลัวปารย์จะไป ก่อกวน จนญาติๆ จะอยู่กันไม่สุข แต่เมื่อปรึกษา ถก บรรยาย อภิปราย กันอยู่ สองคนคือ พ่อกับแม่ เพราะปารย์ไม่สนใจ สรุปได้ความว่า ปารย์จะย้ายบ้านชั่วคราว 2 สัปดาห์ไปอยู่กลับน้าปุ๋ย น้าปุ๊ก น้าเอ๋ ยาย และอีกหลายคน (มั๊ง) เพื่อให้พ่อใช้ชีวิตนักศึกษา โสด เต็มรูปแบบ (จำเป็นไหม๊ ยิ้มกรุ้มกริ่มเล็กน้อย แต่พองาม มาก) พ่อเลยจำใจ รีบพาปารย์ไปตั้งแต่วันเสาร์เลย (โทษทีวันแรกของช่วงปิดเทอมเลย ด้วยความอาลัยมาก) หลังจาก เราไปส่งแม่ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ (แม่ปารย์ อินเทรน มาก อยากไปรอกระเป๋า ที่ล่าช้า เพื่อว่าจะมีน้องทหารช่วยขน)

พ่อวางแผนว่าจะ หาไมค์ ไปคุยกับปารย์ช่วงกลางวัน โดย Skype ทุกวันเอานะปารย์นะ

Thursday, September 28, 2006

ปารย์กลับมาแล้ว!!!

หลังจากที่ปารย์ไม่สบาย มีไข้ เพราะ ไอติมอักเสบ!! คือรับไอติมเกินที่ ทอนซิลจะทนได้ ก็เลยอักเสบ ร่วมเวลาก็กว่า 1 สัปดาห์ พ่อกับแม่ก็ต้องประคบประหงม กันตามระเบียบปฏิบัติ
หลังจากไข้ และอาการอื่นๆ หายไป ก็เหลือแต่อาการข้างเคียง คือเอาแต่ใจ ประเภทหมอห้ามขัดใจ คืนก่อน พ่อกับแม่ เลยปล่อยให้ปารย์ เต้นแร็บประกอบคำร้อง ของตัวเองอยู่นานมาก โดยสาเหตุ ก็แค่ต้องการให้พ่ออุ้มไปข้างนอก ง่วงเกินเหตุ จนหลงประเด็น ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร สุดท้ายพ่อทนไม่ไหวต้องโอ๋ กันอีก พ่อถึงกับเครียดอยู่นาน แต่หลังจากวันนั้น อาการข้างเคียงก็ค่อยๆ หายไป จนปารย์คนที่น่ารัก คนเดิมกลับมา พ่อดีใจจัง!!

Monday, September 18, 2006

ดูวัว + ขี่ม้า ตามประสาเด็กๆ

ก๊วนประมงของแม่ได้ฤกษ์พาเด็กไปเที่ยวกัน เป้าหมายแรกคือไปขี่ม้าที่ค่ายอดิศร แต่ต้องผิดหวังเล็กน้อยเพราะพอไปถึงเจ้าหน้าที่บอกว่าหมดเวลาแล้วครับ ถ้าจะขี่ม้าต้องมาจองม้าตั้งแต่ 07:30 ฮึฮึ ตอนนั้นเราเพิ่งออกจากบ้านกันเอง พวกเราเลยทำได้แค่พาเด็กไปดูเขาอาบน้ำม้า และดูม้าในคอก อย่างใกล้ชิด

เป้าหมายต่อไป ฟาร์มโชคชัย ละกัน ด้วยว่าเราไปกันวันอาทิตย์คนไปเที่ยวฟาร์มกันเยอะแยะไปหมด เราได้ตั๋วของรอบบ่ายสาม แหนะเลยละเลียดกินกลางวันกันที่ร้านเดรี่ควีนส์ ปากทางเข้าเขาใหญ่

ท่ามกลางสายฝนอ่อยๆ ก๊วนเราเริ่มต้นด้วยการฟังประวัติศาสตร์ฟารม์โชคชัย ต่อด้วยรีดนมวัว อาเจี้ยงพ่ออน้องหนุน เป็นอาสาสมัครเข้าไปรีดนมวัวด้วยวิธีโบราณด้วย สงสารวัวจัง



ต่อด้วยแนะนำการทำไอศครีม อึม !!! มิ้ว ให้ลองชิมนิดหนึง อร่อยดี แล้วก็ไปดูโชว์คาวบอยกัน ในบริเวณนี้มีบริการนั่งรถมา และขี่ม้าสำหรับผู้ใหญ่ด้วย แม่จ่ายไป 100 บาท ให้ปารย์ แม่ ยาย และ พ่อ นั่งรถม้ารอบเล็กๆ 1 รอบ ดูปารย์สนุกสนานมาก ถ้าไม่สนุกแม่เสียดายแย่ ตั้งร้อยหนึง






ส่วนอาโย่งได้ขี่ม้าร้อบเล็กๆอีกเหมือนกัน ไป 1 รอบ (40 บาท) อาโย่งขี่ม้านี่เล่นเอาน้องหนุนน้ำตาไหลพราก เพราะอยากขี่บ้าง และอาเปิ้ลน้ำลายไหลย้อย เพราะอดขี่ เนื่องจากพี่ปิ๊งๆ ไม่อนุญาต พี่ปิ๊ง กลัวแม่ตกม้าอะค่ะ สงสารอาเปิ้ลจังอุตส่าห์เป็นคนชวนมา trip นี้เพราะอยากขี่ม้า แต่เพื่อลูกแม่ยอมได้...

แวะดูการแสดงการฝึกสุนัขของฟาร์มพักหนึ่ง อันที่จริงระหว่างทางเจ้าหน้าที่ของฟาร์มก็ชี้ชวนดูโน่นนี่ในฟาร์มตั้งเยอะแต่จำได้ไม่หมด มันกว้างจัง

ถัดมาเป็นส่วนสวนสัตว์เด็ก และขี่ม้าสำหรับเด็ก ครานี้เป็นทีของน้องหนุน เพราะเธอขอขี่ม้ามาตั้งแต่ตอนอยู่บ้าน เลยขี่ซะสมใจอยาก คาดว่ามากกว่า 10 รอบ ก็รอบละไม่เท่าไร 30 บาทเอง พ่อแม่กระเป๋าเบาไปเลย ลูกปารย์ขี่ไป 1 รอบ ดูก็ชอบอยู่นะ แต่ก็เกร็งๆ เล็กน้อยเวลาอยู่บนหลังม้า ปารย์อาจจะสนุกกับการให้นมลูกวัว และให้อาหารสัตว์ในสวนสัตว์เด็กมากกว่า ที่ยอมขี่ม้านี่ก็มาจากการผลักดันของยายหนะแหละ






ปิดท้ายด้วยการแสดงความสามารถของสัตว์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสุนัข สนุกดีเหมือนกัน ดูแล้วก็คุ้มกับค่าเข้า 250 บาทอยู่หรอก ปารย์ก็ได้ประสบการณ์ตรงตั้งหลายอย่างด้วย

Wednesday, September 13, 2006

รองเท้าเป็ด

อาทิตย์ที่แล้วไปเดินหาซื้อหมวกจักรยานที่เซ็นทรัลให้พ่อปารย์กัน แต่บังเอิญเดินผ่านส่วนขายรองเท้าเด็ก และกำลังลดราคาอยู่ เลยตัดสินใจอนุญาติให้ปารย์เลือก รองเท้าเอง 1 คู่ แต่พอปารย์เลือกแม่ถึงกับหงายหลัง ไม่ใช่ว่าเพราะราคาหรอกนะ แต่มันเป็นรองเท้าส้นสูงสีชมพูอะ ปารย์คงยังไม่เข้าใจว่าทำไมแม่กับพ่อถึงได้หัวเราะกันขนาดนั้น และคงยังไม่รู้ว่า สีบางสี และของบางอย่างเหมาะถูกคิดขึ้นมาให้เหมาะกับเฉพาะเพศ เฉพาะบุคคล แม่ค่อยๆสอนไปละกันนะ

สุดท้ายหวานล้อมกันอยู่นาน ปารย์ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นรองเท้า สีแดง+น้ำเงิน ที่สามารถใส่ได้ทั้งสองเพศ เออ!! ค่อยยังชั่ว ปารย์เรียกรองเท้าคู่นี้ว่ารองเท้าเป็ด (มีรูปเป็ดอยู่กลางหลังเท้า)

ตั้งแต่ได้รองเท้าเป็ดมาเลยลืมไปเลยว่าไปโรงเรียนต้องใส่รองเท้านักเรียน จะใส่แต่รองเท้าเป็ดเท่านั้นคู่อื่นไม่ยอมใส่ ตอนนี้ปารย์ใส่รองเท่าเป็ดได้คล่องมากทั้งใส่ทั้งถอด ไม่ต้องให้แม่ช่วยเลย

Friday, September 01, 2006

บ้านปารย์ ver 2



หลังจากบ้านปารย์ ver1 ที่สร้างมาตั้งแต่ปารย์เริ่มคลานคล่อง และโดนแก๊งเพื่อนปารย์ในซอยยำซะบอบช้ำ แม่กับปารย์เลยช่วยกันซ่อมแซมบ้านหลังเก่าโดยการเปลี่ยนชิ้นส่วนบางส่วน ชิ้นส่วนนี้แม่ได้อานิสงมาจากการซื้อตู้เย็นใหม่ของ office



