Thursday, August 16, 2007

วันแม่คร๊าบๆๆ

เวียนมาอีกครั้งกับกิจกรรมที่โรงเรียนเนื่องในวันแม่ บรรยากาศกระจองอแง ชุลมุนคล้ายๆเดิม แต่ก็น่ารักดี
อะนะเริ่มตั้งแต่เข้าแถว โฮะๆ เห็นแล้วเหนื่อยแทนครู แต่ก็ผ่านไปด้วยดีในที่สุด พี่อนุบาลสามเสียงใส เป็นคนนำร้องเพลงชาติ สวดมนต์ ท่องคำขวัญของโรงเรียน เจ้าปารย์สนใจบ้างไม่สนใจบ้าง ตามประสา



ที่ขาดไม่ได้ สำหรับกิจกรรมวันแม่ก็คือการแสดงบนเวทีของเด็กๆ ซึ่งคุณครูเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้มีโอกาส ได้แสดงได้ขึ้นเวที โดยเริ่มจากน้องเตรียมอนุบาลก่อน แม่ถูกใจที่โรงเรียนให้แต่งชุดนักเรียน ไม่ต้องแต่งหน้าแต่งตาให้เด็กๆดูแก่ก่อนวัย เพียงให้เด็กสวมหมวกแปลงกลายเป็น โลมา เป็นเต่าทอง เป็นกระต่าย ฯลฯ เท่านี้ก็น่ารักมากๆ แล้ว

เจ้าปารย์และเพื่อนๆห้องแมลงปอ แปลงกายเป็นพ่อครัว มีไข่ดาวแปะที่มืออยู่ข้าง งานนี้ขอบอกว่าเจ้าปารย์เต้นเต็มที่จริงๆ แม่เสียดายที่ลืมเอากล้อง VDO ที่บ้านยายมาถ่าย โธ่แม่



หลังการแสดงผ่านไป ก็ถึงคิวที่เด็กจะมอบของขวัญวันแม่ ให้แม่ นี่ไงครับหัวใจ ให้แม่ ชื่นใจจริงๆ

Wednesday, August 08, 2007

หัวหิน ของใคร

ช่วงนี้ชีพจรลงเท้าแม่ครับ เลยลามไปลงเท้าปารย์ด้วย เราเลยเที่ยวกันซะเกือบทุกอาทิตย์ อะนะถือว่าเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนละกัน

อาทิตย์นี้เราไปหัวหินกัน เรามีสปอนเซ่อร์ใหญ่เป็นน้าจูน โดยให้ที่พักโดยไม่คิดมูลค่า มีน้าน้ำเป็นสปอนเซ่อร์รองให้นั่งรถและขับให้ด้วย เยี่ยมจริงๆ ปารย์ต้องขอขอบคุณสองน้ามากๆครับ

เราเริ่มการท่องเที่ยวด้วยการไปไหว้พระที่เขาตะเกียบ ปารย์ประทับใจ ลิง + ไดโนเสาร์ ของที่วัดมาก เสียดายแม่ไม่ได้เอากล้องไปถ่ายไว้ ก่อนกลับเจ้าลิงมีโชว์โดดน้ำเล่นอีกต่างหาก แหมช่างมีความสุขกันซะจริงๆ

ต่อด้วยชายหัดหัวหิน ที่เราไปพอดีเป็นช่วงมีการแข่งขันเรือใบ Regatta 2007 พวกเราเลยทำเนียนไปถ่ายรูปกับเรือใบเก็บไว้เป็นที่ระลึก พอผู้แข่งขันที่กำลังกลับเข้าฝั่ง เดินเข้ามาให้เห็นชัดๆแม่ก็อึ้งเล็กน้อย เพราะเป็นเด็กทั้งนั้น น่าจะอยู่ระหว่าง 9-11 ปี เด็กน้อยแข่งขันในส่วนของ เรือใบซุบเปอร์มดที่คนไทยรู้จักกันดี มีเด็กจากหลายชาติ เด็กเหล่านี้น่าทึ่งนะ ในเรือมีเขาเพียงคนเดียวบังคับใบเรือให้หันไปในทิศทางที่จะทำให้เรือแล่นไปได้ ซึ่งแม่คิดว่าไม่ง่ายนะ ที่จะไปให้ไปในทิศทางที่ต้องการ และเด็กๆที่บังคับเรือใบคนเดียวได้นี้ก็ต้องมีความมั่นใจในตัวเองมากทีเดียว









