Monday, June 04, 2007

ควันหลง ดอนหอยหลอด


พ่อเล่าเรื่องดอนหอยหลอดไปแล้ว แต่พ่อหารูปไม่เจอ ไม่มีรูปก็ขาดรสชาติไปนะ พอหารูปเจอ แม่เลยต้องเอารูปมาลงซ่อมซะหน่อย

ภาพแรก ลูกฉัน โต-ตระ-ระ ลุยเลย ดูดิ เท้ายังไม่ยอมให้ติดโคลนเลย เดือนร้อนยายกะแม่ ลากไปตลอด กว่าจะทำใจเหยียบโคลนได้...

พวกเราพยายามจิ้มปูนขาวลงรูกันอยู่นาน ก็ไม่ปรากฏหอยหลอดสักตัวพุ่งขึ้นมาเหมือนที่เคยดูในทีวี เกือบถอดใจ นึกว่าโดนหรอกให้ซื้อปูนขาวมาหยอดใส่รูแก้ดินเป็นกรดแถวนี้ ว่าจะไปร้องเรียนผู้ว่าฯอยู่แล้วเชียว โชคดีนะที่มีมืออาชีพผ่านมา โฮะๆ เธอหยอดปูนได้หอยมาเป็นถัง พวกเราเลยถึงบางอ้อ ว่าหอดนะมีอยู่จริง แต่พวกเราไม่มีปัญญาจะเอามันขึ้นมาเท่านั้นเอง อิ อิ



งานนี้เด็กๆสนุกสนานกันมาก ขาลุยสุดๆคงหนีไม่พ้น น้องหนุน นี่ถ้าคุณแม่ she ยอมให้ลงไปกลิ้ง ก็คงลงไปกลิ้งโคลนเล่นไปแล้ว ถัดมาก็น้องปิ้ง ที่เห็นน้องหนุนลุยโคลนท่าทางสนุกสนาน เลยลุยบ้างให้มันรู้กัน เหลือแต่คุณลูกปารย์ของแม่ที่กว่าจะคุ้นกับโคลนก็ได้เวลากลับพอดี ทำไงได้ที่บ้านมีแต่พื้นปูนนี่นะ

Saturday, May 19, 2007

เสียงหนู กับ เสียงหมี!!!


นานมากแล้วที่ไม่ได้ คุยเรื่องปารย์ ในคนอื่นอ่านเล่น มีขาประจำ ท้วงมาเป็นระยะ ๆ ไม่ได้ตั้งใจเช็ค rating หรอกนะ เพียงแต่ นัดกันยุ่ง ทั้งพ่อและแม่ แต่จะยุ่งอย่างไร ก็พักให้ปารย์ มีกิจกรรมอยู่เสมอ ๆ นั้นแหละ เพียงแค่ไม่ได้ update เท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง โครงการถ่ายรูปนกพร้อมพิกัด (พ่อมันเรียน) แต่กลับได้เพียงตะกวด เพราะตัวใหญ่และชัดดี นกได้เพียงจุด ๆ มองให้เห็นว่าเป็นชนิดอะไร แถมพ่อก็ไม่รู้จะบินขึ้นไปเก็บพิกัดยังไงดี ปารย์เล่นถ่ายทุกตัว ในระยะสายตา (บนฟ้า) แต่ตะกวดมันไม่หนีไปไหน (เจอพวกหรือเปล่า)

โครงการหาหอยหลอด อันนี้เป็นโครงการใหญ่ของแม่และแก๊ง รวมทั้งลูก ๆ ของ แก๊ง มีภาพมาอวดเหมือนกัน แต่พ่อหากล้องไม่เจอ ต้องรอแม่ว่างนะ

แต่วันนี้พ่อจะมาเล่าเรื่อง หนูกับหมี!! (อ้าว) จริงๆ เป็นโครงการที่วางไว้ค่อนข้างนานแล้ว แต่ต้องหรือเวลาและ โอกาส (สองอย่างนี้ มักไม่ค่อยสัมพันธ์กัน คนไม่สมหวังมักบอกอย่างนี้เสมอ)
เข้าเรื่องเถอะพี่ !! พ่อพาปารย์ไปเรียนดนตรี ที่บ้านตัวโน๊ต (ใช่ไหม๊ว้า เก็บรายละเอียดไม่ค่อยได้เลย)

กว่าปารย์จะยอม ญาติดีกับคุณครู เล่นเอาพ่อเครียด กลัวโดนไล่ออก ตั้งแต่วันแรก ปารย์เล่นเอาแต่วิ่ง ไม่ยอมฟังใคร จนเมื่อคุณครูเอา รูปหมีกับหนูมาให้ระบายสี ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ปารย์ถนัด จริงดูจะเข้าเค้า แถมเล่นคีย์บอร์ด ปารย์ก็ทำได้น่าประทับใจจริง ๆ เสียงหมีเป็นยังไง ปารย์ก็กดกลุ่มเสียงต่ำ คุณครูถามว่าเสียงหนูเป็นยังไง ปารย์ก็กดกลุ่มเสียงสูง เสียงหมี เสียงหนู หมีกระโดด 2 ครั้ง หนูกระโดด 1 ครั้ง เออ คุณครูเก่ง จริงๆ หรือหลักสูตร Musical for Little mozart อะไร สักอย่างนี้แจ๋วจริง แีค่หนูกับหมี ทำให้ปารย์รู้จักเสียงต่ำ เสียงสูงได้

แต่ปารย์ถามพ่อว่า ไม่มีหมีแพนด้าเหรอ!! พ่ออยากฟังแต่ผีกาก้า นะลูก

Tuesday, April 10, 2007

ปารย์ไปทำงานด้วย

พ่อกลับจากประชุมที่สิงคโปร์ ก็เผ่นไปเยี่ยมปารย์ ที่บ้านยายเลย กะว่าไปถามสาระทุกข์ สุกดิบ กัน พ่อลูก ครั้งแรกที่เจอหน้าพ่อ ปารย์บอกว่า "กลับบ้านกัน" ดูน่าเศร้าจัง พ่อบอกปารย์ว่ารอแม่ก่อน แม่ไปทำงาน ปารย์บอกว่า "ปารย์จะไปทำงานด้วย" พ่อค่อนข้างเครียดนิดหน่อย ใจอยากพาปารย์กลับมาอยู่บ้าน อีกใจลังเล กลัวว่าปารย์จะไม่เป็นสุข พ่อเองก็อยากอยู่กับปารย์นะ เราเคยอยู่กันได้นิน๊อะ

สุดท้ายก็ต้องฟังผู้ใหญ่เค้าน๊อะ รอแม่อีกหน่อยนะปารย์ พักนี้พ่อเครียดจัง ปารย์อยู่ห่าง ๆ พ่อก็ดีเหมือนกัน

Wednesday, April 04, 2007

Update blog over a board

ตั้งชื่อตอน ดูแปลกหน้า ไหม๊ ใช้ภาษาปะกิตด้วย
เพราะเป็นครั้งแรกที่ update blog ปารย์ จากต่างประเทศเลยทีเดียว
ด้วยความโชคดี หรือเคราะห์ร้ายก็ไม่รู้ พ่อต้องไปประชุมที่สิงคโปร์
เป็นการเดินทางไปสิงคโปร์ด้วยเครื่องบิน เป็นครั้งแรก ต้องไปสวัสดี ชางกิง กันสะหน่อย

ระทึกดีเหมือนกัน เดินทางคนเดียว โรคกลัวฝรั่ง เพิ่งจะสางได้ไม่นาน มันจะกำเริบอีกไหม๊น๊อ
ไม่หรอกน่า สิงคโปร์ มันก็พอ ๆ กับ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษบ้านเราแหละ

