Friday, June 23, 2006

ไปเที่ยว เรือ Blue Access

ฮะ ฮ่า อย่า อย่าคิดนะว่าครอบครัวเราจะไปเที่ยวเรือสำราญกัน ไม่ซะหละ คนขี้เหนียวอย่างพ่อ กับแม่เหรอ จะยอมจ่ายตังก์ ไปเที่ยวเรือสำราญ

เช้าเมื่อวานลุงสายัญ เพื่อนพ่อโทรมาชวนพ่อไปเที่ยวแหลมฉบัง พ่อก็รับปากอย่างว่าง่าย แล้ว ค่อยหันมาชวนแม่ว่า ไปเที่ยวแหลมฉบังกันนะเย็นนี้สายัญคงอยากให้เราไปหาจริงๆ โทรมาหาหลายครั้งแล้ว ตอนเรืออยู่ญี่ปุ่นก็โทรมา แม่หนะชอบเที่ยวอยู่แล้ว ไปดิ

ระหว่างทางไม่รู้เจ้าปารย์ไปเอาแรงมาจากไหน เล่นต่อสู้กับแม่ ซะแม่เหนื่อย ตลอดทางได้ยินแต่คำว่า ......แรนเจอร์ แล้วพุ่งใส่แม่ สงสัยพี่ๆที่บ้านเด็กจะเอามาเปิดให้ดูแน่เลย แม่ยังไม่รู้เลยหน้าตามันเป็นไง ปารย์มาสงบลงบ้างเมื่อแวะปั๊มซื้อกลูลิโก๊ะป๊อกกี้ให้กิน

แหลมฉบังนี่มันไกลจัง ไม่ถึงซะที แหะๆ พวกเราหลงอีกแล้ว เนี่ยขนาดพ่อมีทั้ง แผนที่ ทั้ง GPS ก็ยังหลง อิ อิ แต่สุดท้ายก็ถึงจนได้ ลุงสายัญยืนรออยู่หน้าทางเข้าท่าเรือ พร้อมหิ้วถุงพะรุง พะรัง มีทั้ง PIZZA & KFC อืมค่อยยังชั่วกำลังหิว

เสียง “ว๊าว” ออกมาทันทีที่ปารย์เห็นเรือลุงสายัญ ถ้าพูดได้มากว่านี้คงบอกว่ามันใหญ่จังนะแม่ แม่ก็ว่ามันใหญ่จัง เรือ MV.SEAFDEC ที่ทำงานแม่เล็กไปเลย แค่บันไดทางขึ้นก็เหมือนเดินขึ้นตึกสามชั้นแบบไม่มีขั้นพัก ดูปารย์ตื่นเต้นจัง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดูโน่นดูนี่ ลุงสายัญพาเดินดูเกือบทั่วเรือ ทั้งสะพานเดินเรือ ห้องเครื่อง ห้องเก็บสินค้า ห้องกินข้าว ห้องครัว แล้วก็เอารูปน้องทะเลใสลูกลุงสายัญมาให้ดู

สินค้าที่เรือ Blue Access ขนเป็นพวกรถครับ เกือบพันคัน จอดเรียงรายอยู่บน 3 ชั้นของเรือ ลุงสายัญบอกเดินทางไปส่งที่ท่า OSAKA ประเทศญี่ปุ่น

แล้วก็ถึงเวลากลับ ก่อนกลับลุงสายัญเอาจักรยาน + เครื่องเสียงติดรถยนต์ให้พ่อมาด้วย สงสัยจะแลกกับหนังสือที่พ่อซื้อมาฝาก ไม่รู้ลุงสายัญจะคุ้มไหมนะลูก...