สำหรับปารย์เรือใบยังไกลไป ตอนนี้ก็เล่นที่ชายหาด ไล่จับจระเข้ วาดรูปบนทรายไปก่อนนะ



นอกจากเขาตะเกียบแล้วน้องปารย์ยังได้ไปไหว้พระวัดห้วยมงคล ที่องค์ใหญ่ มาก มาก มาก ด้วย ก่อนกลับเราแวะพระที่นั่งมฤคทายวัน กันพระที่นั่งยังคงสวย ร่มรื่น และยินดีต้อนรับผู้มาเยือนเสมอ เดี๋ยวนี้ด้านในบริการให้เช่าจักรยาน และมีทางเดินศึกษาธรรมชาติด้วยนะ เสียดายเวลามีไม่พอ ไปยืนแอบๆ ดูที่หอดูนก (หรือดูวิว)หนะเห็นมีนกเยอะมาก

ปิดท้าย

หัวหินวันนี้ เหมือนหาดที่มีเจ้าของ โรงแรมตั้งประชิดหาด ทางเข้าออกมีไว้สำหรับแขกเท่านั้น (ย้ำแขกเท่านั้น ถ้าเป็นคนไทยต้องโดนถามก่อนว่าจะไปไหนครับ) ทางลงหาดสาธารณะแคบนิดเดียว ซึ่งลงไปปุ๊บก็จะจ๊ะเอ๋กับม้า ร่มชายหาดที่กางติดกันเป็นพรืด (สลัมชายหาด) และหาดดำๆ ส่วนทางลงหาดของโรงแรมนั้นหละ เมื่อลงมาจะเจอทรายขาวสวย ฮ่า ฮ่า มันผิดกันครับ สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องอาบน้ำสาธารณะ ก็น้อยจัง ราวกับจะบอกว่าที่นี่ไม่ค่อยยินดีต้อนรับคุณครับ โปรดอย่าเล่นน้ำ โปรดอย่าอยู่นาน เดี๋ยวจะเกะกะแขกโรงแรม

แม่เพิ่งอ่านหนังสือของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี วาทยากรไทย ฝีมือระดับโลกมาใหม่ๆ ประโยค “คนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน (แม้แต่ในประเทศไทย) ก็เป็นบุคคลชั้นสอง” มันยังวนเวียนอยู่ในหัว พอเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย วิ่งเข้ามาถามขณะกำลังก้าวเข้าเขตโรงแรมว่า จะไปไหนกันครับบบบ เท่านั้นแหละประโยคของคุณบัณฑิตมันดังกระหึ่ม แทบทะลุหูออกมา พลางคิดในใจว่าถ้าตรูเป็นชาวต่างชาติ จะรีบวิ่งปรี่เข้ามาถามอย่างนี้หรือเปล่า

อะนะแม่อาจคิดมากไปก็ได้ คุณเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเขาอาจเพียงทำตามหน้าที่ ที่ต้องถามทุกคน ไม่ว่าไทยว่าแขก หรือเขาอาจกลับเราจะหลงเดินผิดทางเลยรีบวิ่งมาถามเพื่อให้ความช่วยเหลือ แต่จังหวะนั้น ธรรมะมาไม่ทัน แม่เลยคิดได้เพียงว่าฉันจะไม่สนับสนุนกิจการใดๆของโรงแรมนี้ (ฮ่า ฮ่า ถึงอยากจะสนับสนุน ก็คงไม่มีปัญญา เพราะทุนทรัพย์เป็นอุปสรรคอยู่ดี)

Thursday, August 02, 2007

เที่ยวบ้านน้าน้ำ เยี่ยมปางสีดา

น้าน้ำเล่าให้แม่ฟังว่า พ่อซื้อวัวมาเลี้ยงให้กินหญ้ารอบบ้าน โห แม่ตื่นเต้นมาก วางแผนพาปารย์ไปบ้านน้าน้ำทันที

