Friday, August 04, 2006

เขียน และ ขุด






กิจกรรมสุดโปรด อีกแหละ ขีด ขีด เขียนๆ และขุดกระดูกไดโนเสาร์

ปารย์ ที่สนามเด็กเล่นโรงเรียน



แม่แวะไปคุยเรื่องแบบเรียนของปารย์ที่โรงเรียนในวันเสาร์ ปารย์เลยได้โอกาสไปเล่นสนามเด็กเล่นแบบไม่มีเด็กคนอื่น

นักพากย์น้อย



หนึ่งในกิจกรรมสุดโปรด ของลูกปารย์ก็การเป็นนักพากย์นี่แหละนะ ถ้ามีตุ๊กตาสิ่งมีชีวิตอยู่ในมือเมื่อไร ก็เมื่อนั้นแหละ พูดไปหัวเราะไป เอิกอ๊าก อยู่คนเดียว เสียดายที่ปารย์ไม่ยอมพูดให้แม่เข้าใจเลยดิ

Thursday, August 03, 2006

ถึงคราวแม่ปวดหัว บ้างหละ

เริ่มต้นจาก web board ที่บรรดาพ่อแม่ชอบเข้ามาปรึกษาหารือกัน ว่าโรงเรียนที่แม่สู้อุตส่าห์เลือกด้วยความพิถีพิถันนั้นไม่ได้ดีอย่างที่แม่คิด ตอนนี้ครูใหญ่ลาออกไปแล้ว ครูพละ 2 คนลาออกไปอีก แม่บางคนให้ความเห็นว่าที่นี่มีปัญหาเรื่องขาดบุคลากร ครูอยู่ไม่นานก็ลาออกไป ตอนนี้เจ้าของโรงเรียนมาเป็นครูใหญ่เอง เอะจะดีไหมนะ


แม่ก็คิดแล้วคิดอีก ปรึกษากับพ่อได้ความว่าถ้าเจ้าของโรงเรียนเขาตั้งใจที่จะตั้งโรงเรียนเขาก็น่าจะมีความตั้งใจที่จะสร้างเด็กให้มีคุณภาพ + ความสุข ลองให้โอกาสเขาดูละกัน

แต่ 2 วันมานี่แม่เห็นแต่ครูคนใหม่มารับปารย์ เอะเปลี่ยนครูอีกแล้วเหรอ เออถึงคราวแม่ปวดหัวบ้างแล้ว

Tuesday, July 18, 2006

ผมปวดหัวคับ… แม่

สงสารปารย์จัง ปารย์ไม่เคยป่วยหนักอย่างนี้มาก่อนเลย เริ่มอาการมาตั้งแต่พฤหัส เย็นไปหาหมอมารอบหนึ่งได้ยามาบานเลย แต่ปารย์ยังไม่ดีขึ้น กลับทรุดลง ตกกลางคืนเพ้อบ่อยมาก ตัวร้อนด้วยแม่ใจไม่ดีเลย กลัวปารย์ตัวร้อนจนชัก ต้องเช็ดตัวกันทั้งคืน + แปะ Cool fever ที่หน้าผาก แม่นึกว่ากลางวันปารย์จะดีขึ้น แต่ก็ผิดคาด ยังคงตัวร้อนสลับกับไออย่างหนักตลอดวัน แม่ก็เช็ดตัวปารย์ทั้งวันเหมือนกัน (เช็ดแรงๆ ด้วยนะ แต่ปารย์ก็ยังสีไม่ตกเลยแฮะ)

ไอ้เจ้า Cool fever นี่ไม่รู้ช่วยอะไรได้บ้างเปล่านะ แต่ที่แน่ๆ ปารย์ไม่ชอบเลย ขัดขืนเวลาแปะตลอด แล้วบางทีก็ชี้ที่หน้าผาก บอกว่าเจ็บ แม่ก็เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าปารย์ปวดหัว หรือเจ็บที่ติด Cool fever กันแน่ อีกอย่างที่แม่กังวลคือปารย์ไม่กินอะไรเลยนอกจากนม ป่วย 2 วันลูกผอมลงจนเห็นได้ชัด เย็นวันนั้นก็ได้ไปหาหมอกันอีกรอบ หมอบอก ว่าหลอดลมอักเสบ เพิ่มมาอีกหนึ่งโรค แล้วให้ปารย์ไปสูดยา ประมาณ 10 นาที ปารย์เก่งมาก ไม่ร้องเลยแหละ

วันเสาร์ และอาทิตย์ อาการไข้ของปารย์ดีขึ้นแล้ว แต่เจ้าอาการไอนี่ดิ หายยากจัง ไอจนอวก เออ!!! กลุ้ม เจ้าไข้นี่ร้ายกาจนะ ถึงแม้มันจะไปแล้วดันทิ้งเชื้อไม่น่ารักไว้กับปารย์ดิ ก็ตอนป่วยเอาใจกันมาก ตอนนี้เลย เผลอ เอาแต่ใจตัวเองจนแม่กับพ่อหละหน่าย

และแล้ววันจันทร์ก็มาถึง เชื้อไม่น่ารักก็แผลงออกมาตั้งแต่ ไม่ยอมอาบน้ำ ไม่ยอมแต่งตัว พูดดีดียังไงก็ไม่ยอม ลากก็แล้ว ขู่ก็แล้ว สุดท้ายแม่ต้องใช้ไม้ตายปล่อยให้ปารย์อยู่เฝ้าบ้านคนเดียว โอ้โห … ร้องซะ แล้วก็ไปโรงเรียนตามระเบียบบบบครับบบบ น่าสงสาร แกมหมั่นไส้