Thursday, June 22, 2006

เมื่อปารย์....พูด +ร้องเพลง

เดือนนี้ปารย์ก็ 2 ขวบ 7 เดือนแล้วสินะ เจ้าหนุ่มน้อยผู้กลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปากของแม่เริ่มจะพูดออกมาบ้างแล้ว เช่นสั่งให้แม่ทำโน่นทำนี่ “กิน” “นั่ง” “ปิดไฟ” “เปิดไฟ” “แกะ” (กล่องขนม) “สวัสดดีครับคุณครู” เรียกชื่อสารพัดสัตว์ได้ถูกต้องเกือบหมด และก็ร้องเพลงด้วย จากเดิมที่ชอบร้องเพลงแต่งเอง ตอนนี้มาเป็นร้องเพลงที่คนอื่นแต่งบ้างแล้ว เมื่อวานนอนร้องเพลง ชื่ออะไรแม่ไม่รู้เหมือนกัน แต่มีเนื้อร้องประมาณว่า
อย่าทิ้งขยะนะเธอ ลูกเป็ดเขาเจอเดี๋ยวเขาดุเอา
อย่าทิ้งขยะนะเรา ลูกเป็ดเจอเข้าบนกันพึมพำ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
อันที่จริงเนื้อเพลงข้างบนนี่ มาจากเท่าที่แม่พอจะนึกได้แหละนะ แต่ทำนองเพลงที่ปารย์ร้องเนี่ย แม่ว่าต้องใช่เพลงนี้แน่ๆ ถ้าจะให้ถูกต้องตามที่ปารย์ร้อง เพลงนี้ต้องมีเนื้อเพลงว่า
อย่าหิ้ง.....นะเธอ ...เป็ด.....เจอ..............หลุเอา
อย่าหิ้ง......นะเฮา ....เป็ดเจอเห้าบ่............พึ.พำ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ที่น่าดีใจอีกอย่าคือเมื่อคืนเป็นครั้งแรกที่ปารย์ร่วมมือกับแม่อ่านตามบัตรคำฝึกอ่านที่แม่ทำไว้ให้ปารย์ตั้งแต่ปารย์ยังไม่ครบ 8 เดือน โหน้ำตาแทบไหล แม่รอมาตั้งนานในที่สุดก็ได้ใช้งานจนได้

Wednesday, June 21, 2006

ปารย์…. คุณครูคนนั้นเขาทำได้ไงอะ...

แล้ววันนี้ก็เหมือนเมื่อวาน ที่ปารย์ไม่อยากไปโรงเรียน
แต่ทำไมตอนกลับจากโรงเรียนก็เห็นหน้าบาน แสดงว่าอยู่โรงเรียนก็ไม่ได้ทุกข์อะไร
แต่ทำไมไม่อยากไปโรงเรียน
เมื่อเช้าเล่นบทไม่ยอมลุกจากที่นอน
จนแม่ต้องเช็ดตัว เช็ดฟันให้แทนการอาบน้ำ แปรงฟัน
แต่การเช็ดฟันหนะ ไม่ได้ช่วยให้กลิ่นปากที่ปารย์นอนน้ำลายบูดทั้งคืน ลดลงเลย
แล้วก็ยังแผลงฤทธิ์ ไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนอีกด้วย
กว่าจะใส่ชุดนักเรียนเสร็จ เล่นเอาแม่เหนื่อย
ฝนก็ตกด้วยสิ วันนี้กว่าคุณครูจะพาปารย์เข้าโรงเรียนได้ ปารย์อาจเปียกนะ(แม่เริ่มเป็นห่วง)
เมื่อวานคุณครูต้องแย่งปารย์ไปจากพ่อ ปารย์ถึงจะยอมไปอะ ไม่งั้นก็หนีไม่ยอมไปหาครู

พอเจ้าสีกุนเริ่มเลี้ยวเข้าโรงเรียน ฝนซาลงแล้ว
แต่แม่ยังลุ้นอยู่
เอะวันนี้ ครูผู้ชายมารับแฮะ
ครูคนนี้แม่ไม่รู้จักอะ ตอนประชุมผู้ปกครองครูคนนี้ก็ไม่ได้มาแนะนำตัวด้วยสิ
พอคุณครูชายคนนี้มารับ ปารย์ก็ยิ้มให้คุณครู
คุณครูอุ้มปารย์ลงจากรถ
คุณครูบอกปารย์ให้สวัสดีพ่อ ปารย์ก็ยกมือ สวัสดีครับ
คุณครูบอกปารย์ให้สวัสดีแม่ ปารย์ก็ยกมือ สวัสดีครับ
แล้วก็เดินตามครูไป
ปารย์เป็นเด็กว่าง่ายได้อย่างปาฏิหาริย์
คุณครูเขาทำได้ไงครับ.... ลูกปารย์

Tuesday, June 20, 2006

ปารย์ ไม่อยากไปโรงเรียน....