วางแผนหนะทันที แต่กว่าจะทำจริงได้ก็เล่นเอา เจ้าลูกวัวเกือบจะโตเป็นวัวหนุ่มซะแล้ว แต่อะนะ เราก็ไปกันมาแล้วนะลูก แถมด้วยดูผีเสื้อที่ปางสีดาอีกต่างหาก

วัวของน้าน้ำชื่อเจ้าเฮง ชื่อดีจริงๆ เจ้าเฮงนี่ นอกจากจะเปิดโอกาสให้ปารย์ได้จับหัว ขี่หลังแล้ว เจ้าเฮงยังสอนให้ปารย์ร้อง “มอ มอ” ด้วย เสียงงี้เนียน เหมือนจริงๆ

ปารย์ทำหน้าทะเล้น ที่หน้าบ้านพักของอุทยานแห่งชาติ ปางสีดา


ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลดูผีเสื้อของปางสีดาด้วยหละ แต่น้าเจ้าหน้าที่บอกว่าปีนี้ผีเสื้อมาก่อนเทศกาลเริ่มประมาณ 1 เดือนแหนะ ที่เห็นอยู่เนี่ยถือว่าน้อยมาก ถ้าช่วงที่มีเยอะๆนะ ตรงที่ปารย์นั่งถ่ายรูปกับแม่จะมีผีเสื้อเกาะอยู่เต็มไปหมด แต่สำหรับคนเมืองอย่างเรา แค่นี้ก็ถือว่าเยอะ แล้วนะ

น้าเจ้าหน้าที่ยังช่วยอธิบายด้วยว่า ตรงบริเวณจุดดูผีเสือหนะ น้าเขาทำโป่งเทียมขึ้นมาไว้สำหรับให้ผีเสื้อมาเกาะรับนักท่องเที่ยว โดยใช้น้ำเกลือ ผสมกับน้ำสับปะรด คลุกเคล้าเข้ากับทราย แล้วนำไปโรยไว้ เท่านี้ผีเสื้อก็มารวมตัวกันอยู่มากกว่าที่อื่นแล้ว

ผีเสื้อ สวยๆ ที่ปางสีดา

แม่ ! พอปารย์แตะใบไม้นี้ก็หุบเลยหละ


นี่ไงเจ้าเฮง

ปารย์ได้ขี่เจ้าเฮงด้วย คุณตาใจดีอนุญาติครับ

ปารย์ถ่ายรูปกับพ่อที่สระน้ำบ้านน้าน้ำ

แซยิด ยายทวด

วันเกิดยายทวด แต่คนที่ตื่นเต้นที่สุดท่าทางจะเป็นหลานชายชื่อปารย์ นี่หละ ขนาดผ่านไปเกือบอาทิตย์ ปารย์ยังขอร้องแกมบังคับให้แม่ร้องเพลง Happy Birthday กับปารย์ และให้พ่อปรบมือ ให้ปารย์เป่าเทียนไปหลายรอบ...

Thursday, July 26, 2007

นักเล่านิทาน

ปารย์: แม่หยิบหนังสือให้หน่อยครับ
แม่: ปารย์เล่านิทานให้พ่อ กับแม่ฟังหน่อยครับ
ปารย์: (ชี้ที่ตัวเอง) เดี๋ยว teacher เล่านิทานให้ฟังนะ Good morning

ปารย์: (เปิดนิทานหน้าแรก) กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว
(เปิดหน้าถัดไป) กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว มีโดโด้ กับดีดี้
(เปิดหน้าถัดไป) กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว มีโดโด้ กับดีดี้
(เปิดหน้าถัดไปอีก) กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว มีโดโด้ กับดีดี้
แม่ : แล้วยังไงต่อครับ แม่อยากฟังแล้ว
ปารย์: Teacher เล่าไม่ได้ (ทำท่าเขิน เขิน)

ผลงานของผมครับ

เมื่อวานขณะทำการบ้าน
ปารย์: แม่ปารย์จะดูไดโนเสาร์
แม่: ทำการบ้านให้เสร็จก่อนครับ พอปารย์เสร็จแล้วแม่จะทำกับข้าว หลังทำกับข้าวแม่จะเปิดไดโนเสาร์ให้ดูนะครับ
ปารย์: งั้นแม่ไปทำกับข้าวเลยไป
แม่:อ้าวแล้วใครจะสอนการบ้านปารย์หละ
ปารย์:เดี๋ยวปารย์ทำเอง