บ้าน ver2 นี้ปารย์โตพอจะช่วยแม่ทำได้แล้ว เราเลยสนุกกันใหญ่



อยากเอา รูปบ้าน Ver1 มาแปะไว้ด้วย แต่แม่หาไม่เจอซะที ไม่รู้เอารูปเก่าๆ ไปเก็บไว้ไหน


สำเร็จแบบไม่มีสีสันอีกแล้ว

Monday, August 28, 2006

เที่ยว เที่ยว เที่ยว


เมื่อวันที่ 27 ส.ค.แม่รวมแก๊ง เพื่อนประมงไปเที่ยวบ้านอาตุ๊กเพื่อนประมงของแม่อีกคน ที่คลองพระรามกัน คงมีเพื่อนประมงน้อยคนที่รู้ว่าตุ๊กอาศัยอยู่ในบ้านเรือนไทย ราคาเรือนหลายล้าน ตั้งอยู่กลางป่าจาก และนากุ้งธรรมชาติ ที่ดูเป็นการเลี้ยงกุ้งแบบยั่งยืนจริงๆ งานนี้นอกจากได้เที่ยวบ้านเรือนไทยของอาตุ๊กแล้ว ยังได้นั่งเรือ (บ้านอาตุ๊กใช้ทางเรือได้อย่างเดียว) และได้เที่ยววัดสาขลาด้วย

ตอนไปบ้านอาตุ๊กนี่ บรรดาแม่ๆต่างก็หวาดเสียวว่าลูกจะวิ่งไปชนกระถางต้นไม้ลายคราม หรือ ถ้วยเบญจรงค์ราคาแพงของเขาบ้างหรือเปล่า ก็มันแพงอะดิ กลัวไม่มีปัญญาใช้เขา และประทับใจมากกับวิถีไทย รวมทั้งการทำบุญเลี้ยงพระแบบปราณีต ที่ทำอาหารทุกอย่างเองแม้กระทั่งขนมหม้อแกง เม็ดขนุน และอากาศเย็นสบายที่บ้านตุ๊ก เสียดายแม่ลืมเอากล้องไป แต่ที่น่าเสียดายกว่าคือกล้องอาเจี้ยง ตกน้ำ ไม่รู้จะกู้กลับมาได้เปล่า

ภาพนี้ลูกปารย์ขี่สิงโตที่วัดสาขลา



ส่วนภาพนี้บรรดาแม่ แม่ พยายามให้สามหน่ออันประกอบด้วย พี่ปิ้ง ปิ้ง น้องขนุน และลูกปารย์ ถ่ายภาพหมู่แบบนั่งเรียงกันเรียบร้อย แต่ได้แค่เนี่ยแหละเรียบร้อยสุดแล้ว



สองภาพหลังนี่ตั้งแต่ 20 ส.ค. พ่อปารย์เอาวิทยานิพนธ์ไปให้อาจารย์ดู แม่กับปารย์ กับยายเลยเป็นผู้ติดตามไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกัน ปารย์สนุกสนานมากกันการดูกุ้ง หอย ปู ปลา และกินเงาะ

Friday, August 25, 2006

วัน นอนไม่หลับ

ตอนเย็นยังเล่นทำกล่องใส่บัตรคำกันอยู่เลย แต่พอจะนอนปารย์เริ่มงอแง และร้องไห้ตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึงตี 1 ปลอบเท่าไรก็ไม่หยุด จะออกนอกห้อง จะออกนอกบ้าน สุดท้ายแม่เลยต้องเดินอุ้มปารย์เดินตากยุงอยู่นอกบ้านจนหลับไป เหนื่อย และง่วงหนะไม่เท่าไรหรอก แต่กลัวปารย์เป็นอะไรไป ร้องซะขนาดนั้น ไม่พูดไม่บอกสักอย่าง เอาแต่ร้อง เล่นเอาแม่เครียด เดาไปต่างๆนานา ถึงสาเหตุ พ่อก็ไม่อยู่ด้วย ไม่คนคอยปรึกษานี่มันแย่จัง วันนี้ปารย์จะเป็นไงบ้างนะ

Tuesday, August 22, 2006

วัน ซึม ซึม

เมื่อวานปารย์ซึมไป ไม่พูดไม่จา นั่งข้างๆแม่ และเดินตามแม่ตลอด ถามปารย์ว่าง่วงไหม ปารย์ไม่พูดอะไรแต่เดินมานอนหนุนตักแม่ นอนเฉยๆ ไม่หลับตา แม่ไม่ค่อยสบายใจเลย ไม่รู้ว่าปารย์เป็นอะไร ตัวก็ไม่ร้อน แต่รู้สึกได้ว่าไม่ปกติ จนกระทั่งพ่อกลับมาปารย์ค่อยร่าเริงขึ้นหน่อย ลุกขึ้นมาช่วยแม่ทำบ้านกล่อง แม่ค่อยสบายใจขึ้น
ปารย์น่ารักมากเวลามีกิจกรรมประดิษฐ์ ด้วยกัน เช่นพอแม่ใช้เทปกาว ปารย์ก็จะส่งกรรไกรให้ สำหรับตัดเมื่อใช้พอแล้ว พอแม่วาดวงกลมลงบนบ้านกล่องปารย์ก็ส่งคัทเตอร์ให้แม่มาเจาะวงกลมนั้น พอแม่เลื่อยท่อนกระดาษ ปารย์ก็จะคอยจับอีกด้านเอาไว้ ทำให้แม่เลื่อยได้ง่ายขึ้น เรียกว่ารู้ใจไปหมดโดยไม่ต้องพูด ปารย์เรียนรู้จากการดูว่าเมื่อแม่ทำอย่างนี้ต่อไปต้องทำอะไร ต้องใช้อะไร น่าจะเรียกว่าเป็นเด็กมีความสามารถในการสังเกตได้ไหมนะ
วันนี้ลืม copy รูปมาไว้วันหน้าค่อยเอารูปบ้านกล่อง ฉบับปรับปรุงมาให้ดูกัน

Tuesday, August 15, 2006

ต่อจุดระบายสี





ด้วยวัย 2 ขวบ 8 เดือน ฝีมือปารย์ในการต่อจุด ระบายสีกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ

วันแม่ ปี49


ปารย์ กับแม่ได้ขึ้นเวทีด้วยกันในฐานะที่เป็นตัวแทน แม่ลูก ห้องสับปะรด ปารย์กราบแม่ แล้วก็เอาพวงมาลัยดอกมาลิมาให้แม่ด้วย แม่ดีใจจัง หอมปารย์ไปฟอดใหญ่ๆ อะนะก็มันเป็นวันแม่ครั้งแรกที่แม่กับลูกปฏิบัติกันแบบพิธีการจริงๆ (อันนี้ยังไม่มีรูปมาให้ดู น้าปุ๋ยช่วยถ่ายVDO ไว้ให้แต่แม่ยังทำไม่เป็นไม่รู้จะดึงเป็นรูปออกมายังไง) ปารย์ทำอย่างนี้ก็ทำให้แม่นึกยายของปารย์ วันเสาร์เราเลยได้เอาพวงมาลัยดอกมะลิให้ยายปารย์ด้วย ครูเย็นบอกว่าปารย์แสดงฝีมือระบายสีในการ์ดให้แม่เองด้วยนะ


หลังจากกิจกรรมกราบแม่ก็มาถึงกิจกรรมบนเวทีของห้องสับปะรด การแสดงเต้นประกอบเพลง “ใครหนอ” แม่หนะโฆษณาชวนเชื่อน้าปุ๋ยไว้ซะเยอะเลยว่าปารย์เต้นสะบัดเลยตอนเต้นให้แม่ดูที่บ้าน น้าปุ๋ยก็ตั้งใจมากกะจะถ่าน VDO ไว้ให้ น้า ๆ ยาย ตา และ ทวดได้ดูกัน

แต่อะนะ ก็มันง่วงอะแม่ แล้วแม่ก็ดันจูงปารย์ลงจากเวที เอาปารย์มาทิ้งไว้กับเพื่อนๆอีก ปารย์ก็เลยนั่งร้องไห้ เดินร้องไห้ แล้วก็ขึ้นไปยืนร้องไห้บนเวทีร้องไห้ต่ออีก แม่เห็นก็อดสงสารไม่ได้เข้าไปหาปารย์เลยกอดแม่แน่นไม่ยอมเต้นเลย เป็นอันว่างานนี้ไม่มีภาพปารย์เต้นเพลงใครหนอกับเพื่อนๆ น้าปุ๋ยบอกแม่ไม่น่าเดินไปหาเลย อย่างนี้ปารย์ก็เสียความมั่นใจหมด อะนะ แม่มันมือใหม่ ไม่รู้ควรทำไง เอาไว้งานหน้าละกันนะลูก แม่คงได้เห็นการแสดงของปารย์บนเวทีบ้างสักวัน