โอ้โห เช้านี้ปารย์ดื้อจัง เริ่มจากไม่ยอมอาบน้ำ จะออกไปเล่นข้างนอก ไม่ยอมแปรงฟัน กว่าแม่จะจับอาบน้ำ และแปรงฟันได้ มีหอบ.... พออาบน้ำเสร็จไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนอีก แต่จะใส่ชุดอื่น ทำไงดีหละ ก็โรงเรียนเขายังอยากให้นักเรียนอยู่ในชุดเหมือนๆ กันอยู่อะลูก แม่ไม่รู้จะทำไงดี เลยอุ้มขึ้นรถทั้งๆที่ใส่กางเกงในตัวเดียวอยู่เลย ยังดีนะที่พ่อจับใส่กางเกงในได้ อยู่ในรถก็พยายามกันหลายรอบ สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้เจ้าปารย์ไปถึงหน้าโรงเรียนในสภาพ เกือบจะเป็นชุดวันเกิด พอคุณครูมาเปิดประตูก็ทำเป็นนั่งเขียนหนังสือซะงั้น สุดท้ายคุณครูต้องช่วยแม่แต่งตัวปารย์ โดยมีพ่ออุ้มปารย์ไว้ พ่อแม่คนอื่นที่มาส่งลูกๆกัน เห็นแล้วก็ยิ้มๆ ขำๆ กับครอบครัวอลเวง ของเรา เอ่อ........ ปารย์จะเป็นงี้ไปอีกนานไหมเนี่ย

Saturday, June 17, 2006

วันไหว้ครู


วันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมาเป็นวันไหว้ครู ของโรงเรียนอนุบาลปานตะวัน
ก่อนหน้าสองวัน พ่อก็สังเกตเห็น บอร์ดโรงเรียนประกาศไว้แล้ว แต่ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า "ก็ดี"

แต่เรื่องไม่ง่ายเหมือน เจ้าหญิงในนิยาย (เรื่องอะไร นึกกันเอาเอง) พ่ออ่านสมุดบันทึกปารย์ของวันที่ 14 มิย. ปาไปจะสองทุ่มอยู่แล้ว เนื้อหาชัดเจนและจริงจัง "พรุ่งนี้เป็นวันไหว้ครูของโรงเรียน กรุณาเตรียมดอกไม้ ธูปเทียนให้น้องด้วยนะคะ ลงชื่อคุณครูเย็น" พ่อหันไปมองหน้าปารย์ ปารย์ก็งง มองทำไม สองทุ่มแล้วนะ บอลจะแข่งแล้วด้วย นั้นก็ที่พ่อห่วง!! "ปารย์ไปปั่นจักรยานกันไหม๊" พ่อเอ่ยปาก "ปั่นจักรยานเหรอ" เป็นสูตรสำเร็จของปารย์ที่จะตอบกลับการสนทนา ทำท่าเหมือนยังงง!! คงนึกพ่อพูดผิดหรือเปล่าว๊า มันต้อง ขึ้นข้างบนกันไหม๊ ซิ แต่ก็นั่งอยู่ไม่ได้นาน เพราะพ่อ คว้าจักรยานออกนอกบ้าน เรียบร้อยแล้ว