แม่หันไปทำกับข้าว

ปารย์: แม่ครับปารย์เขียนเสร็จแล้ว
แม่: รอเดี๋ยวหนึงนะครับ แม่ทำกับข้าวเกือบเสร็จแล้ว

แม่คงทำกับข้าวเพลินไปหน่อย หันมาดูอีกที สมุดการบ้านก็มีสัตว์ใหญ่น้อยเหล่านี้อยู่ในสมุดการบ้านซะแล้ว

จระเข้ครับ
ไดโนเสาร์บินได้ Teranodon ครับ
เต่าครับ
หมึกยักษ์ครับ
ปลานีโม่ครับ
ไก่ครับ
เต่า กับ นก ครับ
มิกกี้เมาท์พ่อ มิกกี้เมาท์แม่ มิกกี้เมาท์น้อง(ลูก) ครับ

พักหลังมานี้แม่ไม่ค่อยได้เล่นวาดรูปกับปารย์ มัวแต่ระบายสีกันอย่างเดียว เห็นปารย์วาดอีกทีก็เป็นอย่างนี้ซะแล้ว จากเส้นๆเหมือนวาดพารามีเซียม กลายเป็นตัวสัตว์มีแขนมีขาขึ้นมาแล้วครับ แม่ตามไม่ทันเลย

Wednesday, July 25, 2007

ครบรอบแต่งงาน

เมื่อวานซืน พ่อตั้งใจรีบกลับมาจากจันทบุรี เพื่อมาชวน แม่กับปารย์ออกไปกินข้าวนอกบ้านฉลองวันครบรอบแต่งงาน ของพ่อกับแม่ แต่แฮะๆ กลับมาเจอลูกที่หลับไปแล้ว กับแม่ที่นอนป่วยอยู่ พ่อเลยต้องเปลี่ยนแผนเป็นขี่จักรยานออกไปซื้อบะหมี่มากินที่บ้าน พ่อคงเซ็งๆ

เมื่อวาน แก้ตัวจากเมื่อวานซืน เราไปกินข้าวนอกบ้านกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้บ้าน ร้านนี้แม่แอบอยากเข้าไปลองอยู่นานละ แต่ด้วยความงก กลัวแพงก็เลยได้แต่มองๆ ทุกครั้งที่ผ่าน พ่อเลยอาศัยฤกษ์ แต่งงานชวนแม่ไปกินให้สมอยาก ฮะฮ่า อร่อยมาก และก็แพงจริงอย่างที่แม่คาด อะนะสมราคา ปารย์กินได้เยอะมาก แค่นี้แม่ก็น่าจะปลื้ม แต่แม่คงหายอยากไปอีกนาน

Monday, July 16, 2007

นัดพบกับ SUE

และแล้วก๊วนเที่ยวของแม่ กับลูก ก็พบกันอีกครั้งที่บ้านอาเปิ้ล พวกเรามีนัดกับเจ้า SUE เจ้าทีเรกซ์ ที่มีสภาพสมบูรณ์ถึง 90% ที่พิพิธภัณท์วิทยาศาสตร์ คลอง5 ค่าเข้าผู้ใหญ่ 90 บาท เด็ก 20 บาท อู้หู อยู่ได้ทั้งวันดูได้ทั้งตึก งานนี้อาเปิ้ลเตรียมการดีมาก เอาข้าวผัดแสนอร่อยเตรียมไปเป็นอาหารกลางวันด้วย ดีจัง


มีนิทรรศการไดโนเสาร์ไทย ร่วมแสดงด้วย





Tuesday, July 10, 2007

ประโยคใหม่ๆ คำใหม่ๆ

ขณะเปิดดูหนังสือไดโนเสาร์เล่มล่าสุดที่พ่อซื้อให้

ปารย์: แม่ดูลูกไดโนเสาร์นี่สิ น่ารักจัง
...