จบการแสดงของเด็กๆ ครบทุกห้องก็เป็นกิจกรรมผู้ปกครองอาสา แม่ก็อาสาไว้ว่า จะสอนเด็กๆปั้นดินน้ำมันสัตว์ทะเล พ่อบอกวันแม่ปีนี้แม่ปารย์ตื่นเต้นที่สุดในโรงเรียน ก็อาจจะจริง แม่ซ้อมปั้น และเตรียม model ไว้ซะหลายชิ้น แต่เด็กก็คือเด็ก คาดเดายากจัง หลายคนสนใจกิจกรรมดินน้ำมันของแม่ และหลายคนก็สนใจแต่จะทำลาย model ดินน้ำมันของแม่ ปารย์ไม่เคยทำลายตัวสัตว์ที่แม่ปั้นให้เลย แม่เลยอึ้งไปเมื่อเห็นเด็กๆ บี้ประหลาดาว ดึงหนวดหมึกให้ขาด ดึงขาเต่า อือๆ กว่าแม่จะสอนปั้นเสร็จ model ที่แม่เตรียมไปมันก็เละซะแล้ววววว

Tuesday, August 08, 2006

โชว์บ้าน version ใหม่

ช่วงนี้พ่อ เบลอๆ ไม่รู้จะ update อะไรให้ปารย์ดี
ขนาด ปารย์ ขาบวม เป่ง ยัง งงๆ ว่าไปโดนอะไรมา
เออ น่าจะถ่ายรูปเก็บไว้บ้างก็ดี ปารย์ขาใหญ่!!

เอาบ้านมาโชว์ใหม่ เปล่าไม่ใช่ บ้านใหม่ แต่เป็นรูปใหม่จาก google map

โชว์บ้าน version ใหม่

ช่วงนี้พ่อ เบลอๆ ไม่รู้จะ update อะไรให้ปารย์ดี
ขนาด ปารย์ ขาบวม เป่ง ยัง งงๆ ว่าไปโดนอะไรมา
เออ น่าจะถ่ายรูปเก็บไว้บ้างก็ดี ปารย์ขาใหญ่!!

เอาบ้านมาโชว์ใหม่ เปล่าไม่ใช่ บ้านใหม่ แต่เป็นรูปใหม่จาก google map

Friday, August 04, 2006

เขียน และ ขุด






กิจกรรมสุดโปรด อีกแหละ ขีด ขีด เขียนๆ และขุดกระดูกไดโนเสาร์

ปารย์ ที่สนามเด็กเล่นโรงเรียน



แม่แวะไปคุยเรื่องแบบเรียนของปารย์ที่โรงเรียนในวันเสาร์ ปารย์เลยได้โอกาสไปเล่นสนามเด็กเล่นแบบไม่มีเด็กคนอื่น

นักพากย์น้อย



หนึ่งในกิจกรรมสุดโปรด ของลูกปารย์ก็การเป็นนักพากย์นี่แหละนะ ถ้ามีตุ๊กตาสิ่งมีชีวิตอยู่ในมือเมื่อไร ก็เมื่อนั้นแหละ พูดไปหัวเราะไป เอิกอ๊าก อยู่คนเดียว เสียดายที่ปารย์ไม่ยอมพูดให้แม่เข้าใจเลยดิ

Thursday, August 03, 2006

ถึงคราวแม่ปวดหัว บ้างหละ

เริ่มต้นจาก web board ที่บรรดาพ่อแม่ชอบเข้ามาปรึกษาหารือกัน ว่าโรงเรียนที่แม่สู้อุตส่าห์เลือกด้วยความพิถีพิถันนั้นไม่ได้ดีอย่างที่แม่คิด ตอนนี้ครูใหญ่ลาออกไปแล้ว ครูพละ 2 คนลาออกไปอีก แม่บางคนให้ความเห็นว่าที่นี่มีปัญหาเรื่องขาดบุคลากร ครูอยู่ไม่นานก็ลาออกไป ตอนนี้เจ้าของโรงเรียนมาเป็นครูใหญ่เอง เอะจะดีไหมนะ


แม่ก็คิดแล้วคิดอีก ปรึกษากับพ่อได้ความว่าถ้าเจ้าของโรงเรียนเขาตั้งใจที่จะตั้งโรงเรียนเขาก็น่าจะมีความตั้งใจที่จะสร้างเด็กให้มีคุณภาพ + ความสุข ลองให้โอกาสเขาดูละกัน

แต่ 2 วันมานี่แม่เห็นแต่ครูคนใหม่มารับปารย์ เอะเปลี่ยนครูอีกแล้วเหรอ เออถึงคราวแม่ปวดหัวบ้างแล้ว

Tuesday, July 18, 2006

ผมปวดหัวคับ… แม่

สงสารปารย์จัง ปารย์ไม่เคยป่วยหนักอย่างนี้มาก่อนเลย เริ่มอาการมาตั้งแต่พฤหัส เย็นไปหาหมอมารอบหนึ่งได้ยามาบานเลย แต่ปารย์ยังไม่ดีขึ้น กลับทรุดลง ตกกลางคืนเพ้อบ่อยมาก ตัวร้อนด้วยแม่ใจไม่ดีเลย กลัวปารย์ตัวร้อนจนชัก ต้องเช็ดตัวกันทั้งคืน + แปะ Cool fever ที่หน้าผาก แม่นึกว่ากลางวันปารย์จะดีขึ้น แต่ก็ผิดคาด ยังคงตัวร้อนสลับกับไออย่างหนักตลอดวัน แม่ก็เช็ดตัวปารย์ทั้งวันเหมือนกัน (เช็ดแรงๆ ด้วยนะ แต่ปารย์ก็ยังสีไม่ตกเลยแฮะ)

ไอ้เจ้า Cool fever นี่ไม่รู้ช่วยอะไรได้บ้างเปล่านะ แต่ที่แน่ๆ ปารย์ไม่ชอบเลย ขัดขืนเวลาแปะตลอด แล้วบางทีก็ชี้ที่หน้าผาก บอกว่าเจ็บ แม่ก็เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าปารย์ปวดหัว หรือเจ็บที่ติด Cool fever กันแน่ อีกอย่างที่แม่กังวลคือปารย์ไม่กินอะไรเลยนอกจากนม ป่วย 2 วันลูกผอมลงจนเห็นได้ชัด เย็นวันนั้นก็ได้ไปหาหมอกันอีกรอบ หมอบอก ว่าหลอดลมอักเสบ เพิ่มมาอีกหนึ่งโรค แล้วให้ปารย์ไปสูดยา ประมาณ 10 นาที ปารย์เก่งมาก ไม่ร้องเลยแหละ

วันเสาร์ และอาทิตย์ อาการไข้ของปารย์ดีขึ้นแล้ว แต่เจ้าอาการไอนี่ดิ หายยากจัง ไอจนอวก เออ!!! กลุ้ม เจ้าไข้นี่ร้ายกาจนะ ถึงแม้มันจะไปแล้วดันทิ้งเชื้อไม่น่ารักไว้กับปารย์ดิ ก็ตอนป่วยเอาใจกันมาก ตอนนี้เลย เผลอ เอาแต่ใจตัวเองจนแม่กับพ่อหละหน่าย

และแล้ววันจันทร์ก็มาถึง เชื้อไม่น่ารักก็แผลงออกมาตั้งแต่ ไม่ยอมอาบน้ำ ไม่ยอมแต่งตัว พูดดีดียังไงก็ไม่ยอม ลากก็แล้ว ขู่ก็แล้ว สุดท้ายแม่ต้องใช้ไม้ตายปล่อยให้ปารย์อยู่เฝ้าบ้านคนเดียว โอ้โห … ร้องซะ แล้วก็ไปโรงเรียนตามระเบียบบบบครับบบบ น่าสงสาร แกมหมั่นไส้

Friday, July 07, 2006

สัปดาห์ฟุตบอลโลก

ช่วงนี้ ทั่วสาระทิศในเมืองไทย สนใจการเคลื่อนไหวของฟุตบอลโลก เยอรมัน 2006
ไม่เว้นแม้ บ้านปารย์ เปล่าไม่ใช่ ปารย์หรอก ปารย์ยังไม่สนใจ ฟุตบอลใน ทีวี สนใจแต่ฟุตบอล ที่ตั้งขายอยู่ในห้าง!!
พอมันมาอยู่บ้านแล้ว พ่อชวนเตะ ยังไง ก็ไม่เห็นสนใจ กลับมาฟุตโลก เยอรมัน 2006 ส่วนใหญ่มันเตะกันดึก ถึงดึกมาก
โดยเฉพาะเริ่มเข้ารอบสอง รอบสาม ปาไปตี 2 แต่พ่อก็พยายาม ขนเอาทีวี ขึ้นไปที่นอนด้วย ปารย์นึกว่าจะเปิดการ์ตูนให้ปารย์ดูก่อนนอน แทนแม่ที่ไม่อยู่เล่านิทาน ปารย์คงงง ไม่เคยเปิดให้ดูสักครั้ง พอตกดึก พ่อแอบนั่งดูคนเดียว มีคืน สองคืนเหมือนกัน ปารย์ลุกมานั่งดูเป็นเพื่อนพ่อ แต่ไม่ไหว มันง่วง นั่งโงนไป เงนมา
นอนดีกว่า ไม่รู้ว่าปารย์จะต้องลุกมานั่งเป็นเพื่อนพ่อ อีกกี่คืน เฮ้อ ฟุตบอลโลก!!!