เพิ่งจะจากปารย์มาแค่ 3 วัน แต่พอมาอยู่ไกลบ้านอย่างนี้ อดคิดถึงไม่ไหว โรคติดลูกกำเริบแหง ๆ
โทรหายายอร ก่อนขึ้นเครื่อง เพราะยังไงเสีย ปารย์คงไม่ยอมคุยโทรศัพท์ด้วยอยู่แล้ว พ่อเข้าใจ
ได้ข่าวว่า เริ่มรู้จักใช้อำนาจ ในการเรียกร้อง จะเอาโน้น จะเอานี้ กันใหญ่แล้ว พ่อถึงไม่อยากให้ปารย์ ไปอยู่กับใคร ก็เพราะอย่างนี้แหละ ปารย์จะกลายเป็นคนเอาแต่ใจ ไม่ยอมอดทน โตขึ้นปารย์ก็จะกลับมาว่าพ่อกับแม่ได้ว่า "พ่อแม่รังแกฉัน"
ร้องไห้ตอนนี้ คงไม่ทำให้ ช้ำใจมากกว่า ไปร้องตอนเป็นวัยรุ่นแล้วนะ


จริงๆ ตอนนี้ พ่อนั่งทำงานอยู่นะ เวลาบ้านเราก็ 5 ทุ่มกว่า ที่นี่เร็วว่า 1 ชั่วโมง
กว่าจะถึงที่พักได้ ต่อรถไฟ กันสนุกสนาน ดูแล้วไม่ยาก แต่ค่าห้องพัก แพงบรรลัย นอน 2 คืน เงินเดือนหมดพอดี อยู่ที่ Seattle ได้ตั้งเดือน บ้าไปแล้ว สิงคโปร์ ตอนมากับเรือ ก็ไม่รู้สึกอะไร พอตกเย็นก็ลงเรือ เที่ยวมันทั่วเกาะ หารู้ไม่ ไอ้โรงแรมที่นี่ มันโหดชะมัด ไม่เอามื้อเช้า ก็ไม่ยอม
ดูเหมือนโดนแขกมันหลอก ยังไงไม่รู้

มันเกี่ยวอะไรกับปารย์บ้างไหม๊เนี้ย
หึ หึ พ่อไปทาง แม่ไปทาง ฉันจะอยู่กับใคร
"ปารย์จะอยู่กับยาย" ปารย์บอกก่อนวันที่พ่อจะหนีมา
พ่อพยายามจะหา ไดโนเสาร์ ไปฝากปารย์นะ คิดถึงจัง

Friday, March 23, 2007

ทดสอบความอดทน

อ่า ไม่ใช่ใครที่ไหน ปารย์ทดสอบความอดทนแม่หนะเอง
เรื่องมันก็มาจากกรณีไม่มี TV แหละ แม่ก็คอยหากิจกรรมอื่นมาเสริม
ไม่ว่าจะเป็นเล่นระบายสี เล่นนับเลข เล่นต่อจุด และ...
เมื่อวานเล่นนับเลข
ตอนแรกก็นับดีๆ ผ่านไป 5 นาทีชักแกล้งแม่

แกล้งยังไง???
ก็แกล้งนับผิด แกล้งติดสติกเกอร์ผิดที่ ทั้งๆที่ เคยนับได้ถูก และติดถูกที่เมื่อ 5 นาทีที่ผ่านมา

อันที่จริงไอ้เรื่องผิดถูกหนะ มันไม่เท่าไหร่
แต่ที่น่าโมโหคือ ก่อนจะทำให้ผิด ก็คอยเหลือกตาดูแม่ ว่าถ้าทำผิดแม่จะทำยังไง
ฮึ ฮึ มันน่า....ไหมหละ ทดสอบความอดทนของแม่อีกแล้ว

(ทีนี้ตำราหลายเล่มของแม่เคยแนะนำว่า ไม่ควรเล่นต่อถ้าลูกไม่พร้อมหรือลูกเบื่อ)

แม่ก็เลยทำเป็นไม่ว่าอะไร แต่บอกปารย์ว่า “ถ้าปารย์ไม่อยากเล่นนับเลขแล้ว เราก็เลิกเล่นละกัน” แล้วเอาสมุดไปเก็บ

ฮึ ๆ ไม่นาน เจ้าปารย์ก็สวมบทบาทพระเอกเจ้าน้ำตา ฮะฮะ ไม่มีโวยวาย ไม่มีร้องไห้จ้า
มีแต่น้ำตาที่ค่อยๆ ไหล กับเสียงสะอื้นไห้เบาๆ แล้วเข้ามาซุกที่ตัก

แม่ไม่รู้ว่าจะขำ จะโมโห หรือจะสงสารดี
ถามว่าปารย์ร้องทำไม
“ปารย์จะเล่นนับเลข” ปารย์ตอบ

เอา!! ถ้าจะเล่นก็ไม่ต้องร้อง
แม่หยิบสมุดนับเลขมาให้เล่นใหม่
ปารย์นับไป น้ำตาไหลไป
...เศร้าจัง...

เหมือนเป็นอีแม่ใจร้าย บังคับให้ลูกทำแบบฝึกหัดทั้งน้ำตา
55555 แม่เลยได้ข้อคิดว่า อย่าด่วนสรุปเรื่องจากภาพที่เห็น เพียงขณะหนึ่ง ...นะจ๊ะ

Wednesday, March 21, 2007

เมื่อบ้านไม่มี TV

แล้วแม่ก็ตัดสินใจ เอา TV ไปซ่อมทั้งๆที่มันไม่ได้เสีย
อะนะ จนกว่าปารย์จะพูดคุยโต้ตอบกับแม่ได้คล่อง แล้วบ้านเราค่อยต้อนรับ TV กันใหม่
แล้วพอไม่มี TV มาแย่งเวลาของเราไป เราก็มีเวลาทำอะไร อะไรเล่นกันได้ตั้งเยอะแหนะ


ปารย์ถ่ายรูปกับ ผลงานวันที่ 20 มีค. 50

ปารย์พยายามจัดวางไดโนเสาร์ แม่ช่วยเอา snoopy ไปวาง แม่หันหน้า snoopy ไปทางขวา ปารย์โวยวายว่า "ทางซ้าย ทางซ้าย" (แม่ งง!!เล็กน้อย ไม่คิดว่าปารย์จะเข้าใจ ซ้าย ขวาแล้ว)
ตั้งสติได้ก้จับ snoopy หันไปทางขวา เออ! ปารย์ยิ้ม และเลิกโวยวาย เออ ลูกเราเข้าใจซายขวาแล้วแฮะ..
สุดท้ายที่พลาดไม่ได้คือปารย์พยายามออกท่าทางเป็นไดโนเสาร์ชนิดต่างๆ อยู่ด้านหลังให้แม่ถ่ายรูป

เจ้าไดโนเสาร์ 3D นั่นแม่ได้แบบมาจาก
http://www.rain.org/%7Ephilfear/download-a-dinosaur.html

ส่วนเจ้าหมาน้อยนั่นก็มาจาก
http://www.dltk-kids.com/crafts/peanuts/msnoopymobile.html


เจ้า Iguanodon นี่ สีแดงอย่างนี้ เป้นฝีมือปารย์ล้วนๆ ไม่รู้ทำไมชอบสีแดงจัง


เจ้า snoopy ตัวขวานั่น ฝีมือปารย์ล้วนๆ ทั้งระบายสี และตัด ปารย์เติมหนวดให้ snoopy ด้วย เติมไปก็พูดไปว่า เป็นแมว ฮึ ฮึ เป็นแมว

Monday, March 19, 2007

เที่ยวพิพิธภัณฑ์เด็ก

ช่วงนี้พิพิธภัณฑ์เด็ก จัดแสดง Robot Zoo แม่เลยชวนยายพาปารย์ไปเที่ยวกัน
แม่คิดเอาเองว่าปารย์น่าจะชอบ

โอกาสดีเป็นของเราที่บังเอิญเราไปในวันที่เด็กเข้าฟรี อิ อิ ไม่รู้เนื่องในวันอะไรเหมือนกัน แม่ก็ลืมถามไป รู้แต่ว่าแม่ประหยัดไปได้ 130 บาท

สังเกตจากอาการตื่นเต้น วิ่งไปดูทางโน้นที ทางนี้ที จับโน่น ขยับนี่ แม่ก็คิดเอาเองอีกแหละว่าปารย์ชอบ


ทดสอบดู ว่าหนวดหมึกมันดูดยังไงนะ



ปารย์ให้ความร่วมมืออย่างดีในการถ่ายรูปกับเจ้ากิ้งก่าคิมิเลี่ยน ที่เด็กสามารถ บังคับให้เปลี่ยนสีได้ ขยับหัว กลอกตา และแลบลิ้นออกไปจับแมลงกิน


ปารย์เสียฟอรม์เลย กำลังปีนรั้วดูยีราฟอยู่ดีๆ ยีราฟหันมา
ปารย์โดดจากราวแบบยายแทบจับไม่ทันเลย

ปารย์จะเป็นจระเข้

พ่อ เรียงให้หน่อย




แล้วปารย์ก็นอนคว่ำลง
แล้วพ่อก็เรียงให้
แล้วปารย์ก็แปลงกาย
แล้วกลายเป็น...จรเข้ แฮ่ แฮ่

Sunday, March 18, 2007

ปารย์โตขึ้น!