Friday, July 07, 2006

สัปดาห์ฟุตบอลโลก

ช่วงนี้ ทั่วสาระทิศในเมืองไทย สนใจการเคลื่อนไหวของฟุตบอลโลก เยอรมัน 2006
ไม่เว้นแม้ บ้านปารย์ เปล่าไม่ใช่ ปารย์หรอก ปารย์ยังไม่สนใจ ฟุตบอลใน ทีวี สนใจแต่ฟุตบอล ที่ตั้งขายอยู่ในห้าง!!
พอมันมาอยู่บ้านแล้ว พ่อชวนเตะ ยังไง ก็ไม่เห็นสนใจ กลับมาฟุตโลก เยอรมัน 2006 ส่วนใหญ่มันเตะกันดึก ถึงดึกมาก
โดยเฉพาะเริ่มเข้ารอบสอง รอบสาม ปาไปตี 2 แต่พ่อก็พยายาม ขนเอาทีวี ขึ้นไปที่นอนด้วย ปารย์นึกว่าจะเปิดการ์ตูนให้ปารย์ดูก่อนนอน แทนแม่ที่ไม่อยู่เล่านิทาน ปารย์คงงง ไม่เคยเปิดให้ดูสักครั้ง พอตกดึก พ่อแอบนั่งดูคนเดียว มีคืน สองคืนเหมือนกัน ปารย์ลุกมานั่งดูเป็นเพื่อนพ่อ แต่ไม่ไหว มันง่วง นั่งโงนไป เงนมา
นอนดีกว่า ไม่รู้ว่าปารย์จะต้องลุกมานั่งเป็นเพื่อนพ่อ อีกกี่คืน เฮ้อ ฟุตบอลโลก!!!

Thursday, June 29, 2006

ฝีมือผมเป็นไงบ้างครับ

เออ!!!ช่วงนี้ปารย์ เปลี่ยนจากบรรดาศักดิ์ให้แม่ จาก“แม่”มาเป็น “พี่” ปารย์เรียกแม่ว่าพี่เปิ้ลตามพี่นาม และพี่กานต์หนะสิ

อยู่ด้วยกัน สองคนมาสามวันแล้ว ปารย์ไม่มีตัวเลือกเลยต้องง้อแม่หน่อย อะไรๆก็ต้องมาเรียกพี่เปิ้ล พี่เปิ้ล พี่เปิ้ลฉี่ พี่เปิ้ลอึ

นอกจากนั้นช่วงนี้เพื่อนๆของปารย์ในซอยเดียวกัน จะเข้ามาเล่นในบ้านทุกเย็น บ้านเราเลยกลายเป็นสนามเด็กเล่นไปเลย ของเล่นทั้งหลายมันจึงมาเกลื่อนอยู่ตามพื้น แต่ก็ได้ชื่นใจที่ปารย์ช่วยแม่เก็บของเล่น หลังจากพี่ๆเขากลับบ้านกันไปหมดแล้ว

กิจกรรมสุดโปรดช่วงนี้ของปารย์ก็น่าจะเป็นการขีดๆ เขียนๆ นี่แหละ เชิญชมผลงานเลยละกัน






Friday, June 23, 2006

ไปเที่ยว เรือ Blue Access

ฮะ ฮ่า อย่า อย่าคิดนะว่าครอบครัวเราจะไปเที่ยวเรือสำราญกัน ไม่ซะหละ คนขี้เหนียวอย่างพ่อ กับแม่เหรอ จะยอมจ่ายตังก์ ไปเที่ยวเรือสำราญ

เช้าเมื่อวานลุงสายัญ เพื่อนพ่อโทรมาชวนพ่อไปเที่ยวแหลมฉบัง พ่อก็รับปากอย่างว่าง่าย แล้ว ค่อยหันมาชวนแม่ว่า ไปเที่ยวแหลมฉบังกันนะเย็นนี้สายัญคงอยากให้เราไปหาจริงๆ โทรมาหาหลายครั้งแล้ว ตอนเรืออยู่ญี่ปุ่นก็โทรมา แม่หนะชอบเที่ยวอยู่แล้ว ไปดิ

ระหว่างทางไม่รู้เจ้าปารย์ไปเอาแรงมาจากไหน เล่นต่อสู้กับแม่ ซะแม่เหนื่อย ตลอดทางได้ยินแต่คำว่า ......แรนเจอร์ แล้วพุ่งใส่แม่ สงสัยพี่ๆที่บ้านเด็กจะเอามาเปิดให้ดูแน่เลย แม่ยังไม่รู้เลยหน้าตามันเป็นไง ปารย์มาสงบลงบ้างเมื่อแวะปั๊มซื้อกลูลิโก๊ะป๊อกกี้ให้กิน

แหลมฉบังนี่มันไกลจัง ไม่ถึงซะที แหะๆ พวกเราหลงอีกแล้ว เนี่ยขนาดพ่อมีทั้ง แผนที่ ทั้ง GPS ก็ยังหลง อิ อิ แต่สุดท้ายก็ถึงจนได้ ลุงสายัญยืนรออยู่หน้าทางเข้าท่าเรือ พร้อมหิ้วถุงพะรุง พะรัง มีทั้ง PIZZA & KFC อืมค่อยยังชั่วกำลังหิว