Thursday, June 29, 2006

ฝีมือผมเป็นไงบ้างครับ

เออ!!!ช่วงนี้ปารย์ เปลี่ยนจากบรรดาศักดิ์ให้แม่ จาก“แม่”มาเป็น “พี่” ปารย์เรียกแม่ว่าพี่เปิ้ลตามพี่นาม และพี่กานต์หนะสิ

อยู่ด้วยกัน สองคนมาสามวันแล้ว ปารย์ไม่มีตัวเลือกเลยต้องง้อแม่หน่อย อะไรๆก็ต้องมาเรียกพี่เปิ้ล พี่เปิ้ล พี่เปิ้ลฉี่ พี่เปิ้ลอึ

นอกจากนั้นช่วงนี้เพื่อนๆของปารย์ในซอยเดียวกัน จะเข้ามาเล่นในบ้านทุกเย็น บ้านเราเลยกลายเป็นสนามเด็กเล่นไปเลย ของเล่นทั้งหลายมันจึงมาเกลื่อนอยู่ตามพื้น แต่ก็ได้ชื่นใจที่ปารย์ช่วยแม่เก็บของเล่น หลังจากพี่ๆเขากลับบ้านกันไปหมดแล้ว

กิจกรรมสุดโปรดช่วงนี้ของปารย์ก็น่าจะเป็นการขีดๆ เขียนๆ นี่แหละ เชิญชมผลงานเลยละกัน






Friday, June 23, 2006

ไปเที่ยว เรือ Blue Access

ฮะ ฮ่า อย่า อย่าคิดนะว่าครอบครัวเราจะไปเที่ยวเรือสำราญกัน ไม่ซะหละ คนขี้เหนียวอย่างพ่อ กับแม่เหรอ จะยอมจ่ายตังก์ ไปเที่ยวเรือสำราญ

เช้าเมื่อวานลุงสายัญ เพื่อนพ่อโทรมาชวนพ่อไปเที่ยวแหลมฉบัง พ่อก็รับปากอย่างว่าง่าย แล้ว ค่อยหันมาชวนแม่ว่า ไปเที่ยวแหลมฉบังกันนะเย็นนี้สายัญคงอยากให้เราไปหาจริงๆ โทรมาหาหลายครั้งแล้ว ตอนเรืออยู่ญี่ปุ่นก็โทรมา แม่หนะชอบเที่ยวอยู่แล้ว ไปดิ

ระหว่างทางไม่รู้เจ้าปารย์ไปเอาแรงมาจากไหน เล่นต่อสู้กับแม่ ซะแม่เหนื่อย ตลอดทางได้ยินแต่คำว่า ......แรนเจอร์ แล้วพุ่งใส่แม่ สงสัยพี่ๆที่บ้านเด็กจะเอามาเปิดให้ดูแน่เลย แม่ยังไม่รู้เลยหน้าตามันเป็นไง ปารย์มาสงบลงบ้างเมื่อแวะปั๊มซื้อกลูลิโก๊ะป๊อกกี้ให้กิน

แหลมฉบังนี่มันไกลจัง ไม่ถึงซะที แหะๆ พวกเราหลงอีกแล้ว เนี่ยขนาดพ่อมีทั้ง แผนที่ ทั้ง GPS ก็ยังหลง อิ อิ แต่สุดท้ายก็ถึงจนได้ ลุงสายัญยืนรออยู่หน้าทางเข้าท่าเรือ พร้อมหิ้วถุงพะรุง พะรัง มีทั้ง PIZZA & KFC อืมค่อยยังชั่วกำลังหิว

เสียง “ว๊าว” ออกมาทันทีที่ปารย์เห็นเรือลุงสายัญ ถ้าพูดได้มากว่านี้คงบอกว่ามันใหญ่จังนะแม่ แม่ก็ว่ามันใหญ่จัง เรือ MV.SEAFDEC ที่ทำงานแม่เล็กไปเลย แค่บันไดทางขึ้นก็เหมือนเดินขึ้นตึกสามชั้นแบบไม่มีขั้นพัก ดูปารย์ตื่นเต้นจัง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดูโน่นดูนี่ ลุงสายัญพาเดินดูเกือบทั่วเรือ ทั้งสะพานเดินเรือ ห้องเครื่อง ห้องเก็บสินค้า ห้องกินข้าว ห้องครัว แล้วก็เอารูปน้องทะเลใสลูกลุงสายัญมาให้ดู

สินค้าที่เรือ Blue Access ขนเป็นพวกรถครับ เกือบพันคัน จอดเรียงรายอยู่บน 3 ชั้นของเรือ ลุงสายัญบอกเดินทางไปส่งที่ท่า OSAKA ประเทศญี่ปุ่น

แล้วก็ถึงเวลากลับ ก่อนกลับลุงสายัญเอาจักรยาน + เครื่องเสียงติดรถยนต์ให้พ่อมาด้วย สงสัยจะแลกกับหนังสือที่พ่อซื้อมาฝาก ไม่รู้ลุงสายัญจะคุ้มไหมนะลูก...

Thursday, June 22, 2006

เมื่อปารย์....พูด +ร้องเพลง

เดือนนี้ปารย์ก็ 2 ขวบ 7 เดือนแล้วสินะ เจ้าหนุ่มน้อยผู้กลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปากของแม่เริ่มจะพูดออกมาบ้างแล้ว เช่นสั่งให้แม่ทำโน่นทำนี่ “กิน” “นั่ง” “ปิดไฟ” “เปิดไฟ” “แกะ” (กล่องขนม) “สวัสดดีครับคุณครู” เรียกชื่อสารพัดสัตว์ได้ถูกต้องเกือบหมด และก็ร้องเพลงด้วย จากเดิมที่ชอบร้องเพลงแต่งเอง ตอนนี้มาเป็นร้องเพลงที่คนอื่นแต่งบ้างแล้ว เมื่อวานนอนร้องเพลง ชื่ออะไรแม่ไม่รู้เหมือนกัน แต่มีเนื้อร้องประมาณว่า
อย่าทิ้งขยะนะเธอ ลูกเป็ดเขาเจอเดี๋ยวเขาดุเอา
อย่าทิ้งขยะนะเรา ลูกเป็ดเจอเข้าบนกันพึมพำ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
อันที่จริงเนื้อเพลงข้างบนนี่ มาจากเท่าที่แม่พอจะนึกได้แหละนะ แต่ทำนองเพลงที่ปารย์ร้องเนี่ย แม่ว่าต้องใช่เพลงนี้แน่ๆ ถ้าจะให้ถูกต้องตามที่ปารย์ร้อง เพลงนี้ต้องมีเนื้อเพลงว่า
อย่าหิ้ง.....นะเธอ ...เป็ด.....เจอ..............หลุเอา
อย่าหิ้ง......นะเฮา ....เป็ดเจอเห้าบ่............พึ.พำ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ที่น่าดีใจอีกอย่าคือเมื่อคืนเป็นครั้งแรกที่ปารย์ร่วมมือกับแม่อ่านตามบัตรคำฝึกอ่านที่แม่ทำไว้ให้ปารย์ตั้งแต่ปารย์ยังไม่ครบ 8 เดือน โหน้ำตาแทบไหล แม่รอมาตั้งนานในที่สุดก็ได้ใช้งานจนได้

Wednesday, June 21, 2006

ปารย์…. คุณครูคนนั้นเขาทำได้ไงอะ...

แล้ววันนี้ก็เหมือนเมื่อวาน ที่ปารย์ไม่อยากไปโรงเรียน
แต่ทำไมตอนกลับจากโรงเรียนก็เห็นหน้าบาน แสดงว่าอยู่โรงเรียนก็ไม่ได้ทุกข์อะไร
แต่ทำไมไม่อยากไปโรงเรียน
เมื่อเช้าเล่นบทไม่ยอมลุกจากที่นอน
จนแม่ต้องเช็ดตัว เช็ดฟันให้แทนการอาบน้ำ แปรงฟัน
แต่การเช็ดฟันหนะ ไม่ได้ช่วยให้กลิ่นปากที่ปารย์นอนน้ำลายบูดทั้งคืน ลดลงเลย
แล้วก็ยังแผลงฤทธิ์ ไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนอีกด้วย
กว่าจะใส่ชุดนักเรียนเสร็จ เล่นเอาแม่เหนื่อย
ฝนก็ตกด้วยสิ วันนี้กว่าคุณครูจะพาปารย์เข้าโรงเรียนได้ ปารย์อาจเปียกนะ(แม่เริ่มเป็นห่วง)
เมื่อวานคุณครูต้องแย่งปารย์ไปจากพ่อ ปารย์ถึงจะยอมไปอะ ไม่งั้นก็หนีไม่ยอมไปหาครู

พอเจ้าสีกุนเริ่มเลี้ยวเข้าโรงเรียน ฝนซาลงแล้ว
แต่แม่ยังลุ้นอยู่
เอะวันนี้ ครูผู้ชายมารับแฮะ
ครูคนนี้แม่ไม่รู้จักอะ ตอนประชุมผู้ปกครองครูคนนี้ก็ไม่ได้มาแนะนำตัวด้วยสิ
พอคุณครูชายคนนี้มารับ ปารย์ก็ยิ้มให้คุณครู
คุณครูอุ้มปารย์ลงจากรถ
คุณครูบอกปารย์ให้สวัสดีพ่อ ปารย์ก็ยกมือ สวัสดีครับ
คุณครูบอกปารย์ให้สวัสดีแม่ ปารย์ก็ยกมือ สวัสดีครับ
แล้วก็เดินตามครูไป
ปารย์เป็นเด็กว่าง่ายได้อย่างปาฏิหาริย์
คุณครูเขาทำได้ไงครับ.... ลูกปารย์

Tuesday, June 20, 2006

ปารย์ ไม่อยากไปโรงเรียน....