ขณะที่นอนแผ่บนที่นอน
ปารย์: สบายจัง


ขณะแม่พาไปส่งโรงเรียน
แม่: แม่ปวดไหล่จัง
ปารย์: แม่ปวดไหล่อีกแล้ว แม่ไปหาคุณหมอสิ


ขณะแม่พาไปส่งโรงเรียน
ปารย์: แม่ ปารย์แดดร้อน
แม่: อีกเดี๋ยวแม่จะเลี้ยวรถแล้วครับ ถนนสายนั้นต้นไม้เยอะ ต้นไม้จะบังแดดให้ปารย์
แม่เลี้ยวรถ
ปารย์: ขอบคุณครับต้นไม้

Saturday, July 07, 2007

หลายมุมของ ไตรเซอราทอป สีเหลือง

สีเหลืองที่เห็นปารย์ระบายเองเลยนิ ส่วนลายแต้มๆก็มีแม่เป็นตัวช่วย ภายใต้การบงการของเจ้าปารย์หนะแหละ







ช่วงนี้แม่หงุดหงิดง่ายจัง โดยเฉพาะเวลาเล่นเกมส์ เล่นทำแบบฝึกหัดกับปารย์ แหม มันปรี๊ด อยู่เรื่อย พยายามข่มอารมณ์อย่างมาก แต่บางทีก็มีหลุดเหมือนกัน อืม หรือจะเข้าวัยทองซะแล้วเรา

ไม่อยากเลย ไม่อยากโมโห ไม่อยากโกรธ ไม่อยากให้ปารย์เจอกับอารมณ์หงุดหงิดของแม่ เดี๋ยวมันซึมเข้าไปในอารมณ์ปารย์ สงสัยแม่ต้องหาไปรื้อหนังสือธรรมะมาอ่านให้สงบ สยบอารมณ์ร้อนซะหน่อย

Tuesday, July 03, 2007

แม่นี่ อะไรอะ..

เช้านี้ปารย์น่ารักเป็นพิเศษ พูดเก่งเป็นพิเศษ เริ่มตั้งแต่ตื่นก่อนแม่ เรียกแม่เพื่อจะบอกว่า “ แม่ยังไม่มืดเลย” (อิ อิ ลูกเรา คงเห็นว่าฟ้ามันสว่าง ทำไมแม่ยังนอนอยู่อีก) คราวหน้าปารย์บอกแม่ว่าฟ้าสว่างแล้วนะลูก “อ๋อ ฟ้าสว่างแล้ว” ปารย์พูด

ปารย์มีอาการไอเล็กน้อย แม่ไม่อยากให้ปารย์กินยาเยอะ เลยเอาน้ำมะนาว ใส่น้ำมาให้ปารย์ดื่ม อิ อิ ดื่มไปอึกเดียว ทำหน้าแปลกๆ แล้วบอกแม่ว่า “แม่ปารย์จะกินน้ำนะ” คงประมาณว่าแม่เอาอะไรมาให้กินเนี่ย กว่าจะยอมดื่มอีกก็ต้องเจือจางด้วยน้ำเซะจนแทบไม่เหลือรสชาติมะนาว

มื้อเช้ากินข้าวกับหมู ยายอร โหกินข้าวหมดชามเลยแม่ดีใจมากๆ ที่เห็นปารย์กินข้าวได้ (ยายอรก็คงดีใจด้วยที่ปารย์กินข้าวได้เยอะทุกทีที่กินกับข้าวของยายอร ส่วนกับข้าวฝีมือแม่อย่าไปเขียนถึงเลยนะ มันช้ำใจ) อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดนะครับ ปารย์จะได้มีแรงไปเล่น ไปเรียน ที่โรงเรียนไงนะ

เมื่อเช้าแม่ใช้บริการรถแท็กซี่พาปารย์ไปส่งที่โรงเรียน นั่งไปสักพัก ปารย์ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ แล้วบอกว่า “ปารย์นั่งเบียดแม่นะ ปารย์กอดแม่นะ ปารย์จุ๊บแม่นะ” “อ้าวแม่จุ๊บปารย์ด้วยครับ” แม่หละปลื้มชะมัด

สักพักปารย์ก็เริ่มชี้แล้วถามแม่

ชี้มือ.. แม่นี่ไรอะ .......มือปารย์ครับ(แม่ตอบ)