เสียง “ว๊าว” ออกมาทันทีที่ปารย์เห็นเรือลุงสายัญ ถ้าพูดได้มากว่านี้คงบอกว่ามันใหญ่จังนะแม่ แม่ก็ว่ามันใหญ่จัง เรือ MV.SEAFDEC ที่ทำงานแม่เล็กไปเลย แค่บันไดทางขึ้นก็เหมือนเดินขึ้นตึกสามชั้นแบบไม่มีขั้นพัก ดูปารย์ตื่นเต้นจัง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดูโน่นดูนี่ ลุงสายัญพาเดินดูเกือบทั่วเรือ ทั้งสะพานเดินเรือ ห้องเครื่อง ห้องเก็บสินค้า ห้องกินข้าว ห้องครัว แล้วก็เอารูปน้องทะเลใสลูกลุงสายัญมาให้ดู

สินค้าที่เรือ Blue Access ขนเป็นพวกรถครับ เกือบพันคัน จอดเรียงรายอยู่บน 3 ชั้นของเรือ ลุงสายัญบอกเดินทางไปส่งที่ท่า OSAKA ประเทศญี่ปุ่น

แล้วก็ถึงเวลากลับ ก่อนกลับลุงสายัญเอาจักรยาน + เครื่องเสียงติดรถยนต์ให้พ่อมาด้วย สงสัยจะแลกกับหนังสือที่พ่อซื้อมาฝาก ไม่รู้ลุงสายัญจะคุ้มไหมนะลูก...

Thursday, June 22, 2006

เมื่อปารย์....พูด +ร้องเพลง

เดือนนี้ปารย์ก็ 2 ขวบ 7 เดือนแล้วสินะ เจ้าหนุ่มน้อยผู้กลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปากของแม่เริ่มจะพูดออกมาบ้างแล้ว เช่นสั่งให้แม่ทำโน่นทำนี่ “กิน” “นั่ง” “ปิดไฟ” “เปิดไฟ” “แกะ” (กล่องขนม) “สวัสดดีครับคุณครู” เรียกชื่อสารพัดสัตว์ได้ถูกต้องเกือบหมด และก็ร้องเพลงด้วย จากเดิมที่ชอบร้องเพลงแต่งเอง ตอนนี้มาเป็นร้องเพลงที่คนอื่นแต่งบ้างแล้ว เมื่อวานนอนร้องเพลง ชื่ออะไรแม่ไม่รู้เหมือนกัน แต่มีเนื้อร้องประมาณว่า
อย่าทิ้งขยะนะเธอ ลูกเป็ดเขาเจอเดี๋ยวเขาดุเอา
อย่าทิ้งขยะนะเรา ลูกเป็ดเจอเข้าบนกันพึมพำ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
อันที่จริงเนื้อเพลงข้างบนนี่ มาจากเท่าที่แม่พอจะนึกได้แหละนะ แต่ทำนองเพลงที่ปารย์ร้องเนี่ย แม่ว่าต้องใช่เพลงนี้แน่ๆ ถ้าจะให้ถูกต้องตามที่ปารย์ร้อง เพลงนี้ต้องมีเนื้อเพลงว่า
อย่าหิ้ง.....นะเธอ ...เป็ด.....เจอ..............หลุเอา
อย่าหิ้ง......นะเฮา ....เป็ดเจอเห้าบ่............พึ.พำ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ที่น่าดีใจอีกอย่าคือเมื่อคืนเป็นครั้งแรกที่ปารย์ร่วมมือกับแม่อ่านตามบัตรคำฝึกอ่านที่แม่ทำไว้ให้ปารย์ตั้งแต่ปารย์ยังไม่ครบ 8 เดือน โหน้ำตาแทบไหล แม่รอมาตั้งนานในที่สุดก็ได้ใช้งานจนได้

Wednesday, June 21, 2006

ปารย์…. คุณครูคนนั้นเขาทำได้ไงอะ...

แล้ววันนี้ก็เหมือนเมื่อวาน ที่ปารย์ไม่อยากไปโรงเรียน
แต่ทำไมตอนกลับจากโรงเรียนก็เห็นหน้าบาน แสดงว่าอยู่โรงเรียนก็ไม่ได้ทุกข์อะไร
แต่ทำไมไม่อยากไปโรงเรียน
เมื่อเช้าเล่นบทไม่ยอมลุกจากที่นอน
จนแม่ต้องเช็ดตัว เช็ดฟันให้แทนการอาบน้ำ แปรงฟัน
แต่การเช็ดฟันหนะ ไม่ได้ช่วยให้กลิ่นปากที่ปารย์นอนน้ำลายบูดทั้งคืน ลดลงเลย
แล้วก็ยังแผลงฤทธิ์ ไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนอีกด้วย
กว่าจะใส่ชุดนักเรียนเสร็จ เล่นเอาแม่เหนื่อย
ฝนก็ตกด้วยสิ วันนี้กว่าคุณครูจะพาปารย์เข้าโรงเรียนได้ ปารย์อาจเปียกนะ(แม่เริ่มเป็นห่วง)
เมื่อวานคุณครูต้องแย่งปารย์ไปจากพ่อ ปารย์ถึงจะยอมไปอะ ไม่งั้นก็หนีไม่ยอมไปหาครู