ด้วยพ่อไม่อยู่บ้าน หลายวัน (หลายสัปดาห์) ไม่อยากอ้างว่ามันเป็นงาน
(อุส่าห์ หนีเรือมาแล้วเชียว) พ่อก็พยายามโทรมาคุยกับปารย์บ้างเป็นครั้งคราว
รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้บ้าง เป็นธรรมดา แต่หลังๆ พ่อสังเกต ปารย์ตอบโต้ ประโยคได้มากขึ้น
เช่นพ่อถามปารย์ว่าทำอะไรอยู่ ปารย์ก็บอกได้ว่าระบายสี พ่อถามต่อว่าปารย์กินข้าวแล้วยัง ปารย์ก็ตอบว่าไดโนเสาร์!! คงนึกต่อไปเลยว่าพ่อจะถามว่ากินกับอะไร คาดการณ์ไปล่วงหน้าเลย
พ่อเลยหมดคำถาม!! มารู้จากแม่ว่า ปารย์ระบายสีไดโนเสาร์ อ้าว!

พ่อกลับมาเมื่อวาน ปารย์หลับกลางวันอยู่ ดูยาวขึ้นเยอะ ก็ปารย์นอนอยู่ จะให้สูงขึ้นยังไงได้
ปารย์ตื่นขึ้น เห็นพ่อนั่งยิ้ม คงงง งง หรือนึกว่าฝันไป หรือ....
พ่ออ้าแขนจะอุ้ม ปารย์ก็ค่อยกระดืบ (เขียนยังไง) โอ๊ย หนัก ปารย์หนักขึ้นหรือเปล่า!!

การที่ไม่อยู่ด้วยกันหลายวัน มัีนทำให้ปารย์โตเร็วขึ้นเหรอ พรุ่งนี้พ่อก็ต้อง ออกต่างจังหวัดอีกแล้ว
ปารย์โตขึ้นอีกนะ...

Friday, March 16, 2007

ความประทับใจเล็กๆ

เจ้าปารย์นี่มีอะไรให้แม่ค้นหา ให้ทำความเข้าใจได้เยอะดีจัง

เมื่อคืน ประมาณ 3 ทุ่ม แม่นั่งซ่อมนาฬิกา อะบะเรนเจอร์ ให้ปารย์
สายมันสั้นไป ปารย์ชอบใส่ แต่ใส่แล้วจะบ่นว่าเจ็บ

ปารย์คงอยากช่วย
พยายามมานั่งใกล้ๆ แต่ก็นั่งไม่ไหว ท่าทางง่วงมากๆ
ปารย์นอนลงไปข้างๆ แม่ แล้วพูดว่า “แม่ระวังมันหนีบนะ” ชัดแจ๋ว แบบไม่ต้องเดา
แม่ยังไม่ทันได้ถามว่าอะไรจะหนีบแม่เหรอ ปารย์ก็หลับสนิทไปซะแล้ว

เออ!! คราวนี้แม่ไม่ต้องเดาว่าปารย์พูดว่าอะไร แต่ต้องมาเดาว่าให้แม่ระวังอะไรแทน
อาจหมายถึงระวังสาย อะบะเรนเจอร์ มันหนีบเหมือนที่ปารย์เคยถูกหนีบ
หรืออาจอยากบอกให้แม่ระวังเข็มแทง เพราะแม่กำลังใช้เข็มเย็บสายอยู่ แต่เลือกใช้คำผิด
แต่ยังไงซะ แม่ก็ดีใจ ที่ปารย์เป็นห่วงแม่ด้วย อิ อิ

Thursday, March 15, 2007

เล่นปั้นๆ เล่นต่อบล็อก ของชอบเลยคร๊าบ


จะเรียกว่าปั้นได้ไหมนะ อันที่จริงออกไปทางขยำๆ โปะ โปะ มากกว่า


ชื่อผลงาน "ไม่มีชื่อ"
ศิลปิน "ด.ช.ปารย์ ละอองมณี "
แม่ไม่รู้จะตั้งชื่อผลงานนี้ว่าอะไรดี ถามปารย์ ปารย์บอกแต่ว่า ช๊อกโกแลต ช๊อกโกแลต อะ


ชื่อผลงาน "ไม่มีชื่อ 2"
ศิลปิน "ด.ช.ปารย์ ละอองมณี "


บล๊อกนอกจากสามารถเป็นส่วนหนึ่งของงานประติมากรรมของปารย์แล้ว
ยังสามารถเข้าไปอยู่ในกล่องได้ด้วย
ปารย์กำลังง่วนกับการเอาชิ้นส่วนต่างๆเข้ากล่อง ขอบอกว่าเวลาแม่เล่นของเล่นปารย์ชุดนี้ แม่เองก็ใช้เวลานานอยู่เหมือนกัน
ปารย์ทำได้ แสดงว่าเรามีสติปัญญาใกล้ๆกัน แล้วดิ 5555
พ่อบอกว่า สงสัยฟลุก แต่ก็เห็นตรงกับแม่ว่าการจะต่อได้สำเร็จ อย่างน้อยก็ต้องมีสมาธิดีพอสมคววร


ผลงานปารย์ล้วนๆ โดยมีแม่ลุ้นอย่ห่างๆ

Saturday, March 10, 2007

หาดแม่พิมพ์

อิ อิ แม่กลับมาจากออกทะเล ก็พาปารย์ไปเที่ยวทะเลอีกแล้ว
พ่อต้องไปทำงานที่ระยอง 2 วัน แม่เลยได้โอกาสติดสอยห้อยตามพาปารย์ไปเที่ยวด้วย
พ่อไปทำงาน เราสองคนไปเที่ยว



วันแรกประเดิมด้วยการเดินเล่นที่อ่าวมะขามป้อม
ใกล้ที่ทำงานของลุงจี้ และน้าอัญ

ปารย์พาไดโนเสาร์เพื่อนรักไปเที่ยวทะเลด้วย
แล้วปารย์ก็ยอมใส่หมวก ของฝากจากพม่า


แม่ชอบรูปนี้จัง
ที่หาดแม่พิมพ์
ทะเล วาฬ(เป่าลม)ปารย์ พ่อ



เห็นปารย์เล่นน้ำทะเลสนุกแบบนี้
แม่แทบลืมไปเลยว่าเมื่อก่อนปารย์เคยไม่ยอมเหยียบทราย และกลัวทะเล



เล่นไม่ยอมเลิก
จนเย็น



จนค่ำ

Thursday, March 08, 2007

แม่กลับมาแล้ว

แม่กลับมาก็รีบไปหาปารย์ที่บ้านยายเลย
พอยายเห็นแม่ ก็หันไปถามปารย์ว่า "ใครมาแล้วนั่น"
ปารย์หันมา แล้วรีบวิ่งเข้ามาหา เรียกแม่ว่า “คุณแม่” (ฟังแล้วจักจี้)
เข้ามากอด ให้แม่หอม แล้วปารย์ก็หอมแม่
ชื่นใจ จริงๆ

ไปพม่าเที่ยวนี้ได้หมวกทหารมาฝากปารย์ 1 ใบ
แต่ปารย์ไม่ค่อยสนใจเลย (ตามเคย) จะเอาแต่ของเล่น
ไม่เป็นไร แม่เข็นให้ใส่จนได้เองแหละ

เมื่อเช้าแม่เอาแป้งพม่า (Tanaka) มาทา แบบว่าอยากสวยเด้ง เหมือนสาวพม่า
ปารย์เห็นแล้วยิ้ม ๆ พูดว่า “แม่ทาแป้ง”
แม่ถามว่า “สวยไหมหละ”
ปารย์ตอบ “สวย” ตามด้วยเสียงหัวเราะ
เอะ! สวยทำไมต้องขำอะลูก
ปารย์ไม่ตอบ...