ชี้มือ.. แม่นี่ไรอะ........มือแม่ครับ

ชี้เสื้อ.. แม่นี่ไรอะ.......เสื้อแม่ครับ

ชี้เสื้อ.. แม่นี่ไรอะ.........เสื้อปารย์ครับ

ชี้เสื้อ.. แม่นี่ไรอะ........เสื้อน้าเขาครับ

ชี้ป้ายราคาในรถ... แม่นี่ไรอะ.......ป้ายราคาครับ... อ๋อฝ้ายเหรอ(ปารย์)...ป้ายครับไม่ใช่ฝ้าย(แม่)

ชี้ป้ายทะเบียนในรถ.. แม่นี่ไรอะ.....ป้านทะเบียนรถครับ

ชี้กระจกประตูรถด้านซ้าย.. แม่นี่ไรอะ.. กระจกครับ

ชี้กระจกประตูรถด้านขวา.. แม่นี่ไรอะ.. กระจกครับ

ชี้กระจกประตูรถด้านหน้าซ้าย.. แม่นี่ไรอะ.. กระจกครับ

ชี้กระจกประตูรถด้านหน้าขวา.. แม่นี่ไรอะ.. กระจกครับ

ชี้หลังคารถ.. แม่นี่ไรอะ...หลังคาครับ

ชี้เบาะนั่ง... แม่นี่ไรอะ....เบาะนั่งครับ

...............................

ชี้ที่กระจก...แม่นี่ไรอะ ...................กระจกครับ


ชี้ที่กระจก...แม่นี่ไรอะ ...................กระจกครับ

ชี้ที่กระจก...แม่นี่ไรอะ ...................กระจกครับ

ชี้ที่กระจก...แม่นี่ไรอะ ...................กระจกครับ

ชี้ที่กระจก...แม่นี่ไรอะ ...................กระจกครับ

ชี้ที่กระจก...แม่นี่ไรอะ ..................นี่มันต้นไม้แม่


5555555 แม่หัวเราะก๊าก .............คนขับแท็กซี่อมยิ้ม
ลูกหนะมองทะลุออกไปนอกรถแล้ว แต่อีแม่ยังคิดวนเวียนอยู่แค่เรื่องในรถ...


ภาพไม่เกี่ยว กับเรื่องหรอก แต่อยากใส่

Friday, June 29, 2007

เที่ยวแก่งกระจาน


กว่าจะได้ฤกษ์ มาเขียน Blog ก็ชนอาทิตย์พอดี คือเมื่อวันศุกร์ - เสาร์ที่ผ่านมา เจ้าปารย์ได้มีโอกาสไปเที่ยวแก่งกระจานรอบสองครับ รอบนี้เราอาศัยไปกับเพื่อนๆ ของพ่อที่ START เราไปค้างกันที่ พรฑณา รีสอร์ท(แอ.. ชื่อถูกเปล่าเนี่ย)วันศุกร์กว่าจะไปถึงที่พักก็เกือบ 3 ทุ่ม แฮะๆ เราก็ไม่รู้เลยว่ารอบๆรีสอร์ทเป็นอะไร สว่างหนะแหละถึงได้รู้ว่ารีสอร์ทอยู่ริมแม่น้ำที่ต่อมาจากเขื่อนเลย

รายการเที่ยวรายการแรกคือไปดูทะเลหมอกบนเขาพะเนินทุ่ง ออกเดินทางกันตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ปารย์ก็งงๆเล็กน้อย แม่ยังมืดอยู่เลยอะ ระหว่างทางมีแวะซื้อน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ด้วยนะ

ทะเลหมอกบนพะเนินทุ่งยังสวยเหมือนเดิม ทางขึ้นพะเนินทุ่งยังลำบากเหมือนเดิม แต่เที่ยวนี้ไปรถรับจ้าง 4W เลยขึ้นได้สบายๆ ไม่เหมือนตอนพ่อขับขึ้นไปนะ ลุ้นระทึก


กินน้ำเต้าหู้ ดูทะเลหมอก

ระหว่างทางมีผ่านลำธาร 3 ที่ แต่ละที่ก็มีปลาให้ดูด้วยนะ เจ๋งจริงๆ ปารย์ดูจะสนใจกับลูกอ๊อด ตัวเท่านิ้วก้อยมากกว่า ปลา ส่วนตอนอยู่บนพะเนินทุ่ง ปารย์ก็ดูจะสนใจกับรังมด มากกว่าทะเลหมอก ที่ผู้ใหญ่ทุกคนตื่นเต้นกันใหญ่ เออ.. ไม่เป็นไรลูก ไม่จำเป็นต้องสนใจเหมือนใครนี่นะ