โอ้โห เช้านี้ปารย์ดื้อจัง เริ่มจากไม่ยอมอาบน้ำ จะออกไปเล่นข้างนอก ไม่ยอมแปรงฟัน กว่าแม่จะจับอาบน้ำ และแปรงฟันได้ มีหอบ.... พออาบน้ำเสร็จไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนอีก แต่จะใส่ชุดอื่น ทำไงดีหละ ก็โรงเรียนเขายังอยากให้นักเรียนอยู่ในชุดเหมือนๆ กันอยู่อะลูก แม่ไม่รู้จะทำไงดี เลยอุ้มขึ้นรถทั้งๆที่ใส่กางเกงในตัวเดียวอยู่เลย ยังดีนะที่พ่อจับใส่กางเกงในได้ อยู่ในรถก็พยายามกันหลายรอบ สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้เจ้าปารย์ไปถึงหน้าโรงเรียนในสภาพ เกือบจะเป็นชุดวันเกิด พอคุณครูมาเปิดประตูก็ทำเป็นนั่งเขียนหนังสือซะงั้น สุดท้ายคุณครูต้องช่วยแม่แต่งตัวปารย์ โดยมีพ่ออุ้มปารย์ไว้ พ่อแม่คนอื่นที่มาส่งลูกๆกัน เห็นแล้วก็ยิ้มๆ ขำๆ กับครอบครัวอลเวง ของเรา เอ่อ........ ปารย์จะเป็นงี้ไปอีกนานไหมเนี่ย

Saturday, June 17, 2006

วันไหว้ครู


วันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมาเป็นวันไหว้ครู ของโรงเรียนอนุบาลปานตะวัน
ก่อนหน้าสองวัน พ่อก็สังเกตเห็น บอร์ดโรงเรียนประกาศไว้แล้ว แต่ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า "ก็ดี"

แต่เรื่องไม่ง่ายเหมือน เจ้าหญิงในนิยาย (เรื่องอะไร นึกกันเอาเอง) พ่ออ่านสมุดบันทึกปารย์ของวันที่ 14 มิย. ปาไปจะสองทุ่มอยู่แล้ว เนื้อหาชัดเจนและจริงจัง "พรุ่งนี้เป็นวันไหว้ครูของโรงเรียน กรุณาเตรียมดอกไม้ ธูปเทียนให้น้องด้วยนะคะ ลงชื่อคุณครูเย็น" พ่อหันไปมองหน้าปารย์ ปารย์ก็งง มองทำไม สองทุ่มแล้วนะ บอลจะแข่งแล้วด้วย นั้นก็ที่พ่อห่วง!! "ปารย์ไปปั่นจักรยานกันไหม๊" พ่อเอ่ยปาก "ปั่นจักรยานเหรอ" เป็นสูตรสำเร็จของปารย์ที่จะตอบกลับการสนทนา ทำท่าเหมือนยังงง!! คงนึกพ่อพูดผิดหรือเปล่าว๊า มันต้อง ขึ้นข้างบนกันไหม๊ ซิ แต่ก็นั่งอยู่ไม่ได้นาน เพราะพ่อ คว้าจักรยานออกนอกบ้าน เรียบร้อยแล้ว

เราเริ่มจากสวนที่ใกล้ที่สุด ในซอยด้านใน อะฮา มีดอกเข็ม สีแดงข้างรั่ว ดอกเดียวพอไหม๊ปารย์ เราลองปั่นไปที่สนามเด็กเล่นกันนะ เผื่อมีดอกไม้ ออกหัวค่ำ พ่อบอกปารย์ โดยมีคำตอบอะไรออกมาหนึ่งชุด แฮะพ่อฟังไม่รู้เรื่อง ยังมีคนวิ่งอยู่ คนสองคน สลัวมากแล้ว คือไม่มีแสงอาทิตย์แล้ว พ่อแว๊บเห็นดอกอะไรสักอย่าง สีชมพูสวยเชียว แต่ดูท่ามันน่าจะเหี่ยวง่ายนะ เลือกเอาที่มันเป็นตูมๆ หน่อยนะ คิดถึงแม่ปารย์ขึ้นมาอย่างแรง แม่คงทำให้ปารย์ได้ดีกว่าพ่อแน่ๆ ไม่เป็นไร เอาใหม่ปีหน้า

เหลือธูปกับเทียน ที่บ้านคงมี เอาปารย์ไปนอนก่อนนะ ปารย์เข้าใจว่าพ่อจะกินดอกไม้เป็นมื้อเย็น พยายามจะช่วยล้าง ช่วยเด็ด เหมือนล้างผัก เบรคกันจนเคืองไปหลายรอบ กว่าจะได้นอน พ่อแอบย่องไปหาธูปเทียนชั้นสาม แอ๊ ไม่มีเทียนแหะ อ้อ เทียนแพไหวไม่ พอได้ โอเค พรุ่งนี้ปารย์มีทุกอย่างครบแล้ว พ่อก็ไปดูบอลต่อ

หมายเหตุ นึกว่ากล้องถ่ายรูปอยู่บ้านยาย เลยไม่มีรูปชุดไหว้ครูของปารย์ มาอวดเลย

Sunday, June 11, 2006

ดนตรีในสวนธนฯ ... โดยบังเอิญ

พ่อ กับแม่เนี่ยชอบไปดูดนตรีในสวนกันมาก ดูมาตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน จนแต่งงานแล้ว จนมีลูก และแน่นอนก็ต้องพาลูกไปดูด้วย บรรยากาศมันดีมากเลยอะ เพลงเพราะๆ ในสวนสวยๆของกรุงเทพมหานคร คนไม่เยอะมากนัก และก็ฟรีด้วย ชอบๆ สวนที่เรามักไปดูดนตรีกันก็สวนลุม นั่นแหละ แต่ดูดนตรีในสวนตามหัวข้อของวันนี้ไม่ใช่ที่สวนลุมนะ เป็นสวนธนบุรีรมย์ สวนสาธรณะขนาดย่อมๆ ที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุด ที่ว่าโดยบังเอิญก็เพราะว่า พ่อกับแม่กะพาปารย์ไปเดินเล่นในสวนเท่านั้นเอง เพราะถ้าอยู่บ้าน ปารย์ก็จะพยายามจูงมือพ่ออกจากบ้านอยู่เกือบตลอดเวลา เลยพาไปเดินเล่นไกลๆไปซะเลยดีกว่า

เดินไปเห็นเวทีเข้า เลยต้องรอดูสักหน่อยว่าใครมาแสดงบ้าง ปารย์ก็แสดงท่าทีสนใจมากด้วยการเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหน้าสุด แล้วพ่อก็หันหน้ามาบอกแม่ด้วยใบหน้าตื่นเต้นว่า หนึ่งในนักร้องวันนี้เป็นอี๊ด ฟุตบาท ideal man ที่สร้างครอบครัวด้วยเสียงดนตรี กับลูกสาวสองคนที่เล่นดนตรีได้ดั่งใจพ่อ

แต่การดูดนตรีของเราวันนี้ก็มีอุปสรรคเหมือนกันนะ ก็ฟ้าฝนที่ไม่ค่อยจะเป็นใจในฤดูนี้แหละที่ตกซะหนักเลย ต้องหยุดรอให้ฝนหายถึงจะเริ่มเล่นกันใหม่ได้ แต่ก็คุ้มที่รอดูนะ เพราะปารย์ดูด้วยความสนใจมาก พี่น้องสองสาวเล่นเพลงที่ไปประกวดชนะเลิศที่สวิตเซอร์แลนด์มาด้วย คุ้มจริงๆ แม่กับพ่อ และน้า น้าของปารย์ อยากให้ปารย์รัก และเล่นดนตรี ปายจะได้เป็นคนที่มีจังหวะไง เนี่ยพ่อหมายมั่นปั้นมือแล้วนะว่าอยากให้ปารย์เล่นไวโอลิน

Wednesday, May 31, 2006

ไม่ไหวแล้ว...แม่

หลังจากลุ้นมาเมื่อวานทั้งวัน แต่น แตน แต้น คุณครูเขียนมาว่า ปารย์สามารถดื่มนมจากกล่องได้ และไม่ต้องใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปไปโรงเรียนได้แล้ว ไม่ทำเละเทอะเลย เก่งจริงๆ ลูกแม่

มาเสียท่าเอาตอนเย็น แม่ขับรถไปโรงพยาบาล ปารย์เกิดปวดฉี่ขึ้นมาระหว่างทาง อันที่จริงก็บอกแม่แล้วนะ แต่แม่ขับรถอยู่ และทางมันก็แคบมากไม่สามารถจอดรถได้ ปารย์ทำหน้า น่าสงสารมากอะ แบบว่าพยายามกลั้นอย่างเต็มที่ แต่มันไม่ไว้แล้วกว่าแม่จะหาทางจอดรถได้ ปารย์ก็เหลือส่วนที่กลั้นไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าส่วนใหญ่หนะมันเลอะกางเกงไปแล้ว อิอิ

Tuesday, May 30, 2006

ลุ้นจัง..