Friday, February 23, 2007

ปารย์ ปิดเทอมก่อนนะ!!!!

ปรกติหากใครสักคน มาบอกเราว่า เราปิดเทอมก่อนนะ ตัวเอง!!!
คงหนีไม่พ้น คิดไปว่า ไม่โดนไล่ออก ก็คงลาออก
ปารย์เอง เรียนเตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาลปานตะวัน มาก็ร่วมปี เกียรติบัตร ก็มากมาย(ติดเต็มทางขึ้นบันไดบ้าน)
ครั้นจะบอกว่าถูกไล่ออก คงทำให้เชื่อยาก ด้วยครูหลายคนรับประกันความประพฤติในตัวปารย์(ฟ้องเค้าไปทั่ว)

ด้วยความที่พ่อกับแม่ คุยกันไม่รู้เรื่อง (ปัญหาคล้ายครอบครัวแตก ปารย์กำลังจะกลายเป็นเด็กมีปัญหา ปัญหาคือปารย์จะไม่อยู่กับใครดี หรือจะให้ศาลตัดสินดีนะ) เอ้าไปใหญ่ ยุงเริ่มมาแล้ว! เอาเป็นว่า ด้วยช่วงเวลานี้ เป็นหน้าที่ของพ่อคนเดียว ที่ต้องเข้าเวรอยู่เป็นเพื่อนปารย์
แต่เนื่องจากคนเรา มักคิดว่าตัวเองเก่ง จึงสร้างภาระงาน หลายๆด้าน สุดท้าย ก็ทำอะไรให้ดี ไม่ได้สักอย่าง (ช่วงนี้อารมณ์ เป็นอะไรไม่รู้ ขนาดลิเวอร์พูลชนะแล้วนะ) พ่อต้องเดินทางออกต่างจังหวัด อ้อ เดินทางออกสองจังหวัดในสัปดาห์เดียวกัน ที่สำคัญมันไปคนละทิศ ละทางกันเลย

ก็เดือดร้อนถึงปารย์ด้วยนะซิ เอาไว้พ่อจะพยายามอธิบายให้ปารย์ฟังทีหลัง
ปารย์ต้องหยุดโรงเรียนก่อนปิดเทอม ซึ่งกำหนดไว้เป็นที่ 3 มีนาคม โดยปารย์ต้องพลาดงานเลี้ยงส่งรุ่นพี่ ปี3 ไม่ใช่ซิ เป็นรุ่นพี่อนุบาล3 ในวันที่ 2 มีนาคม ซึ่งครูเย็นบอกพ่อว่า ปารย์ตั้งใจซ้อมการแสดงดีมากทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่มีโอกาสโชว์ในงานที่สำคัญนี้

ไม่เป็นไร เอาไปโชว์ตายงค์ ที่บ้านก็ได้นะปารย์ ไม่รู้ลาเพื่อนๆ ในชั้นแล้วยัง ครูบอกว่าปารย์เล่นทั้งวันไม่ยอมนอนเลย น่าจะสั่งลาเรียบร้อยแล้ว(ขึ้นรถได้พักเดียว หลับหายไปเลย ตื่นอีกที งง งง บ้านยายเหรอ ปารย์ถาม!!)

Thursday, February 15, 2007

เด็กชายน้ำอุ่น

ถึงแม้ว่ากรุงเทพฯ จะผ่านหนาวของปีนี้ ไปได้หลายวันแล้ว จนกลางคืนของหมู่บ้าน เริ่มกลับมาคราง หึ่งๆ ด้วยเครื่องปรับอากาศกันทุกบ้าน
ไม่เว้นแม้แต่บ้านปารย์ แต่เช้าๆ ปารย์ก็ไม่ค่อยยอมตื่น เหมือนเดิม ที่ยังแย่ไปกว่านั้นก็คือ

ถึงแม้ ปารย์จะไม่ยอมลืมตาตื่น ปารย์ก็ยังร้องเรียกหา "นมขวด" ได้เหมือนเดิม "กินนมขวด" ปารย์บอกพ่อ
หลังจากจัดการกับนมขวด โดยไม่ต้องลืมตาขึ้นมาดูโลก ปารย์ก็จะเรียกพ่อ ด้วยสำเนียงอ้อนเหมือนทุกวัน "คุณฮ้อขา" (ไปเอามาจากไหน) ปารย์ยังไม่ยอมแยกระหว่าง "ฮ้อ" กับ "พ่อ" แถม "ขา" ให้อีกข้าง พ่อต้องตอบ"ครับ" ปารย์จึงจะเรียกซ้ำ "คุณฮ้อครับ" (ดีขึ้น แต่ยัง ฮ้อ เหมือนเดิม) ปารย์เรียกทุกครั้งที่กินนมหมดขวด เพื่อให้พ่อไปรับจากมือปารย์ ด้วยเข้าใจว่า ขวดนมศักดิ์สิทธิ์ ห้ามวางลงบนพื้นใดๆ เพราะพ่อส่งให้กับมือ ปารย์จึงส่งคืนด้วยมือ เช่นกัน แต่หาก เรียกคุณฮ้อขา เกิน สามครั้ง เป็นอันว่า ขวดนมขวดนั้น หมดความศักดิ์สิทธิ์ ไปโดยปริยาย เพราะปารย์จะหลับต่อแล้ว ขวดนมอยู่ตรงไหน ก็ช่างมัน บ่อยครั้ง พ่อหาขวดนมที่ปารย์อัญเชิญ ไปไว้ ไม่เจอ อยู่ไกลเกินรัศมี ที่ปารย์จะวางได้ มันคงถูกเชิญไปด้วย กิริยาที่ไม่อาจเดาได้

เสร็จเรื่องจากนม พ่อก็ต้องหาเอาขวดนมไปล้าง พร้อมนึ่ง ให้เรียบร้อย ครั้งก่อน พ่อเห็นว่ามีแค่ขวดเดียว ก็เก็บไว้ กะล้างตอนเย็น ด้วยความที่เป็นคนหัวอนุรักษ์ กะประหยัดน้ำ (เออ ขี้เกียจ) เป็นเรื่องครับ เพราะ กระบวนการนึ่งขวดนมเป็นเรื่องสำคัญ

ปารย์โวยวาย จนพ่อเปลี่ยนแผนแทบไม่ทัน เรื่องของเรื่อง จนกลายเป็นกิจวัตร ของปารย์ทุกวันนี้ พ่อต้องนึ่งขวดนม แล้วเอาน้ำร้อน มาทำให้ผสมน้ำให้อุ่น พอประมาณ จึงไปจัดการกับเสื้อผ้า แล้วอาบน้ำด้วยกัน พ่อลูก กระบวนการทั้งหมด ปารย์ยังไม่ลืมตามาดูโลกเลย
แต่ปารย์จะย้ำทุกวันว่า "น้ำอุ่นนะ" หลังจากวันที่พ่อขี้เกียจล้างขวดนม ขวดเดียว กว่าปารย์จะลืมเต็มๆตา ก็ตอนพ่อแปรงฟันให้ปารย์ เพราะค่อนข้างทุลักทุเล จนปารย์รำคาญมั๊ง แล้วมายืนปั้นจิ้ม ปั้นเจ้อ หน้ากระจก ขึ้นอยู่กับว่า วันนี้ปารย์จะเป็นตัวอะไร ส่วนใหญ่ก็ แฮ่ ได้โนเสาร์ มาแล้ว

เฮ้อ ไปโรงเรียนปานตะวันกันได้แล้ว "เด็กชายน้ำอุ่น"

Sunday, February 11, 2007

วันที่แม่ไม่อยู่!!!