ขึ้นพะเนินทุ่งครั้งนี้ คนไม่มากน่าจะเป็นเพราะเข้าหน้าฝนแล้วอะนะ เราเจอแค่ 2 กลุ่มเล็กๆ เป็นทีมดูนกทั้งสองกลุ่ม อุปกรณ์เพียบ เห็นแล้วน้ำลายไหล พี่ชายใจดีให้แม่ กับปารย์ยืมกล้องมาส่องดูนกด้วย สวยจริงๆ แต่ปารย์ทำหน้างง ๆ


ลงจากพะเนินทุ่งเราก็ไปพายเรือยางกัน ปารย์ยิ้มหน้าบานเลยที่ได้จับพาย แต่แม่เมื่อยอะ เส้นทางที่นี่ไม่โหดนะ เด็กๆ ไปได้สบายมาก จากนั้นก็ถึงรายการเล่นน้ำ ตามระเบียบ ปารย์ยืนดูอาๆ เขาเล่นโดดหอ ไต่เชือกกัน หัวเราะเอิกอ๊าก อยากเล่นมั่งอะดิ แต่เสียใจงานนี้ต้องรอให้โตช่วยเหลือตัวเองได้ก่อนนะลูก


อืมเสียดายถ่ายรูปมาได้ไม่กี่รูปเอง มีแต่รูปตอนเรืออยู่ยนบก เพราะส่วนใหญ่จะเปียกกันทุกคน

Wednesday, June 20, 2007

ศิลปะปลายนิ้ว

แม้ไม่มีพู่กัน ( และแม้ไม่ใส่เสื้อ) เจ้าปารย์ก็ยังสนุกสนานกับการเล่นสีได้





ชื่อภาพ " ปลาวาฬ " (คนวาดเขาว่างั้น)
โดย " ศิลปินไม่ใสเสื้อ " (แม่กลัวเสื้อเลอะ)

Monday, June 18, 2007

ไปหาครูอี๊ด

สำหรับปารย์ไปหาครูอี๊ด แปลว่าไปเรียนดนตรี นั่นเอง หลายอาทิตย์ที่ผ่านมา แม่เหนื่อยใจมักๆ กับการไม่ให้ความร่วมมือในการเรียนดนตรีของปารย์ เออ.. ไม่ใช่ว่าจะไม่ยอมไปนะ ยอมไปแต่โดยดี บอกแม่ว่าอยากไปด้วยซ้ำไป แต่พอเริ่มเรียน อิ อิ หนังคนละม้วนครับท่าน ปารย์เอาของเล่นในห้องมานั่งเล่นมั่ง เข้าไปมุดอยู่ใต้เก้าอี้มั่ง บอกว่าปวดฉี่ แล้วออกไปวิ่งเล่นข้างนอกมั่ง คุณครูให้ทำอะไรก็ไม่ยอมทำ จนแม่ชักท้อว่าเราเริ่มเร็วไปหรือเปล่า เจ้าปารย์ยังไม่พร้อมหรือเปล่า อีกอย่างแม่ชักเขินแม่ของน้องตาล น้องอ้อ น้องโมนา ที่เรียนห้องเดียวกันแล้วสิ แบบว่าครูต้องเสียเวลากับเจ้าปารย์มากกว่าคนอื่น

อาทิตย์ที่ 5 เจ้าปารย์แผลงฤทธิ์ ปารย์สามารถเต้นตามเพลง ปรบมือ กระทืบเท้า หมุนตัว ... ได้ถูกจังหวะ สามารถกดคีย์บอร์ด ตามจังหวะได้ถูกต้อง เล่นเอาแม่ใจเต้นตูมตาม ปารย์ทำได้ ปารย์ทำได้ แม้ทำเป็นไม่สนใจเรียน