พอเจ้าสีกุนเริ่มเลี้ยวเข้าโรงเรียน ฝนซาลงแล้ว
แต่แม่ยังลุ้นอยู่
เอะวันนี้ ครูผู้ชายมารับแฮะ
ครูคนนี้แม่ไม่รู้จักอะ ตอนประชุมผู้ปกครองครูคนนี้ก็ไม่ได้มาแนะนำตัวด้วยสิ
พอคุณครูชายคนนี้มารับ ปารย์ก็ยิ้มให้คุณครู
คุณครูอุ้มปารย์ลงจากรถ
คุณครูบอกปารย์ให้สวัสดีพ่อ ปารย์ก็ยกมือ สวัสดีครับ
คุณครูบอกปารย์ให้สวัสดีแม่ ปารย์ก็ยกมือ สวัสดีครับ
แล้วก็เดินตามครูไป
ปารย์เป็นเด็กว่าง่ายได้อย่างปาฏิหาริย์
คุณครูเขาทำได้ไงครับ.... ลูกปารย์

Tuesday, June 20, 2006

ปารย์ ไม่อยากไปโรงเรียน....

โอ้โห เช้านี้ปารย์ดื้อจัง เริ่มจากไม่ยอมอาบน้ำ จะออกไปเล่นข้างนอก ไม่ยอมแปรงฟัน กว่าแม่จะจับอาบน้ำ และแปรงฟันได้ มีหอบ.... พออาบน้ำเสร็จไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนอีก แต่จะใส่ชุดอื่น ทำไงดีหละ ก็โรงเรียนเขายังอยากให้นักเรียนอยู่ในชุดเหมือนๆ กันอยู่อะลูก แม่ไม่รู้จะทำไงดี เลยอุ้มขึ้นรถทั้งๆที่ใส่กางเกงในตัวเดียวอยู่เลย ยังดีนะที่พ่อจับใส่กางเกงในได้ อยู่ในรถก็พยายามกันหลายรอบ สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้เจ้าปารย์ไปถึงหน้าโรงเรียนในสภาพ เกือบจะเป็นชุดวันเกิด พอคุณครูมาเปิดประตูก็ทำเป็นนั่งเขียนหนังสือซะงั้น สุดท้ายคุณครูต้องช่วยแม่แต่งตัวปารย์ โดยมีพ่ออุ้มปารย์ไว้ พ่อแม่คนอื่นที่มาส่งลูกๆกัน เห็นแล้วก็ยิ้มๆ ขำๆ กับครอบครัวอลเวง ของเรา เอ่อ........ ปารย์จะเป็นงี้ไปอีกนานไหมเนี่ย

Saturday, June 17, 2006

วันไหว้ครู


วันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมาเป็นวันไหว้ครู ของโรงเรียนอนุบาลปานตะวัน
ก่อนหน้าสองวัน พ่อก็สังเกตเห็น บอร์ดโรงเรียนประกาศไว้แล้ว แต่ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า "ก็ดี"

แต่เรื่องไม่ง่ายเหมือน เจ้าหญิงในนิยาย (เรื่องอะไร นึกกันเอาเอง) พ่ออ่านสมุดบันทึกปารย์ของวันที่ 14 มิย. ปาไปจะสองทุ่มอยู่แล้ว เนื้อหาชัดเจนและจริงจัง "พรุ่งนี้เป็นวันไหว้ครูของโรงเรียน กรุณาเตรียมดอกไม้ ธูปเทียนให้น้องด้วยนะคะ ลงชื่อคุณครูเย็น" พ่อหันไปมองหน้าปารย์ ปารย์ก็งง มองทำไม สองทุ่มแล้วนะ บอลจะแข่งแล้วด้วย นั้นก็ที่พ่อห่วง!! "ปารย์ไปปั่นจักรยานกันไหม๊" พ่อเอ่ยปาก "ปั่นจักรยานเหรอ" เป็นสูตรสำเร็จของปารย์ที่จะตอบกลับการสนทนา ทำท่าเหมือนยังงง!! คงนึกพ่อพูดผิดหรือเปล่าว๊า มันต้อง ขึ้นข้างบนกันไหม๊ ซิ แต่ก็นั่งอยู่ไม่ได้นาน เพราะพ่อ คว้าจักรยานออกนอกบ้าน เรียบร้อยแล้ว

เราเริ่มจากสวนที่ใกล้ที่สุด ในซอยด้านใน อะฮา มีดอกเข็ม สีแดงข้างรั่ว ดอกเดียวพอไหม๊ปารย์ เราลองปั่นไปที่สนามเด็กเล่นกันนะ เผื่อมีดอกไม้ ออกหัวค่ำ พ่อบอกปารย์ โดยมีคำตอบอะไรออกมาหนึ่งชุด แฮะพ่อฟังไม่รู้เรื่อง ยังมีคนวิ่งอยู่ คนสองคน สลัวมากแล้ว คือไม่มีแสงอาทิตย์แล้ว พ่อแว๊บเห็นดอกอะไรสักอย่าง สีชมพูสวยเชียว แต่ดูท่ามันน่าจะเหี่ยวง่ายนะ เลือกเอาที่มันเป็นตูมๆ หน่อยนะ คิดถึงแม่ปารย์ขึ้นมาอย่างแรง แม่คงทำให้ปารย์ได้ดีกว่าพ่อแน่ๆ ไม่เป็นไร เอาใหม่ปีหน้า