เป็นวันแรกนะครับ ที่ปารย์ไปโรงเรียนโดยไม่มีขวดนม และโดยไม่ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ก็ปารย์โตแล้วนี่ครับ...
พ่อเขากังวลว่าปารย์จะฉี่ในรถ แม่เลยเตรียมขวดติดรถไปด้วย เด็กชายเนี่ยน่าจะเลิกผ้าอ้อมสำเร็จได้ง่ายกว่าเด็กหญิงนะ อิ อิ ..ก่อนไปโรงเรียนทุกวันปารย์มักจะแว่บไปเล่นที่บ้านป้าแต๋มก่อนเสมอ พอแม่เดินไปรับขึ้นรถป้าแต๋มบอกปารย์เป็นอะไรไม่รู้ไปยืนแอบอยู่ข้างตู้ปลา อิอิ เท่านี้แม่ก็พอจะเดาได้ พอเดินไปใกล้ก็ชัดเลย ปารย์บอกว่าอึแล้ว อึแล้ว แม่เลยต้องพากลับบ้าน แหะ ๆ คิดว่าปารย์ทำเละเทะกางเกงนักเรียนหละซิ ผิดครับ!!! ปารย์อั้นไว้ได้กลับไปถอดกางเกงอึที่บ้าน สบายใจแม่จริงๆ วันนี้คงไม่ต้องใช้กางเกงนักเรียนสำรองที่เตรียมไป
แต่ที่กังวลมากกว่าคือเรื่องขวดนมต่างหาก ไม่รู้จะงอแงไหม ถ้าไม่มีขวดนม ก็ได้แต่บอกคุณครูว่าถ้างอแงมากคุณครูเขียนบอกแม่มาในสมุดบันทึกด้วย พรุ่งนี้แม่จะได้เตรียมขวดนมไปให้ ลุ้นจัง

Thursday, May 25, 2006

ภาษากาย ภาษาพูด...


ตอนนี้ ปารย์ พูดเก่งขึ้นมากแล้ว จากเมื่อก่อนมีแต่คำว่า ไม่ ไม่ ไม่เอา ไม่กิน ไม่ไปซะทุกอย่าง และส่วนใหญ่ก็สื่อสารโดยใช้ภาษากายเป็นหลัก
เมื่อวานได้ยินอีกไม่หนึ่งออกมาจากปากปารย์ “ไม่ให้กลับ” แม่ได้ยินตอนที่ปารย์มัวแต่ห่วงดูไดโนเสาร์ที่บ้านเด็ก จนไม่ยอมกลับบ้าน แม่ก็เลยขู่ว่างั้นแม่พาพี่ปอล (เพื่อนปารย์ที่บานเด็ก) กลับก่อนนะ ปารย์ก็เลยตะโกนว่า “ไม่ให้กลับ” ออกมา ตอนเย็นไปเล่นกับพี่แพท พี่พั๊น สักพัก พี่ฝ้ายก็มาชวน แพท และพั๊น ไปเล่น เจ้าปารย์ก็รีบวิ่งตามไปพร้อมพูดว่า “เล่นด้วย” เหอะ ๆ คำพูดหลายคำของปารย์ พ่อ กับแม่ไม่เคยสอน แต่ปารย์มักพูดออกมาได้ตรงกับสถานการณ์
ปารย์นี่คงมีวิธีหัดพูดที่แม่เองยังงงๆอยู่ ว่าจะช่วยปารย์ฝึกพูกยังไง ให้พูดตามก็ไม่ค่อยพูด แม่ก็คงได้แต่พูดเอง เออ เองกับปารย์ไปเรื่อยๆ และวันหนึ่งเมื่อปารย์อยากจะพูดก็คงพูดออกมาเอง มั้ง...

Tuesday, May 23, 2006

ไปโรงเรียนครับ ไปโรงเรียน

เป็นวันที่สาม แล้วจ้าที่ ลูกปารย์ของแม่ไปโรงเรียน และก็หลังจากไป summer มาสองอาทิตย์ แล้วด้วย ปารย์ก็ยังไม่ชินกับการไปโรงเรียนซะที ยังคงร้องกอดพ่อ ไม่ยอมไปกับคุณครู เอ!! ครูเย็นกับครูณี ของหนู เขาดุหนูหรือเปล่านะ แต่เท่าที่แม่สังเกตก็รู้สึกว่าครูเขาเป็นคนรักเด็กดีอะ พอหนูร้องไห้แม่ก็เลยมีเวลาคุยกับครูไม่มาก ยิ่งอยู่ให้เห็นหน้านานหนูก็ยิ่งร้อง

เมื่อวานครูแอบบอกว่า ร้องอ้อนแม่อะค่ะ พอพ่อกับแม่ไปก็เห็นเล่นกับเพื่อนดี ไม่มีปัญหาอะไรวันหลังคงต้องหาโอกาสไปแอบดูมั่งหละมั้ง

วันนี้ปารย์จะได้ว่ายน้ำด้วย คุณครูเย็นเขียนใส่สมุดบันทึกเมื่อวานว่าให้เตรียมชุดว่ายน้ำมาให้ปารย์ด้วย น่าสนุกจัง แต่ปรกติปารย์เล่นน้ำกับพ่อแม่ทีไร ก็เกาะพ่อกับแม่แจเลยเหมือนกัน แล้ววันนี้หละจะเกาะใครเนี่ย อยากให้ปารย์เล่าให้แม่ฟังบ้างจังว่าไปโรงเรียนทำอะไรมาบ้าง ปารย์เล่นไม่ยอมบอกพ่อกับแม่เลย อมพะนำทุกวัน อยากรู้ อะ อยากรู้

?? ทำไมวันนี้ใส่รูปไม่ได้ซะหละ

Friday, May 19, 2006

เที่ยวระยอง อีกแล้วครับท่าน

แม่กับบรรดา เพื่อนร่วมก๊วนลูกอ่อนเนี่ย เอะอะ อะไรก็ไปเที่ยวระยองซะเรื่อยเลย เฮะๆ ก็มันสะดวกดีหนะ เดินทางไปก็ง่าย แถมมีบ้านพักแสนสบายของเพื่อนสำรวยให้พักฟรีๆด้วย ใครหละจะปฏิเสธ ขนาดแม่ตอนนี้กระเป๋าแฟ้บ อยู่ยังดันทุรังไปจนได้เลย

ตามแผนเนี่ยจะมี 4 ครอบครัวแหนะ แต่แม่มดของเจ้าเมืองปายคงจะแพ้ท้องมากเลยต้องขอบายงานนี้ ก็เลยเหลือแต่ครอบครัวพี่ปิ๊งๆ ครอบครัวเจ้าขนุน และแน่นอนครอบครัวเรา…

ต่างครอบครัวก็เดินทางไประยองโดยมีเป้าหมายเป็นบ้านอาสำรวย แบบถือฤกษ์สะดวกจริงๆ ใครใคร่ไปก่อนไป ใครใคร่ตามไปทีหลังก็ไม่ว่ากัน ก็ลูกอ่อนกันทั้งนั้นจะให้เร่งกันได้ไง

เราเริ่มกันด้วยกิจกรรมเที่ยวสวนผลไม้สวนสุภัทรา ที่เจ้าขนุนบอกว่าเป็นสวนอาหยอย (โหอาหยอยนี่มีที่เยอะ จังหนิ)เด็กๆ ก็สนุกไปคนละแบบ เจ้าขนุนนี่สนุกกับการหม่ำผลไม่ทุกประเภท พี่ปิ๊งๆ สนุกกับการดูผลไม้ ดูต้นไม้ โดยเฉพาะที่มันใหญ่มาก มาก ส่วนเจ้าปารย์สนุกกับการวิ่งไล่ตามไก่ ส่วนบรรดาพ่อแม่ก็สนุกกับการกิน ถ่ายรูป คงจะมีแต่แม่เปิ้ลที่สนุกกับการคิดเลขว่าเจ้าของสวนจะได้กำไรเทาไหร่นะ กับค่าเข้า 150 บาท ทำธุรกิจนี้จะดีไหมนะ….