ปารย์มาอาศัยอยู่บ้านยาย ตั้งแต่คืนวันพฤหัส เพราะพ่อไม่ยอมให้ปารย์ไปจันทบุรีด้วย
ก็ไม่มีใครจะอยู่กับปารย์ ตอนพ่อสอนพี่ๆ เค้านิ

ปารย์ก็เลยมีความสุข กับการที่คนโน้น คนนี้ คนนั้นเอาใจ อยากจะไปบ้านไหน
ก็เดินดุยๆ ไปไม่ต้องบอกใคร ยายอยากเจอปารย์ก็เดินหาเอาซิ

เมื่อจะให้ปารย์กินข้าว ก็ต้องเปิดทีวี เรื่องไดโนเสาร์ ให้ดูอย่างนี้แหละ
แล้วพรุ่งนี้ ปารย์จะยอมไปโรงเรียนกับพ่อไหม๊เนี้ย

ปล. ไม่บ่อยนักที่พ่อจะถ่ายรูปปารย์ ด้วยกล้อง Notebook แต่ก็รับได้สำหรับ เรื่องเล่ายามเที่ยง

Thursday, February 08, 2007

ปารย์ ไปล้วย ไปล้วย!!!

วันนี้ แม่ปารย์ต้องไปออกเรือ แล้วซิ ปารย์ต้องนอนกับพ่อ แค่สองคนอีกแล้ว
พ่ออ่านนิทานให้ปารย์ฟัง ไม่ค่อยสนุกเลย พ่อวาดรูปก็ไม่สวย ปารย์ให้วาดไดโนเสาร์ ก็วาดไม่ได้
พ่อชอบเปิดเพลงให้ปารย์ฟัง แล้วพ่อก็หลับ!!!

วันนี้ปารย์ไม่อยากไปโรงเรียนปานตะวันเลย แต่พ่อก็ไม่ยอม จับปารย์ใส่รถไปส่งให้ "ครูเย็น" จนได้ อุส่าห์เลือกใส่ชุดสวยแล้วน๊า!
แต่วันนี้พ่อก็ไปรับปารย์ที่โรงเรียน พ่อไม่โกหกปารย์

พ่อบอกปารย์ว่า ให้ปารย์ไปเล่นกับ"น้าเอ๋" อยู่บ้าน"ยายอร" แล้วพ่อจะมารับ แต่ปารย์อยากไปด้วย ปารย์อยากไปด้วย จะไปด้วย ปารย์ยังพูดไม่ชัด ปารย์บอกพ่อว่า ไปล้วย ไปล้วย พ่อไม่ฟังปารย์เลย ปารย์จะไปกับพ่อล้วย..........

Sunday, February 04, 2007

นิทานในสวน หรืองานรวมมีนกรจูเนียร์ กันแน่...

นิทานในสวน ทำให้แม่ได้เจอเพื่อนเก่า ปารย์ก็ได้เจอลูกของเพื่อนๆ แม่ คราวนี้มากเป็นพิเศษ
น้าเปิ้ล และพี่ปิ้งปิ้ง
น้าโย่ง น้าเจี้ยง และน้องขนุน
น้ามด น้าหยอย และน้องเมืองปาย
น้าอ้วน น้าเป้ง พี่ถิง ถิง และน้องตี้
โฮะ ๆ เยอะจริงๆ




คุณครูที่เล่านิทานอยู่นี่ ชื่อคุณครูก้า เล่านิทานได้เก่งจริงๆ แม่ฟังเพลินเลย ยิ่งมีดนตรีประกอบเสียงเท่ๆ ด้านหลังหนะ ยิ่งเพลินใหญ่เป็นความสามารถที่แม่อิจฉาจัง แต่ไม่รู้ปารย์ชอบหรือเปล่านะ เห็นห่วงแต่ลูกโป่ง

Parn’s Gallery


ทั้งหมดเนี่ย ฝีมือผมเองคร๊าบบบบ


ภาพล่าสุด ที่สวนรถไฟ (แฮะ ๆ เธอเป็นใครไม่รู้ แต่ยืนกำกับให้ผม ใช้สีโน้นสีนี้อยู่นั่นแหละ)


แหม! เขินจัง ระบายไประบายมา เจ้าก้านกล้วย กลายเป็น ก้านเน่า อิ อิ

Thursday, February 01, 2007

ไม่อยากไป ก็ไม่ได้

สักวันปารย์คงเข้าใจว่า คนเรามีหลายหน้าที่ แม่มีหน้าที่เป็นแม่ ซึ่งต้องคอยดูแลลูก เล่นกับลูก ... เป็นแม่บ้านซึ่งต้องทำกับข้าว ซักผ้า… เป็นลูกของยายปารย์... เป็นพี่ของน้าๆของปารย์ ....แล้วแม่ก็ยังเป็นพนักงานรับเงินเดือน ที่มีหน้าที่ต้องทำงานให้สำเร็จลุล่วงไป

งานของแม่มันก็ไม่ใช่มีแต่งานที่ต้องไปเช้าเย็นกลับซะด้วย ครานี้แม่ต้องไปทำงานที่ทะเลประเทศพม่าตั้ง 1 เดือน โอ้ 1 เดือนแหนะ อันที่จริงมันก็เป็นงานเดียวกับงานที่แม่เคยกระตือรือร้นจะไปทำเสมอ แต่ระยะหลังมานี่แม่เหมือนรู้สึกผิดที่ต้องห่างลูกไปนานๆ ที่ต้องให้พ่อดูแลปารย์คนเดียว อะนะ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่ไปนานอย่างนี้ ปารย์คงเข้าใจนะ เพียงแต่คราวนี้ทั้งเดือนปารย์ต้องหยุดโรงเรียนทุกวันศุกร์ไปเล่นกับเจ้าหมอกที่บ้านยายอร เพราะพ่อก็มีหน้าที่ต้องไปจันท์ทุกวันศุกร์ซะด้วย เฮฮ!!! ครอบครัวเรา

แล้วแม่จะหาของที่ระลึกจากพม่ามาฝากนะ

Wednesday, January 31, 2007

ทะเลจันท์ภาค2 ตอนจบ

วันกลับ พ่อบอกให้กลับเร็วหน่อยนะเพราะเย็นนี้มีถ่ายทอดฟุตบอลไทย-เวียดนาม แต่แฮะๆ ยังไงๆก็ต้องผ่านน้ำตกเขาชะเมา แวะเข้าไปดูปลาพลวงกันหน่อยนะพ่อ แม่จำได้ว่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วที่น้ำตกเขาชะเมามีปลาพลวงเยอะมากมาก

แม่เพิ่งรู้ว่าค่าเข้าอุทยานแห่งชาติเขาขึ้นราคาแล้วหละ ผู้ใหญ่จากเดิม 20 บาทปรับขึ้นเป็น 40 บาท ส่วนเด็กก็จาก 10 บาทเป็น 20 บาท แต่อะนะ เขาก็จัดการอุทยานได้ดีขึ้นจริงๆ สะอาดสะอ้าน นักท่องเที่ยวไม่มากนัก มีการจำกัดเขตการนำเอาภาชนะที่ใช้แล้วทิ้ง แม่เลยต้องฝากกระเป๋าปารย์ไว้ตั้งแต่น้ำตกชั้นที่ 1 เพราะในกระเป๋ามีทั้งกล่องนม ขวดน้ำ ถุงขนม ครบสูตร

กว่าจะเดินขึ้นไปถึงน้ำตกชั้นที่ 2 ที่ชื่อวังมัจฉาก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แต่น้ำตกเขาชะเมาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ปลาพลวงเพียบ อาจจะมากกว่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วอีกมั้ง แต่ตอนนั้นเจ้าหน้าที่เขาขายผักบุ้งให้นักท่องเที่ยวให้เป็นอาหารปลา แต่เดี๋ยวนี้มีแต่อาหารเม็ดแล้วคร๊าบ ปลาที่นี่ก็น่าให้อาหารจริงๆ โยนหาย โยนหาย