เหลือธูปกับเทียน ที่บ้านคงมี เอาปารย์ไปนอนก่อนนะ ปารย์เข้าใจว่าพ่อจะกินดอกไม้เป็นมื้อเย็น พยายามจะช่วยล้าง ช่วยเด็ด เหมือนล้างผัก เบรคกันจนเคืองไปหลายรอบ กว่าจะได้นอน พ่อแอบย่องไปหาธูปเทียนชั้นสาม แอ๊ ไม่มีเทียนแหะ อ้อ เทียนแพไหวไม่ พอได้ โอเค พรุ่งนี้ปารย์มีทุกอย่างครบแล้ว พ่อก็ไปดูบอลต่อ

หมายเหตุ นึกว่ากล้องถ่ายรูปอยู่บ้านยาย เลยไม่มีรูปชุดไหว้ครูของปารย์ มาอวดเลย

Sunday, June 11, 2006

ดนตรีในสวนธนฯ ... โดยบังเอิญ

พ่อ กับแม่เนี่ยชอบไปดูดนตรีในสวนกันมาก ดูมาตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน จนแต่งงานแล้ว จนมีลูก และแน่นอนก็ต้องพาลูกไปดูด้วย บรรยากาศมันดีมากเลยอะ เพลงเพราะๆ ในสวนสวยๆของกรุงเทพมหานคร คนไม่เยอะมากนัก และก็ฟรีด้วย ชอบๆ สวนที่เรามักไปดูดนตรีกันก็สวนลุม นั่นแหละ แต่ดูดนตรีในสวนตามหัวข้อของวันนี้ไม่ใช่ที่สวนลุมนะ เป็นสวนธนบุรีรมย์ สวนสาธรณะขนาดย่อมๆ ที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุด ที่ว่าโดยบังเอิญก็เพราะว่า พ่อกับแม่กะพาปารย์ไปเดินเล่นในสวนเท่านั้นเอง เพราะถ้าอยู่บ้าน ปารย์ก็จะพยายามจูงมือพ่ออกจากบ้านอยู่เกือบตลอดเวลา เลยพาไปเดินเล่นไกลๆไปซะเลยดีกว่า

เดินไปเห็นเวทีเข้า เลยต้องรอดูสักหน่อยว่าใครมาแสดงบ้าง ปารย์ก็แสดงท่าทีสนใจมากด้วยการเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหน้าสุด แล้วพ่อก็หันหน้ามาบอกแม่ด้วยใบหน้าตื่นเต้นว่า หนึ่งในนักร้องวันนี้เป็นอี๊ด ฟุตบาท ideal man ที่สร้างครอบครัวด้วยเสียงดนตรี กับลูกสาวสองคนที่เล่นดนตรีได้ดั่งใจพ่อ

แต่การดูดนตรีของเราวันนี้ก็มีอุปสรรคเหมือนกันนะ ก็ฟ้าฝนที่ไม่ค่อยจะเป็นใจในฤดูนี้แหละที่ตกซะหนักเลย ต้องหยุดรอให้ฝนหายถึงจะเริ่มเล่นกันใหม่ได้ แต่ก็คุ้มที่รอดูนะ เพราะปารย์ดูด้วยความสนใจมาก พี่น้องสองสาวเล่นเพลงที่ไปประกวดชนะเลิศที่สวิตเซอร์แลนด์มาด้วย คุ้มจริงๆ แม่กับพ่อ และน้า น้าของปารย์ อยากให้ปารย์รัก และเล่นดนตรี ปายจะได้เป็นคนที่มีจังหวะไง เนี่ยพ่อหมายมั่นปั้นมือแล้วนะว่าอยากให้ปารย์เล่นไวโอลิน

Wednesday, May 31, 2006

ไม่ไหวแล้ว...แม่

หลังจากลุ้นมาเมื่อวานทั้งวัน แต่น แตน แต้น คุณครูเขียนมาว่า ปารย์สามารถดื่มนมจากกล่องได้ และไม่ต้องใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปไปโรงเรียนได้แล้ว ไม่ทำเละเทอะเลย เก่งจริงๆ ลูกแม่

มาเสียท่าเอาตอนเย็น แม่ขับรถไปโรงพยาบาล ปารย์เกิดปวดฉี่ขึ้นมาระหว่างทาง อันที่จริงก็บอกแม่แล้วนะ แต่แม่ขับรถอยู่ และทางมันก็แคบมากไม่สามารถจอดรถได้ ปารย์ทำหน้า น่าสงสารมากอะ แบบว่าพยายามกลั้นอย่างเต็มที่ แต่มันไม่ไว้แล้วกว่าแม่จะหาทางจอดรถได้ ปารย์ก็เหลือส่วนที่กลั้นไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าส่วนใหญ่หนะมันเลอะกางเกงไปแล้ว อิอิ

Tuesday, May 30, 2006

ลุ้นจัง..