ที่ขาดไม่ได้ก็เป็นการเล่นน้ำทะเล คราวนี้พี่ปิ๊งๆ ไม่กลัวทะเลแล้ว เฮ้ เฮ้… ก็ไม่ต้องไปไหนไกล หาดแม่รำพึงเจ้าเก่านี่แหละ

เวลาส่วนใหญ่ของพวกเรา ก็หมดไปกับการกิน นอน วิ่งเล่น แค่นี้ก็สุขที่ซูด… พอพวกเราอยู่รวมกันในบ้านอารวยนะ ดูบ้านอารวยแน่นไปเลย แต่แม่ว่าก็สนุกดีเหมือนกันนะ มันดูวุ่นวายไปหมด เนี่ยพอพวกเรากลับบ้านอารวยคงเหงาหูพิลึก

ขากลับ ครอบครัวเรา กับเจ้าขนุนแวะเขาเขียวกัน เขียวดีจริงๆนะเขานี่แถมด้วยฝนชุ่มช่ำอีกตะหาก แม่กับปารย์เที่ยวกันจนป่วยเลย อิอิ ปารย์เลยอดไปโรงเรียนเลย คงต้องรอให้หายซะก่อนค่อยไป ก็ตอนนี้เชื้อโรคอะไรๆ มันเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะเจ้าแบคทีเรีย Streptococcus ที่กำลังดังเพราะดันไปเกิดกับคนดังอย่าง นก ฉัตรชัย นี่นะ

Monday, April 24, 2006

สัปดาห์แรก โรงเรียนปานตะวัน!!

หลังจากวันแรกผ่านไปด้วยดี (แม่นะดี ปารย์ไม่รู้ดีด้วยหรือเปล่า) เป็นหน้าที่ของพ่อ ที่พาลูกปารย์ไปส่งโรงเรียน
วันแรก เราไปถึงกันแต่เช้า เพราะพ่อยังกะไม่ถูกว่าต้องขับรถ สักกี่นาที ลูกปารย์ไปโรงเรียนคนแรกเลย เริ่มด้วยการเล่น สารพัดของเล่นที่ลานของเล่นกลางแจ้ง (มันน่าจะมีป้ายบอกหน่อยนะ สนามเด็กเล่นชินวัตร อะไรทำนองนั้น) แต่พอถึงเวลาที่ต้องเข้าห้องสัปรด ปารย์ก็เริ่มเล่นบทพระยาโศก แถมกอดรัดอยู่กับพ่อ ไม่ยอมไปหาคุณครูณี ร้องไห้ไป 1 ยก

วันต่อมาเป็นวันหยุด ตื่นสายกันตามสบาย พ่อลูก นอนกันอืด ตกเย็นเพราะความที่ปารย์ไม่ยอมนอนกลางวัน เลยสร้างวีรกรรมหลับคาอานจักรยาน ซึ่งนั่งซ้อนพ่อออกไปเที่ยวกันหน้าหมู่บ้าน กว่าพ่อจะเข็นจักรยานพร้อมกับอุ้มปารย์ที่หลับอยู่ถึงบ้านได้ มันแย่จริงๆนะ

วันที่สามของปานตะวันสำหรับปารย์ ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างเลวร้ายลง ความที่นอนดึก พ่อจึงต้องปลุกปารย์ไปอาบน้ำ ด้วยอาการหงุดหงิดเอามากๆ เอาน่าวันศุกร์แล้ว วันพรุ่งนี้ก็ไปเที่ยวบ้านยายแล้ว พ่อบอกปารย์ (นึกในใจ ปารย์จะรู้ไหม๊นะ)
แค่พ่อเลี้ยวรถเข้าประตูโรงเรียน ปารย์ก็จำได้ เริ่มโวยวาย ไม่เอา ไม่เอา ชี้ไปที่ประตูโรงเรียน ยิ่งพ่อลงจากรถ ปารย์พยายามบังคับพ่อให้นั่งประจำที่คนขับ ทั้งน้ำตาและเสียงโวยวาย หนีลนลานไปอีกด้านของรถ น่าสงสารซะจริงๆ อดคิดไม่ได้ว่าคุณครูทำอะไรปารย์นะ จึงได้ไม่ถูกใจเอาขนาดนี้ แต่นั่นแหละพ่อก็จำใจส่งปารย์ ให้คุณครูวรรณอุ้มไปห้องเรียน ทั้งน้ำตาทั้งเสียงโวยวาย แย่จริงๆเลย พ่อขับรถออกไปด้วยความเครียด....

Saturday, April 22, 2006

17 เมษายน 2549

เปล่าไม่ได้มีความสำคัญทางการเมือง อะไรกับประเทศไทย แต่เป็นวันที่ชีวิตน้องปารย์ ก้าวไปอีกก้าว ด้วยน้ำตา และเสียงหวีดร้อง (ประชาธิปไตย ไม่เคยได้มาด้วยการ เจรจา อย่างสันติ ใครกล่าวไว้ ทำไม!)

ไม่ใช่! ไม่ใช่การเมือง เอ๊ะ พูดไม่ฟัง!! แต่เป็นวันแรกที่น้องปารย์ ต้องย้ายการใช้ชีวิตประจำวันจาก บ้านเด็ก อันอบอุ่น (พ่อว่าบางวัน มันค่อนไปทางร้อนนะ) ไปสู่โลกกว้างที่โรงเรียนอนุบาลปานตะวัน (แต่มันก็ยังมีรั้วอยู่ดี อย่าแปลกใจไปเลย ประเทศจีนมันยังมีกำแพงเลย ลูก!!) วันแรกลูกปารย์ ใช้ชีวิตในโรงเรียน ย้ำโรงเรียน โดยมีแม่เปิ้ล คอยเป็นกำลังใจ อยู่ห่างๆ จากคำบอกเล่าของผู้เป็นแม่...

(ต้องอ่านดัดเสียงนิดนึงนะ) เออเดี๊ยนว่า... ไม่แม่ไม่เคยพูดคำนี้ แม่เล่าว่าลูกปารย์ ออกอาการงง!พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการเข้าแถวฟังเพลงชาติ คือต้องเข้าใจ ครั้งแรกของชีวิต แต่เป็นเพลงชาติไทย ประสานกับเสียงสะอื้นไห้ ของเพื่อนร่วมชั้น ปารย์เข้าใจ ว่าต้องประสานเสียงเพื่อความไพเราะ แต่ทำไมต้องแสดงกันจริงจัง มีน้ำตากันเห็นๆ ขนาดนั้น สวดมนต์ ออกกำลังกาย หน้าเสาธง (มันยังมีอยู่อีกหรือ พ่อนึกว่า มติ ครม. อนุมัติให้ยกเลิกไปนานแล้ว) เพื่อนร่วมห้องยังประสานเสียงเหมือนเดิม จนเข้าห้องสัปรด อ้อ แม่บอกว่าปารย์เรียนอยู่ห้องสัปรด (ครูคงเข้าใจ ว่าเด็กทุกคน อยากลองเรียนห้องสัปรดดูสักที เลยจัดให้ตั้งแต่ปีแรก จะได้ลองห้องอื่นๆ ต่อไป) ลูกปารย์เห็นคุณครูนี นำเพื่อนร่วมห้อง ทำโน้น ทำนี่ โต๊ะครูว่างอยู่นิ ปารย์เลยขอยึดเป็นทำเล สังเกตการณ์ อยู่ตรงนี้แหละ แม่เล่าต่อว่า ปารย์ได้กินก๋วยจั๊บ ที่อร่อยที่สุดในชีวิต (ดูจากปริมาณที่กินเข้าไป หรือหิวจน อะไรก็ได้มั๊ง... หลังมื้อเที่ยง คุณครูก็จัดให้ เพื่อนร่วมห้อง อ้าว!ปารย์ด้วยเหรอ นอน น้องปารย์ มานอน....

วันแรกแม่นั่งรถตู้กับปารย์ กลับไปรอพ่อที่บ้านเด็กด้วย วันนี้สนุกจริงๆ เลย แม่ว่า.....อ้าว

วันต่อมาถึงเวรพ่อไปส่ง แม่ติดภารกิจทัวร์ต่างประเทศ.....แล้วจะมาเล่าให้อ่านกันนะ

Wednesday, March 29, 2006

ตักแม่

เมื่อเช้าจู่ๆ ปารย์ก็คลานมานอนตักแม่ ตอนแม่รีดผ้า เออ! รู้สึกมีความสุขแบบอิ่มใจดีจัง ถือเป็นความสุขเล็กๆของคนมีลูก (แอบคิดว่า ถ้าปารย์โตแล้วยังกลับมาหนุนตักแม่บ้างคงจะดี)

ลุย Dino Park



พาเจ้าปารย์ ไปลุยสวนไดโน มา แหม! อันที่จริงแม่อยากเรียกว่าสวนกินตังก์มากกว่านะ แต่ก็เพื่อให้ปารย์ได้มีโอกาสเห็นอะไรๆ ที่มันแตกต่างไปจากชีวิตประจำวัน ก็คุ้มแหละ ที่เห็นว่าประสบความสำเร็จในการพาไปบ้างก็ตรงที่ปารย์เรียกเจ้ายักษ์ทั้งหลายที่ขยับไปมาว่าไดโนเสาร์( อันที่จริงเรียก .. เสาๆ ต่างหาก) แทนที่จะเรียกสัตว์ที่เดินสี่เท้าว่าหมาๆไปซะทั้งหมด