"ปลาเยอะซะจน พอปารย์โยนอาหารให้ปุ๊บ ต้องวิ่งมาหลบหลังพ่อเลย สงสัยกลัวปลาโดดขึ้นมาฮุบปารย์"


"ขาไป ปารย์เดินเองคร๊าบบบบบ"


"ขากลับ พ่อครับ ปารย์ขี่หลังหน่อย"

Tuesday, January 30, 2007

ทะเลจันท์ภาค 2 ตอน2

วันเสาร์เราตื่นพร้อมเที่ยวกันตั้งแต่เช้า เริ่มต้นด้วยกินข้าวเช้าริมหาดที่แหลมเสด็จ เดินเล่นริมหาด เดินเล่นในป่าชายเลนที่คุ้งกระเบน พายเรือคะยัก กลับมาเล่นน้ำที่แหลมเสด็จต่อจนเย็น ที่จันทบุรีมีที่เที่ยวเยอะดี คนไม่พลุกพล่านนัก เห็นแล้วคิดถึงแก๊งเที่ยวของของปารย์จัง คราวหน้าชวนมาด้วยดีกว่านะปารย์นะ แม่เห็นที่แหลมเสด็จมีอาหารพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแล้วด้วยนะ แต่เวลาไม่อำนวยเลยไม่ได้แวะเยี่ยม วันนี้เรากินข้าวกันตั้งแต่ 4โมงครึ่งเลย กลัวเจอสภาพทะเลยุงแบบเมื่อวาน


"ปารย์กับลอบหมึกเก่าๆ ที่หาดแหลมเสด็จ"


" ยายอยากลองขุดหาหอยเสียบ ตามอย่างชาวบ้านเขาบ้าง "


"ภาพนี้ปารย์จัดการหมดทุกอย่าง จัดท่า จัดมุม รวมทั้งจัดการให้ยายไปถ่ายรูปให้ด้วย"


"ยิ้มน้อยๆ กับเสาทางเดินศึกษาธรรมชาติ ที่คุ้งกระเบน น้าปุ๋ยบอกว่า เป็นยิ้มที่ให้บรรยากาศภาคเหนือ"


"แม่ มาดู หมูดุด เร้ววว"


"พายเรือ คะยักที่คุ้งกระเบน ชั่วโมงละ 100 บาท แต่ผู้ดูแลใจดีให้เราไปพายฟรีๆ (ก็น้ำมันลงแล้วอะ พายจากท่าไปนิดนึงก็ติดตื้นซะแล้ว)"


"ถึงเวลาเล่นน้ำ แล้วคร๊าบบบ"

ทะเลจันท์ภาค 2 ตอน 1

พ่อชวนแม่ไปสอนเด็กๆของพ่อ แม่เลยถือโอกาสชวนปารย์ชวนยายของปารย์ไปเที่ยวด้วย ปารย์เคยตามพ่อไปจันทบุรีมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อกุมภาพันธ์ 2548 แม่ไม่รู้ว่าปารย์จะจำได้หรือเปล่านะ

เราเดินทางกันตั้งแต่เย็นวันพฤหัส แม่ไปรับปารย์เร็วกว่าปกติ ปารย์ยังไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้กินข้าวเลย แล้วเราก็ไปรับพ่อ รับยายกัน ปารย์งงเล็กน้อยว่าเราไปไหนกันนะไกลจัง กว่าจะไปถึงที่พักซึ่งเป็นหอพักอาจารย์ก็ปาเข้าไป สามทุ่มกว่า ปารย์หนะหลับตั้งแต่ในรถแล้ว

วันศุกร์ทั้งวันปารย์ก็ต้องอยู่กับยาย เดินเล่นกันซะรอบหอพักเลย ช่วงเย็นพระอาทิตย์ยังไม่ตก พ่อ กับแม่พาปารย์ กับยายไปเดินเล่น และกินข้าวกันที่คุ้งวิมาน สนุก อร่อย และยุงเยอะ มากกกกก.......


"ที่หาดคุ้งวิมานคร๊าบบบบบ"

Monday, January 22, 2007

เหมือนเป็นคนอื่น

เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ แม่ไปรับปารย์ตามปกติ แต่มีอะไรสักอย่างที่แม่ทำไม่ถูกใจปารย์ และแม่เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรกันแน่
เริ่มจาก ป้าอิมบอกว่า ปารย์ แม่มารับแล้วครับ พร้อมส่งกระเป๋านักเรียน + ถุงนอนมาให้แม่ ตอนนั้นปารย์เล่นอยุ่กับพี่แบม และพี่ทอย แม่เรียกปารย์และรับของไปเก็บในรถก่อน ปารย์ยังไม่ยอมออกมา

แม่กลับมาเรียกปารย์ พี่มิ้มวิ่งออกมากอดแม่ แล้วกลับเข้าไป น้องนาเดียเอาตามบ้างวิ่งออกมากอดแม่แล้วกลับเข้าไป ปารย์ยังไม่ยอมออกมา

แม่ถดอรองเท้าเดินเข้าไปอุ้มปารย์ ปารย์พูดแต่ว่าไม่เอา ไม่เอา แม่อุ้มพาไปที่รถปารย์ดิ้นไม่ยอมเข้ารถ แม่คิดว่าปารย์ยังอยากเล่นอยู่เลยปล่อยกลับเข้าบ้านเด็กไป แล้วเลื่อนรถออกไปข้างนอกเพราะมีรถแม่ทอยมาจอดรอ แม่จอดรถแล้วกลับเข้ามานั่งรอปารย์อยู่หน้าบ้าน

ป้าๆพยายามมาช่วยเกลี่ยกล่อม ว่าจะอุ้มไปส่งไหม เข้ามาขู่บ้างว่าถ้าไม่กลับเดี๋ยวเอาข้าวมาป้อนอีกนะ แต่ก็ไม่เป็นผล แม่เหมือนเป็นนางมารที่ปารย์ไม่อยากกลับบ้านไปด้วย

แม่นั่งรออยู่อีก 15 นาทีแม่พี่แบม กับพี่เบิ้มก็มารับปารย์ก็ยังไม่ยอมออกมา พี่แบบบอกว่าปารย์ไม่ยอมเชื่อแบม แม่เข้าไปอุ้ม ปารย์ก็หนีหลบเข้ามุม พูดแต่ว่าไม่เอา ไม่เอา ประมาณ1ชั่วโมงผ่านไปปารย์ยังไม่ยอมกลับ แม่ตัดสินใจอุ้มไปขึ้นรถ

แม่เหมือนพวกลักพาตัวเด็ก ปารย์ทั้งร้องกรี๊ดๆ ทั้งถีบทั้งผลัก คนงานก่อสร้างบ้านข้างๆ มองหน้าแม่แปลกๆ คงคิดว่าอีนี่ลักพาตัวเด็กหรือเปล่า ปารย์สู้แม่สุดแรงเกิดไม่ยอมเข้ารถ กว่าแม่จะปิดรถได้เล่นเอาเหนื่อย แม่คิดว่าปล่อยให้ปารย์นั่งสงบสติอารมณ์อยู่ในรถสักพักปารย์คงดีขึ้น แต่เปล่าเลย ปารย์ทั้งร้องทั้งกรี๊ดทั้งถีบประตูเปิดล็อค พยายามจะเปิดประตู คนแถวนั้นเริ่มมองเข้ามาในรถ

แม่คิดว่าต้องเปลี่ยนสถานที่แล้วหละ ไม่งั้นไม่เลิกร้องแน่ แม่พยายามขับรถออกมา แต่ก็ด้วยความทุลักทุเลมาก เพราะขณะขับรถปารย์ทั้งดึงมือทั้งดึงผม ทั้งพยายามจะเปิดประตู แม่ก็พะวักพะวงกลัวปารย์เปิดประตูรถได้จะตกลงไป โอยกว่าจะถึงหน้าบ้านได้ เล่นเอาประสาทเสีย