เป็นวันแรกนะครับ ที่ปารย์ไปโรงเรียนโดยไม่มีขวดนม และโดยไม่ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ก็ปารย์โตแล้วนี่ครับ...
พ่อเขากังวลว่าปารย์จะฉี่ในรถ แม่เลยเตรียมขวดติดรถไปด้วย เด็กชายเนี่ยน่าจะเลิกผ้าอ้อมสำเร็จได้ง่ายกว่าเด็กหญิงนะ อิ อิ ..ก่อนไปโรงเรียนทุกวันปารย์มักจะแว่บไปเล่นที่บ้านป้าแต๋มก่อนเสมอ พอแม่เดินไปรับขึ้นรถป้าแต๋มบอกปารย์เป็นอะไรไม่รู้ไปยืนแอบอยู่ข้างตู้ปลา อิอิ เท่านี้แม่ก็พอจะเดาได้ พอเดินไปใกล้ก็ชัดเลย ปารย์บอกว่าอึแล้ว อึแล้ว แม่เลยต้องพากลับบ้าน แหะ ๆ คิดว่าปารย์ทำเละเทะกางเกงนักเรียนหละซิ ผิดครับ!!! ปารย์อั้นไว้ได้กลับไปถอดกางเกงอึที่บ้าน สบายใจแม่จริงๆ วันนี้คงไม่ต้องใช้กางเกงนักเรียนสำรองที่เตรียมไป
แต่ที่กังวลมากกว่าคือเรื่องขวดนมต่างหาก ไม่รู้จะงอแงไหม ถ้าไม่มีขวดนม ก็ได้แต่บอกคุณครูว่าถ้างอแงมากคุณครูเขียนบอกแม่มาในสมุดบันทึกด้วย พรุ่งนี้แม่จะได้เตรียมขวดนมไปให้ ลุ้นจัง

Thursday, May 25, 2006

ภาษากาย ภาษาพูด...


ตอนนี้ ปารย์ พูดเก่งขึ้นมากแล้ว จากเมื่อก่อนมีแต่คำว่า ไม่ ไม่ ไม่เอา ไม่กิน ไม่ไปซะทุกอย่าง และส่วนใหญ่ก็สื่อสารโดยใช้ภาษากายเป็นหลัก
เมื่อวานได้ยินอีกไม่หนึ่งออกมาจากปากปารย์ “ไม่ให้กลับ” แม่ได้ยินตอนที่ปารย์มัวแต่ห่วงดูไดโนเสาร์ที่บ้านเด็ก จนไม่ยอมกลับบ้าน แม่ก็เลยขู่ว่างั้นแม่พาพี่ปอล (เพื่อนปารย์ที่บานเด็ก) กลับก่อนนะ ปารย์ก็เลยตะโกนว่า “ไม่ให้กลับ” ออกมา ตอนเย็นไปเล่นกับพี่แพท พี่พั๊น สักพัก พี่ฝ้ายก็มาชวน แพท และพั๊น ไปเล่น เจ้าปารย์ก็รีบวิ่งตามไปพร้อมพูดว่า “เล่นด้วย” เหอะ ๆ คำพูดหลายคำของปารย์ พ่อ กับแม่ไม่เคยสอน แต่ปารย์มักพูดออกมาได้ตรงกับสถานการณ์
ปารย์นี่คงมีวิธีหัดพูดที่แม่เองยังงงๆอยู่ ว่าจะช่วยปารย์ฝึกพูกยังไง ให้พูดตามก็ไม่ค่อยพูด แม่ก็คงได้แต่พูดเอง เออ เองกับปารย์ไปเรื่อยๆ และวันหนึ่งเมื่อปารย์อยากจะพูดก็คงพูดออกมาเอง มั้ง...

Tuesday, May 23, 2006

ไปโรงเรียนครับ ไปโรงเรียน

เป็นวันที่สาม แล้วจ้าที่ ลูกปารย์ของแม่ไปโรงเรียน และก็หลังจากไป summer มาสองอาทิตย์ แล้วด้วย ปารย์ก็ยังไม่ชินกับการไปโรงเรียนซะที ยังคงร้องกอดพ่อ ไม่ยอมไปกับคุณครู เอ!! ครูเย็นกับครูณี ของหนู เขาดุหนูหรือเปล่านะ แต่เท่าที่แม่สังเกตก็รู้สึกว่าครูเขาเป็นคนรักเด็กดีอะ พอหนูร้องไห้แม่ก็เลยมีเวลาคุยกับครูไม่มาก ยิ่งอยู่ให้เห็นหน้านานหนูก็ยิ่งร้อง

เมื่อวานครูแอบบอกว่า ร้องอ้อนแม่อะค่ะ พอพ่อกับแม่ไปก็เห็นเล่นกับเพื่อนดี ไม่มีปัญหาอะไรวันหลังคงต้องหาโอกาสไปแอบดูมั่งหละมั้ง

วันนี้ปารย์จะได้ว่ายน้ำด้วย คุณครูเย็นเขียนใส่สมุดบันทึกเมื่อวานว่าให้เตรียมชุดว่ายน้ำมาให้ปารย์ด้วย น่าสนุกจัง แต่ปรกติปารย์เล่นน้ำกับพ่อแม่ทีไร ก็เกาะพ่อกับแม่แจเลยเหมือนกัน แล้ววันนี้หละจะเกาะใครเนี่ย อยากให้ปารย์เล่าให้แม่ฟังบ้างจังว่าไปโรงเรียนทำอะไรมาบ้าง ปารย์เล่นไม่ยอมบอกพ่อกับแม่เลย อมพะนำทุกวัน อยากรู้ อะ อยากรู้