งานนี้คนที่สนุกที่สุดน่าจะเป็นพี่กาญจน์นะเพราะวิ่งไปมาซะทั่วงาน แม้จะกลัวๆเจ้ายักษ์เหล่านั้นอยู่บ้าง ขนาดให้ถ่ายรูปกับไดโนเสาร์ยังหันรีหันขวางตลอด คงกลัวเจ้ายักษ์งาบเอาเหมือนอย่างในหนัง แม่นะอยากจะบอกพี่กาญจน์ว่า เจ้านั่นหนะไม่กินเด็กหรอก กินแต่ตังก์

คนที่รับบทหนักที่สุดงานนี้มีสองคนคือตายุทธ์ กับยายหญิงของปารย์ เพราะต้องผลัดกันอุ้มเจ้าปารย์ที่ทำเป็นเดินไม่เป็น ส่วนแม่หนะรอดตัวเพราะเวลาปารย์อยู่กับยาย ปารย์ก็ไม่สนใจแม่อยู่แล้ว

Wednesday, February 15, 2006

ลุยป่าครั้งแรก ที่แก่งกระจาน


แม่ไปทำงานที่กัมพูชามา 1 อาทิตย์ ลูกปารย์เลยต้องอยู่บ้านกับพ่อ 2 คนอีกแล้ว น่าสงสารจัง ช่วงนี้พ่อเขางานยุ่งเลยต้องรอแม่มาแปะรูปให้

ลูกปารย์ขมักเขม้น กับการช่วยแม่ทำกับข้าว มาก ๆ โดยเฉพาะขั้นตอนจุดไฟนะ หาทางเอาเจ้าก้านไม้หัวสีแดงมาวางบนเตาแก๊สแม่ แต่คงอยากจะถามนะว่าทำไมมันไม่มีไฟขึ้นมาเหมือนแม่ทำหงะ

มาถึงปุ๊บเราก็เตรียมอาหารปั๊บ แม่บอกท้องอิ่มไว้ก่อน

กำลังตั้งใจ ช่วยกางเตนท์อย่างเต็มกำลัง น้อยๆ ที่ลานผีเสื้อ

อันนี้เต้นท์ผม มุดเข้ามุดออกสนุกมมักๆๆ


ต้องถ่ายรูปกับป้าย ก่อนเดินป่าซะหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าผมโม้


อิ อิ ใครทำอย่างผมได้บ้าง เดินป่าโดยเท้าไม่ติดพื้น


ที่นี่ พะเนินทุ่ง เพื่อนแม่บอกว่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เขาใช้เวลาเกือบ 2 วันจากลานผีเสื้อ กว่าจะเดินขึ้นมาชมทะเลหมอกที่นี่ แต่พวกเราใช้เวลา ชั่วโมงกว่าๆ เองอะ ว่าแต่ไหนหละแม่ ทะเลหมอก ผมเห็นแต่พื้น

Tuesday, February 07, 2006

แก่งกระจาน!!!

วันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา ครอบครัวเรา (แน่นอน มีผมด้วย พ่อ แม่ ยาย และน้าปุ๊ก) ย้ายที่นอนไปนอนเต็นที่อุณทยาน แก่งกระจาน เพชรบุรี นั่งรถ ตุเลง ตุเลง กันไป ดูเหมือนแม่ ถ่ายรูปไว้เยอะ รอแกกลับมาจาก กัมพูชาก่อน เราค่อยมาดูกัน

เป็นครั้งแรก ที่ผมได้โอกาสนอนเต็น ตื่นเต้น ระคน ระทึก กว่าจะหลับกันได้ เดินเข้า เดินออก กันหลายรอบ สุดท้าย หลับไปเมื่อไร ไม่รู้!!!
มีเรื่องราวมากมาย ผมยังไม่มีเวลาเล่า เดี๊ยวเรียบเรียงเรื่องราวหน่อย เพราะรู้ตัวอีกที ก็มานอนอยู่ที่บ้าน ร้องไห้แทบแย่

Monday, January 23, 2006

ลอยคอ !!!


กิจกรรม ลอยตามน้ำ เป็นอีกกิจกรรมที่เราสามแม่ลูก ถือว่าเป็น Highligh ของการไปเที่ยวกาญจนบุรี ก่อนลงแม่ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะกลัวลูกปารย์จะหลุดมือพลัดไปตามน้ำ แต่พ่อเขาบอกว่าปารย์จะได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ เลยตกลง แล้วก็สนุกจริงๆอะนะ ปารย์ก็สนุกแม้ว่าตอนแรกจะทำหน้าตื่นๆ แต่พอเริ่มคุ้นก็เอาขาตีน้ำใหญ่ แม่มาลุ้นก็ตอนต้องลากปารย์ต้านน้ำมาขึ้นแพนี่แหละ (ภาพนี้ได้มาจากเพื่อนของพ่อลูกปารย์)

Wednesday, January 18, 2006

ควันหลงวันเกิด ลูกปารย์


พี่กานต์ ให้การ์ดวันเกิดน้องปาร์ยอันนี้มาตั้งแต่ วันที่ 27 พย. แล้ว แต่แม่เก็บดีเกินไปจนนึกว่าหายไปแล้ว พอหาเจอเลยต้องรีบเอามา scan ไว้ก่อน

เป็นการ์ด 3 มิติด้วยนะ แม่ว่าใบหน้าที่ใหญ่ที่สุดหนะ น่าจะเป็นพี่กานต์นะ เพราะหูกางหนะเหมือนเลย ส่วนเด็กถือดาบ พี่กานต์ยืนยันว่าเป็นลูกปารย์ เจ้าหมากับหมีในภาพพี่กานต์ก้ไม่รู้จะอธิบายความหมายยังไงเหมือนกัน แม่เดาเอาว่าน่าจะวาดเพิ่มเติมเข้ามาเพื่อให้ภาพมีองค์ประกอบมากขึ้น

ปาร์ยชอบหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่แม่ชอบการ์ดใบนี้จัง

Tuesday, January 17, 2006

ที่น้ำตก เอราวัญ

ชั้น สองของน้ำตกเอราวัญ มีปลาเยอะสมชื่อ"วังมัจฉา"

ปารย์สนใจป้ายอันนี้มาก อ่านออกเสียงดังอยู่นาน (แต่ความสามารถของแม่น้อยเกินกว่าจะเข้าใจ) ดีใจมากที่ลูกสนใจอ่าน ขยันอ่านเข้าไว้ลูก "ปารย์" แปลว่าผู้รู้นี่นะ ถ้าไม่อ่านจะรู้ได้ไง..

เสื้อชูชีพขนาดเดียวกัน


อันนี้ไม่รู้ว่าลูกตัวใหญ่หรือแม่ตัวเล็กกันแน่ แต่ที่แน่ๆเราใส่ชูชีพขนาดเดียวกัน อิ อิ

วันเด็กปีที่ 2 ของ ด.ช. ปารย์


เราสามคน หนียายของปารย์ (ยายคงอยากไปด้วย) ไปเที่ยวกาญจนบุรี กันสนุกดี (อันที่จริงสำหรับแม่ก็สนุกทุกที่ ที่มีปารย์แหละนะ คราวนี้ถือว่าเป็นสนุกนอกสถานที่) ภาพนี้ถ่ายตอนเช้าที่รีสอร์ท บรรยากาศดีมักๆ เลยไปด้านขวาของภาพนี้นิดเดียวเป็นใต้ต้นหางนกยูงที่ ปารย์กับแม่เก็บเอาฝักที่ร่วงตามพื้น มาเหวี่ยงเล่น กะจะให้เป็นบูมมาแรง ที่ไม่ยักกะย้อนกลับมา คิดอยากถ่ายภาพเก็บไว้แต่ก็เสียดายความสนุกที่คงไม่ต่อเนื่อง ถ้าจะต้องวิ่งไปเอากล้องบนบ้านพัก

Monday, January 16, 2006

พ่อ..เจ้านี่จะงาบเราไหม?


พาลูกปารย์เที่ยว สวนสยาม ทะเลกรุงเทพที่เคยแสนจะฮิตในอดีต วันนี้คนไม่มากนัก แต่ก็ยังมีอะไรๆ ให้ปารย์พอตื่นเต้น อย่างเจ้าตัวในภาพนี้เป็นต้น อีกอย่างปารย์ชอบเล่นน้ำที่สวนน้ำ มากๆๆๆ เล่นจนเป็นเด็กดำปากเขียวไปเลย อิอิ

สนุกกับงานปีใหม่


เข้าใจว่าเป็นงานปีใหม่แรก ที่ปารย์รู้สึกสนุกด้วย ก็จะไม่ให้สนุกได้ไงนะ มีทั้งพี่กาญจน์ และพี่นัฏ เต้นเป็นเพื่อนอย่างนั้น งานนี้ปารย์เลยเต้นซะ....

Wednesday, January 04, 2006

ไปฟัง + ดูดนตรีในสวน


ปารย์ + พ่อ + แม่ + ยาย ไปฟัง + ดูดนตรีในสวน ที่สวนลุมพินี งานนี้นอกจากได้ฟังเพลงเพราะๆ จากวง Bangkok Symphony Orchestra แล้ว ยังได้ดูไฟสวยๆ ฉลองวัน Christmas ด้วย
ปารย์ตื่นเต้น หรือว่าตกใจก็ไม่รู้นะ ใจเต้นตึก ตึก เลยเวลาไฟทำเสียงดัง