พอถึงหน้าบ้านแม่ลงรถไปเปิดประตู ปารย์รีบวิ่งปรืดลงจากรถไป วิ่งไปปากซอยจนคนที่ขับรถมอเตอร์ไซด์ต้องจับเอาไว้เพราะกลัวรถจะชนเอา แม่ก็ต้องวิ่งตามไปจอดรถขวางชาวบ้านอยู่กลางซอยอย่างนั้นแหละ ปากก็ร้องไห้ และพูดแต่ไม่เอา ไม่เอา แม่อุ้มขึ้นรถปารย์ก็ไม่ยอม แม่น้องเมททิลก็พยายามมาช่วยบอกว่ามาเล่นกับน้องก่อนปารย์ก็ไม่ยอม สุดท้ายได้ยายน้องนนท์มาช่วยจับไว้ก่อนไม่งั้นแม่ก็ไม่รู้จะเอารถเข้าบ้านได้ยังไง

แม่ออกมาขอบคุณยายน้องนนท์ แต่น้องปารย์ก็ยังไม่ยอมเข้าบ้าน นั่งหน้าคว่ำอยู่หน้าบ้านยาย พี่เต๋าออกมาล้างรถ ชวนปารย์ไปเล่น ปารย์ก็ไม่ยอม แม่ชวนไปซื้อยาคูลย์ ซื้อขนมไดโนเสาร์ของชอบ ปารย์ก็ไม่ยอม

บรรยากาศเริ่มมืดลง เรื่อยๆ ยุงก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปารย์ไม่มีทีท่าจะยอมเข้าบ้านง่ายๆ แม่เลยอุ้มเข้าเลย ทีนี้ก็ได้เรื่องอีก พอปิดประตูก็ร้องกรี๊ดๆ ถีบประตู เข้ามาดึงแม่ทุบแม่ให้แม่ไปเปิดประตูให้ จนแม่ชักโมโห เลยเปิดประตูให้ออกไป

ปารย์ก็วิ่งออกไปนั่งอยู่ที่หน้าบ้านยายอีก รอบนี้นั่งอยู่นานจนยุงกัดไป 20 ตุ่มได้มั้ง แม่ชักทนไม่ได้ยังไงคงต้องเอาเข้าบ้านปล่อยให้ร้องในบ้านดีกว่า พออุ้มเข้าบ้านปารย์ก็ร้องจริงๆ ทั้งร้องทั้งถีบประตู ทั้งดึง ทั้งตีให้แม่ไปเปิดประตูให้ แม่ปล่อยให้ร้องสักพัก ไปเปิด CD ไดโนโทเปียให้ดู แล้วเอายาหม่องมานั่งทาตุ่มที่โดนยุงกัดให้

ปารย์ขัดขืนบ้างเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมให้ทายาเลิกร้อง แล้วก็นั่งดูไดโนโทเปีย ชวนแม่ดู ชวนแม่คุยว่าไดโนเสาร์บินได้จะมาแล้ว และเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเรากลับมาเล่นกันประสาแม่ลูกเหมือนเคย เออ!!! ทำไมเมื่อ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมาเราเหมือนเป็นคนอื่นกันหละลูก....และแม่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าแม่ทำอะไรพลาดตอนไหน

Friday, January 12, 2007

ปารย์ แปลงกาย

ยามปารย์อารมณ์ดี อะไรๆก็ดี มีความสุขไปหมด

ปารย์เอาหมวกยีราฟ กับถุงมือ ที่ระลึกจากการแสดงบนเวทีเมื่องานปีใหม่ของโรงเรียนอนุบาลปานตะวันมาใส่เล่น แล้วก็ร้องเพลงไปเต้นไป เต้นแบบที่น้องปารย์ไม่ยอมเต้นบนเวที อิ อิ สงสัยไม่อยากให้คนอื่นดู ให้แม่ดูคนเดียวนิ


เต้นไปสักพัก คงเบื่อจะเป็นยีราฟ เลยบอกว่าปารย์เป็นหมูแล้วทำปากอย่างที่เห็นนี่แหละ


แม่ชักได้ใจบอกให้ปารย์แปลงร่างเป็นกบ ปารย์ก็แปลงกายได้ทันใจเหมือนกัน กลายเปน....กบ เออ !!! ชักเล่นเป็นแล้วนะ


หลังจากเป็นกบ คงกลัวแม่จะให้เป็นตัวอื่นอีก เลยหนีเข้าบ้านดีก่า....ไม่ยอมเข้าตามตรอกออกทางประตูเลยนะ

Wednesday, January 10, 2007

บ้านปารย์สวยแล้ว ครับ…







แม่เริ่มทำบ้านกล่องให้ปารย์มาตั้งแต่ปารย์เริ่มคลาน และปรับปรุงบ้านกล่องให้ปารย์มาก็หลายรอบ แต่ทุกครั้งบ้านกล่องของปารย์ก็ยังมีสีน้ำตาล และมีลวดลายเป็นยี่ห้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ดี ปีใหม่ปีนี้จึงได้ฤกษ์ซะที

แม่ได้ภาพตบแต่งบอร์ดสำเร็จรูปมาจากน้าปุ๋ย ตอนแรกยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะเอามาทำอะไรแต่เห็นเป็นภาพใต้ทะเลที่ปารย์ชอบเลยขอมาก่อน พอกลับมาบ้านเห็นบ้านกล่องที่แสนจะขี้ริ้วของปารย์เลย ปิ้งไอเดียขึ้นมาทันที ปารย์ก็ให้ความร่วมมือดีมาก ทั้งช่วยตัดกระดาษ ทากาว ติดกระดาษรองพื้น และช่วยจัดวางภาพ จนในที่สุดก็ได้ผลงานออกมาอย่างที่เห็นนี้ แหละคร้าบๆๆๆ

Monday, December 25, 2006

ไทยแลนดดดดด์ ปู๊ดปู๊ด

เพื่อเป็นการฉลองเนื่องในวโรกาส ครบ 60 ปีครองราช ของในหลวง พ่อเลยพาปารย์ ไปสานฝัน เชียรทีมชาติไทย ในสนามศุภชาสัย (เขียนยังไง) อ๊า!!! เกี่ยวกันไหม๊ครับ คือหลายคนบอกว่า พ่อมันอยากไปดูเลยอ้างปารย์เอา แต่ด้วยเหตุผลใดก็ตาม วันที่ 24 ธันวาคม 2549 ก็ถือเ้ป็นวันแรกที่ปารย์ และพ่อ เข้าไปเชียรทีมชาติไทย ด้วยกัน "ไทยแลนดดดดดด สู้สู้" ปารย์บอกพ่อว่า เอาปู๊ดๆ ด้วย เลยต้องเสียตังค์ ค่า ปู๊ดๆ อีกอย่าง แต่เหมือนเดิม เอาปากจ่อรู แล้วเปล่งเสียงเอาเอง ปู๊ดๆ (เมื่อไรจะรู้ว่าเค้าเป่าลมกันนะ พ่อโง่เองสอนไม่ได้เรื่อง) สิ่งที่เร้าอารมณ์ปารย์มากที่สุดน่าจะเป็นบรรดากองเชียร ที่อยู่ด้านหลัง มีทั้งกลองใหญ่ กลองเล็ก ปารย์โยกตัวตามจังหวะ โดยไม่สนใจว่า ทีมบอล VIP กับหนุ่มๆ จาก RS จะวิ่งไล่ฟุตบอลกันอย่างไร กว่าทีมชาติไทยจะเริ่มเตะ ปารย์ก็เริ่มหมดแรงเพราะ กลางวันก็ไม่ได้นอน แถมยังต้องโยกตัวตามจังหวะกลองอีก หลับ ครับ ปารย์หลับท่ามกลางเสียงเพลงเชียร กลองระทึกคึกโครม

กว่าจะตื่นได้เพราะไทยตีเสมอเวียดนามเป็น 1-1 กองเชียรยิ่งมัน ปารย์งัวเงีย ได้ซักพัก โยกตัวตามจังหวะเพลงเชียร ต่อ พ่อชวนให้กินนม กินขนมก็ไม่เอา จนหมดครึ่งแรก พ่อชวนปารย์กลับบ้าน "กลับบ้านเหรอ" ปารย์ถามพ่อตามความคุนเคย "อุ้ม พ่ออุ้ม" เราขับรถกลับบ้านกัน ขณะฟังการรายงานสด ฟุตบอลทางวิทยุ เมื่อไรที่มีคนตะโกนแทรกเข้ามา "ไทยแลนดดดดดด" ปู๊ดๆ ปารย์ก็จะทำท่าเป่า แต่เปล่า เสียงตัวเองครับ อย่างไรเสีย นัดแรกที่ปารย์เชียรทีมชาติไทย เป็นนัดที่ทีมชาติไทยชนะครับ

คราวหน้าพ่อชวนไปอีกนะ ไทยแลนดดดดด์ ปู๊ดๆ

Thursday, December 07, 2006

ไม่ click...