?? ทำไมวันนี้ใส่รูปไม่ได้ซะหละ

Friday, May 19, 2006

เที่ยวระยอง อีกแล้วครับท่าน

แม่กับบรรดา เพื่อนร่วมก๊วนลูกอ่อนเนี่ย เอะอะ อะไรก็ไปเที่ยวระยองซะเรื่อยเลย เฮะๆ ก็มันสะดวกดีหนะ เดินทางไปก็ง่าย แถมมีบ้านพักแสนสบายของเพื่อนสำรวยให้พักฟรีๆด้วย ใครหละจะปฏิเสธ ขนาดแม่ตอนนี้กระเป๋าแฟ้บ อยู่ยังดันทุรังไปจนได้เลย

ตามแผนเนี่ยจะมี 4 ครอบครัวแหนะ แต่แม่มดของเจ้าเมืองปายคงจะแพ้ท้องมากเลยต้องขอบายงานนี้ ก็เลยเหลือแต่ครอบครัวพี่ปิ๊งๆ ครอบครัวเจ้าขนุน และแน่นอนครอบครัวเรา…

ต่างครอบครัวก็เดินทางไประยองโดยมีเป้าหมายเป็นบ้านอาสำรวย แบบถือฤกษ์สะดวกจริงๆ ใครใคร่ไปก่อนไป ใครใคร่ตามไปทีหลังก็ไม่ว่ากัน ก็ลูกอ่อนกันทั้งนั้นจะให้เร่งกันได้ไง

เราเริ่มกันด้วยกิจกรรมเที่ยวสวนผลไม้สวนสุภัทรา ที่เจ้าขนุนบอกว่าเป็นสวนอาหยอย (โหอาหยอยนี่มีที่เยอะ จังหนิ)เด็กๆ ก็สนุกไปคนละแบบ เจ้าขนุนนี่สนุกกับการหม่ำผลไม่ทุกประเภท พี่ปิ๊งๆ สนุกกับการดูผลไม้ ดูต้นไม้ โดยเฉพาะที่มันใหญ่มาก มาก ส่วนเจ้าปารย์สนุกกับการวิ่งไล่ตามไก่ ส่วนบรรดาพ่อแม่ก็สนุกกับการกิน ถ่ายรูป คงจะมีแต่แม่เปิ้ลที่สนุกกับการคิดเลขว่าเจ้าของสวนจะได้กำไรเทาไหร่นะ กับค่าเข้า 150 บาท ทำธุรกิจนี้จะดีไหมนะ….

ที่ขาดไม่ได้ก็เป็นการเล่นน้ำทะเล คราวนี้พี่ปิ๊งๆ ไม่กลัวทะเลแล้ว เฮ้ เฮ้… ก็ไม่ต้องไปไหนไกล หาดแม่รำพึงเจ้าเก่านี่แหละ

เวลาส่วนใหญ่ของพวกเรา ก็หมดไปกับการกิน นอน วิ่งเล่น แค่นี้ก็สุขที่ซูด… พอพวกเราอยู่รวมกันในบ้านอารวยนะ ดูบ้านอารวยแน่นไปเลย แต่แม่ว่าก็สนุกดีเหมือนกันนะ มันดูวุ่นวายไปหมด เนี่ยพอพวกเรากลับบ้านอารวยคงเหงาหูพิลึก

ขากลับ ครอบครัวเรา กับเจ้าขนุนแวะเขาเขียวกัน เขียวดีจริงๆนะเขานี่แถมด้วยฝนชุ่มช่ำอีกตะหาก แม่กับปารย์เที่ยวกันจนป่วยเลย อิอิ ปารย์เลยอดไปโรงเรียนเลย คงต้องรอให้หายซะก่อนค่อยไป ก็ตอนนี้เชื้อโรคอะไรๆ มันเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะเจ้าแบคทีเรีย Streptococcus ที่กำลังดังเพราะดันไปเกิดกับคนดังอย่าง นก ฉัตรชัย นี่นะ

Monday, April 24, 2006

สัปดาห์แรก โรงเรียนปานตะวัน!!

หลังจากวันแรกผ่านไปด้วยดี (แม่นะดี ปารย์ไม่รู้ดีด้วยหรือเปล่า) เป็นหน้าที่ของพ่อ ที่พาลูกปารย์ไปส่งโรงเรียน
วันแรก เราไปถึงกันแต่เช้า เพราะพ่อยังกะไม่ถูกว่าต้องขับรถ สักกี่นาที ลูกปารย์ไปโรงเรียนคนแรกเลย เริ่มด้วยการเล่น สารพัดของเล่นที่ลานของเล่นกลางแจ้ง (มันน่าจะมีป้ายบอกหน่อยนะ สนามเด็กเล่นชินวัตร อะไรทำนองนั้น) แต่พอถึงเวลาที่ต้องเข้าห้องสัปรด ปารย์ก็เริ่มเล่นบทพระยาโศก แถมกอดรัดอยู่กับพ่อ ไม่ยอมไปหาคุณครูณี ร้องไห้ไป 1 ยก

วันต่อมาเป็นวันหยุด ตื่นสายกันตามสบาย พ่อลูก นอนกันอืด ตกเย็นเพราะความที่ปารย์ไม่ยอมนอนกลางวัน เลยสร้างวีรกรรมหลับคาอานจักรยาน ซึ่งนั่งซ้อนพ่อออกไปเที่ยวกันหน้าหมู่บ้าน กว่าพ่อจะเข็นจักรยานพร้อมกับอุ้มปารย์ที่หลับอยู่ถึงบ้านได้ มันแย่จริงๆนะ