พ่อบอกว่า ลูกชอบแอบเรียน แม้จะมุดอยู่ใต้เก้าอี้ หันข้างนั่งเล่นของเล่น แต่ก็แอบเหล่ตามาดูครู และเพื่อนๆ ว่าเขาทำอะไรกัน เออเป็นวิธีการเรียนที่ประหลาดสำหรับแม่นะ แต่พ่อเขาเฉยๆ สงสัยจะเคยทำ

อิ อิ แต่เดี๋ยวแม่จะดีใจเกินไป พอครึ่งชั่วโมงหลัง ปารย์ก็เป็นเหมือนเดิม คือเลื้อย เล่น ทำตัวเป็นเด๊ก.. เด็ก แม่ว่าทำตัวอายุลดลงไปกว่า 1ปี นะ เริ่มฟังครูและแม่ไม่เข้าใจ เริ่มพูดไม่เป็นภาษามนุษย์ เออลูกฉัน

Thursday, June 14, 2007

ไม้หนีบผ้า

วันอังคารที่ผ่านมา แม่ลูกไปเดินจ่ายตลาด ที่ตลาดนัดหน้าหมู่บ้านกัน เราไปด้วยกัน แต่มีเป้าหมายต่างกัน แม่มีเป้าหมายอยู่ที่ร้านขายผัก และร้านขายผลไม้ ส่วนปารย์มีเป้าหมายอยู่ที่ร้านขายของเล่น และร้านขายปลา

ร้านขายปลานี่ ปารย์ชอบซื้อปลาดุกไปปล่อยครับ ปล่อยแล้วก็นั่งดู แต่ปลาดุกมันไม่ค่อยจะร่วมมือเท่าไรหรอกนะ ส่วนใหญ่พอลงน้ำได้ก็จะว่ายหายไป ไม่เป็นไรคราวหน้าซื้อมาปล่อยใหม่

ร้านขายของเล่นนี่มันคู่กับเด็กอยู่แล้วนิ ไม่มีเหตุผลใดๆ นอกจากความอยากได้ แม้ของที่มีแล้วก็อยากจะมีอีก แต่แม่มักไม่ค่อยใจอ่อน

อังคารที่ผ่านมา ปารย์อยากได้ของเล่นเหมือนเคย แม่เลยพาไปร้านขายของประมาณว่า ทุกอย่าง 15 บาทคงนึกกันออก ว่าขายอะไรบ้าง แน่นอนไม่มีของเล่น มีแต่ของใช้ แม่หยิบไม้หนีบผ้าหลากสี ให้ปารย์ แล้วจ่ายตังก์ 15 บาท ปารย์ทำหน้า งง งง "อะไรอะแม่ "

"ไม้หนีบผ้าครับ" อืมไม้หนีบผ้า แล้วปารย์ก็เดินถือกลับบ้านโดยลืมเรื่องของเล่นไปเลย

เรื่องของเรื่องคือ มีแม่ คนหนึ่งเขาแนะนำไว้ใน web รักลูกว่า การให้ลูกเล่นไม้หนีบผ้า บีบไปบีบมา กล้ามเนื้อมือจะแข็งแรง เขียนหนังสือได้ดี

แม่เลยจะลองดูมั่ง กะว่าถ้าปารย์ไม่เล่น แม่ก็เอาไปหนีบผ้า ไม่เสียหาย ได้ผลเกินคาดครับ แต่ไอ้ที่เกินคาดหนะ ไม่ใช่เรื่องกล้ามเนื้อมือแข็งแรงหรอกนะ เรื่องนั้นมันคงต้องดูกันยาวๆ มันเป็นเรื่องความเพลิดเพลินในการเล่นมากกว่า ปารย์เอาไม้หนีบผ้ามาหนีบต่อกันเป็นรูปโน้นรูปนี้ เป็นกวาง เป็นนก เป็นปืน เป็นพระอาทิตย์ ฯลฯ เล่นได้เป็นชั่วโมง ๆ ปารย์เล่นได้นานามากกว่าตัวต่อเลโก้ที่แม่กัดฟันควักกระเป๋าซื้อให้ซะอีก

อืม .. กระบี่มันอยู่ที่ใจจริงๆ

อะนะสำหรับปารย์ก็ต้องเป็นของเล่นมันอยู่ที่ใจ อะไร อะไร ก็เอามาเป็นของเล่นได้หนิ