จากเด็กที่เดินได้เร็ว แต่พูดได้ช้า แม่เลยเข้าใจเอาเองว่าปารย์น่าจะเป็นเด็กประเภทที่พัฒนาการทางกายดี (อะไรที่ใช้แรงจะทำได้ดี 555) แต่ทฤษฎีของแม่ไม่ถูกซะละ ไม่รู้แม่ไปพลาดตอนไหน ทำให้จนป่านนี้ปารย์ยังถีบรถสามล้อ หรือรถสี่ล้อไม่เป็น พ่อกับยายบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวก็เป็นเอง แล้วก็เดี๋ยวเป็นเองกันมาหลายปี (มากกว่า 1ปีก็ถือว่าหลายแล้วเนอะ) ทั้งรถสามล้อ และรถสี่ล้อยังเป็นของเล่นที่ปารย์ลากไปไหนมาไหน แทนที่จะถีบไปไหนมาไหน

เวลาเท้าอยู่บนแป้นถีบปารย์ก็จะออกแรงขาสองข้างพร้อมกัน อาจด้วยแรงเท่ากัน ฉะนั้นรถจึงอยู่นิ่งๆ เหมือนปารย์เล่นกายกรรมผาดโผนบนรถมากกว่ากำลังจะถีบรถ แม่ก็ทั้งจับเท้าให้ออกแรงสลับข้าง ทั้งเข็น ทั้งลาก ปารย์สนุกแต่แม่เหนื่อย เหมือนปารย์ยังไม่clickกับการถีบ

เมื่อวานนี้ทั้งพี่พันซ์ พี่แพท พี่ตั๊ก และพี่ไผ่ มาช่วยกันหัดถีบรถให้ปารย์กันใหญ่ ทั้งเข็น ทั้งเอาจักรยานตัวเองมาถีบให้ดู “ปารย์ๆ ต้องทำอย่างนี้ อย่างนี้” เห็นแล้วก็น่ารักดี เป็นความอาทรของเด็กๆเพื่อนร่วมซอย แต่ปารย์ก็ยังไม่click ไม่เป็นไรนะลูก วันนี้ไม่เป็น สักวันปารย์ก็ถีบเองแหละนะ แม่จะพยายามต่อไป

เห็นปารย์หัดถีบจักรยานแล้วก็นึกถึงตัวเองตอนหัดดำน้ำ (ผิวน้ำ) แม่จำได้ว่าแม่เป็นคนสุดท้ายในกลุ่มที่ไล่น้ำออกจากท่อ Snorkel ตอนขึ้นมาที่ผิวน้ำได้ เพื่อนๆพยายามมาบอกมาสอนให้ทำอย่างนั้น อย่างนี้ แต่แม่ก็ทำไม่ได้ สำลักน้ำก็หลายรอบ ก็ได้แต่ทำซ้ำๆไปเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งแม่ก็ click แล้วก็ทำได้ ปารย์อาจเหมือนแม่ตรงนี้ที่เรียนรู้ช้า แต่มันต้องตื้อ ไปเรื่อยๆลูก เดี๋ยวก็เป็นเองอย่างที่พ่อกับยายบอกนั่นแหละ

Wednesday, December 06, 2006

วังตะไคร้

เดือนธันวานี่ เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง และท่องเที่ยวจริงๆ แม่กับปารย์มีโปรแกรมเที่ยวยาวเหยียด วันที่ 5 ธันวา เราสองคนแม่ลูกกระเตงกันไปเที่ยววังตะไคร้กับดรีมทีมเพื่อนแม่ (อีกแล้วครับท่าน) นี่ขนาดพ่อไม่อยู่ แม่เองก็ไม่มีปัญญาขับรถพาปารย์ไปไกลๆ เราสองคนก็ยังตะกายนั่งแทกซี่กันไป อาศัยรถเพื่อนไปเที่ยว อิ อิ งานนี้แม่ถือว่าเป็นการกระจายรายได้ที่น้อยนิดของเราไปสู่แห่งท่องเที่ยวในประเทศเพื่อพ่อ ไม่ได้เลยเราต้องเกาะกระแสทำเพื่อพ่อเอาไว้ด้วยนะปารย์

เราออกจากบ้านกันแต่เช้า หวังประหยัดมื้อเช้าโดยไปกินที่บ้านน้าเปิ้ล น้าแจ๊ค แล้วเราก็ไม่ผิดหวังจริงๆ น้าเปิ้ลทำกับข้าวไว้รอท่าอยู่แล้ว ดีจัง อร่อยด้วย

งานนี้พิเศษกว่าการเที่ยวครั้งอื่นเลยนะ เพราะเป็นการรวมคน 3 วัยไปในทัวร์เดียวกันทีเดียว มีทั้งเด็กอย่างเจ้าปิ๊งปิ๊ง ปารย์ ขนุน กัน และแพร วัยกลางๆ (ไม่อยากบอกว่ากลางคนเลย มันสะดุ้งยังไงไม่รุ) อย่างแม่ อาเจี้ยง โย่ง แจ็ค เปิ้ล น้องเขยโย่ง น้องสาวเปิ้ล แล้วปิดท้ายด้วยวัยมากประสบการณ์อย่าง พ่อ กับแม่ของโย่ง และแม่ของเปิ้ล เสียดายนะปารย์ที่แม่ไม่ได้พายายของปารย์ไปด้วย ไม่งั้นก็ครบทีมแม่ๆเลย

เราเริ่มต้นกันที่โรงเรียนนายร้อยจปร. เข้าไปชมวิวกันก่อน พอไปถึงน้ำตก โฮ๊ะๆๆ จะเป็นลม ยังกะตลาดนัดแหนะการเที่ยวน้ำตกวันหยุดนี่มันต้องทำใจจริงๆ ทำเป็นว่าเรามองไม่เห็นใครๆไปซะจะได้ไม่เครียด คนเยอะซะ แทบไม่มีที่ว่าง ฝ่ายสำรวจเราเลือกปูเสื่อใต้ต้นไม้ริมน้ำตกแล้วจึงไปสั่งอาหารยอดฮิตมาโซ้ย ก่อนลงน้ำ เด็กๆกินได้บ้างแต่ไม่มาก ทุกคนตื่นเต้นกับการจะได้เล่นน้ำตก และแย่งขนมกัน

ปารย์สนุกมากจนไม่อยากขึ้นจากน้ำเลยหละ อันที่จริงสนุกที่ได้เล่นน้ำอาจไม่เท่าไร แต่ดูปารย์จะสนุกกับการเล่นอุปกรณ์เสริมของน้องหนุนมาก แหม!!! น้องหนุนมีของชอบของปารย์ทั้งนั้น ทั้งปลอกแขนไดโนเสาร์ และปลาโลมาตัวโต น้องหนุนไม่ยอมลงเล่นน้ำ พี่ปารย์เลยรับอุปกรณ์มาเล่นหมด เสียดายแม่มัวแต่จับปารย์จนไม่ได้ถ่ายรูปตอนเล่นน้ำมา


.........................น้าโย่งกำลังจับปูใส่กระด้งถ่ายรูป......................