วันที่สามของปานตะวันสำหรับปารย์ ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างเลวร้ายลง ความที่นอนดึก พ่อจึงต้องปลุกปารย์ไปอาบน้ำ ด้วยอาการหงุดหงิดเอามากๆ เอาน่าวันศุกร์แล้ว วันพรุ่งนี้ก็ไปเที่ยวบ้านยายแล้ว พ่อบอกปารย์ (นึกในใจ ปารย์จะรู้ไหม๊นะ)
แค่พ่อเลี้ยวรถเข้าประตูโรงเรียน ปารย์ก็จำได้ เริ่มโวยวาย ไม่เอา ไม่เอา ชี้ไปที่ประตูโรงเรียน ยิ่งพ่อลงจากรถ ปารย์พยายามบังคับพ่อให้นั่งประจำที่คนขับ ทั้งน้ำตาและเสียงโวยวาย หนีลนลานไปอีกด้านของรถ น่าสงสารซะจริงๆ อดคิดไม่ได้ว่าคุณครูทำอะไรปารย์นะ จึงได้ไม่ถูกใจเอาขนาดนี้ แต่นั่นแหละพ่อก็จำใจส่งปารย์ ให้คุณครูวรรณอุ้มไปห้องเรียน ทั้งน้ำตาทั้งเสียงโวยวาย แย่จริงๆเลย พ่อขับรถออกไปด้วยความเครียด....

Saturday, April 22, 2006

17 เมษายน 2549

เปล่าไม่ได้มีความสำคัญทางการเมือง อะไรกับประเทศไทย แต่เป็นวันที่ชีวิตน้องปารย์ ก้าวไปอีกก้าว ด้วยน้ำตา และเสียงหวีดร้อง (ประชาธิปไตย ไม่เคยได้มาด้วยการ เจรจา อย่างสันติ ใครกล่าวไว้ ทำไม!)

ไม่ใช่! ไม่ใช่การเมือง เอ๊ะ พูดไม่ฟัง!! แต่เป็นวันแรกที่น้องปารย์ ต้องย้ายการใช้ชีวิตประจำวันจาก บ้านเด็ก อันอบอุ่น (พ่อว่าบางวัน มันค่อนไปทางร้อนนะ) ไปสู่โลกกว้างที่โรงเรียนอนุบาลปานตะวัน (แต่มันก็ยังมีรั้วอยู่ดี อย่าแปลกใจไปเลย ประเทศจีนมันยังมีกำแพงเลย ลูก!!) วันแรกลูกปารย์ ใช้ชีวิตในโรงเรียน ย้ำโรงเรียน โดยมีแม่เปิ้ล คอยเป็นกำลังใจ อยู่ห่างๆ จากคำบอกเล่าของผู้เป็นแม่...

(ต้องอ่านดัดเสียงนิดนึงนะ) เออเดี๊ยนว่า... ไม่แม่ไม่เคยพูดคำนี้ แม่เล่าว่าลูกปารย์ ออกอาการงง!พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการเข้าแถวฟังเพลงชาติ คือต้องเข้าใจ ครั้งแรกของชีวิต แต่เป็นเพลงชาติไทย ประสานกับเสียงสะอื้นไห้ ของเพื่อนร่วมชั้น ปารย์เข้าใจ ว่าต้องประสานเสียงเพื่อความไพเราะ แต่ทำไมต้องแสดงกันจริงจัง มีน้ำตากันเห็นๆ ขนาดนั้น สวดมนต์ ออกกำลังกาย หน้าเสาธง (มันยังมีอยู่อีกหรือ พ่อนึกว่า มติ ครม. อนุมัติให้ยกเลิกไปนานแล้ว) เพื่อนร่วมห้องยังประสานเสียงเหมือนเดิม จนเข้าห้องสัปรด อ้อ แม่บอกว่าปารย์เรียนอยู่ห้องสัปรด (ครูคงเข้าใจ ว่าเด็กทุกคน อยากลองเรียนห้องสัปรดดูสักที เลยจัดให้ตั้งแต่ปีแรก จะได้ลองห้องอื่นๆ ต่อไป) ลูกปารย์เห็นคุณครูนี นำเพื่อนร่วมห้อง ทำโน้น ทำนี่ โต๊ะครูว่างอยู่นิ ปารย์เลยขอยึดเป็นทำเล สังเกตการณ์ อยู่ตรงนี้แหละ แม่เล่าต่อว่า ปารย์ได้กินก๋วยจั๊บ ที่อร่อยที่สุดในชีวิต (ดูจากปริมาณที่กินเข้าไป หรือหิวจน อะไรก็ได้มั๊ง... หลังมื้อเที่ยง คุณครูก็จัดให้ เพื่อนร่วมห้อง อ้าว!ปารย์ด้วยเหรอ นอน น้องปารย์ มานอน....

วันแรกแม่นั่งรถตู้กับปารย์ กลับไปรอพ่อที่บ้านเด็กด้วย วันนี้สนุกจริงๆ เลย แม่ว่า.....อ้าว

วันต่อมาถึงเวรพ่อไปส่ง แม่ติดภารกิจทัวร์ต่างประเทศ.....แล้วจะมาเล่าให้อ่านกันนะ