เราเริ่มจากสวนที่ใกล้ที่สุด ในซอยด้านใน อะฮา มีดอกเข็ม สีแดงข้างรั่ว ดอกเดียวพอไหม๊ปารย์ เราลองปั่นไปที่สนามเด็กเล่นกันนะ เผื่อมีดอกไม้ ออกหัวค่ำ พ่อบอกปารย์ โดยมีคำตอบอะไรออกมาหนึ่งชุด แฮะพ่อฟังไม่รู้เรื่อง ยังมีคนวิ่งอยู่ คนสองคน สลัวมากแล้ว คือไม่มีแสงอาทิตย์แล้ว พ่อแว๊บเห็นดอกอะไรสักอย่าง สีชมพูสวยเชียว แต่ดูท่ามันน่าจะเหี่ยวง่ายนะ เลือกเอาที่มันเป็นตูมๆ หน่อยนะ คิดถึงแม่ปารย์ขึ้นมาอย่างแรง แม่คงทำให้ปารย์ได้ดีกว่าพ่อแน่ๆ ไม่เป็นไร เอาใหม่ปีหน้า

เหลือธูปกับเทียน ที่บ้านคงมี เอาปารย์ไปนอนก่อนนะ ปารย์เข้าใจว่าพ่อจะกินดอกไม้เป็นมื้อเย็น พยายามจะช่วยล้าง ช่วยเด็ด เหมือนล้างผัก เบรคกันจนเคืองไปหลายรอบ กว่าจะได้นอน พ่อแอบย่องไปหาธูปเทียนชั้นสาม แอ๊ ไม่มีเทียนแหะ อ้อ เทียนแพไหวไม่ พอได้ โอเค พรุ่งนี้ปารย์มีทุกอย่างครบแล้ว พ่อก็ไปดูบอลต่อ

หมายเหตุ นึกว่ากล้องถ่ายรูปอยู่บ้านยาย เลยไม่มีรูปชุดไหว้ครูของปารย์ มาอวดเลย

Sunday, June 11, 2006

ดนตรีในสวนธนฯ ... โดยบังเอิญ

พ่อ กับแม่เนี่ยชอบไปดูดนตรีในสวนกันมาก ดูมาตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน จนแต่งงานแล้ว จนมีลูก และแน่นอนก็ต้องพาลูกไปดูด้วย บรรยากาศมันดีมากเลยอะ เพลงเพราะๆ ในสวนสวยๆของกรุงเทพมหานคร คนไม่เยอะมากนัก และก็ฟรีด้วย ชอบๆ สวนที่เรามักไปดูดนตรีกันก็สวนลุม นั่นแหละ แต่ดูดนตรีในสวนตามหัวข้อของวันนี้ไม่ใช่ที่สวนลุมนะ เป็นสวนธนบุรีรมย์ สวนสาธรณะขนาดย่อมๆ ที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุด ที่ว่าโดยบังเอิญก็เพราะว่า พ่อกับแม่กะพาปารย์ไปเดินเล่นในสวนเท่านั้นเอง เพราะถ้าอยู่บ้าน ปารย์ก็จะพยายามจูงมือพ่ออกจากบ้านอยู่เกือบตลอดเวลา เลยพาไปเดินเล่นไกลๆไปซะเลยดีกว่า

เดินไปเห็นเวทีเข้า เลยต้องรอดูสักหน่อยว่าใครมาแสดงบ้าง ปารย์ก็แสดงท่าทีสนใจมากด้วยการเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหน้าสุด แล้วพ่อก็หันหน้ามาบอกแม่ด้วยใบหน้าตื่นเต้นว่า หนึ่งในนักร้องวันนี้เป็นอี๊ด ฟุตบาท ideal man ที่สร้างครอบครัวด้วยเสียงดนตรี กับลูกสาวสองคนที่เล่นดนตรีได้ดั่งใจพ่อ

แต่การดูดนตรีของเราวันนี้ก็มีอุปสรรคเหมือนกันนะ ก็ฟ้าฝนที่ไม่ค่อยจะเป็นใจในฤดูนี้แหละที่ตกซะหนักเลย ต้องหยุดรอให้ฝนหายถึงจะเริ่มเล่นกันใหม่ได้ แต่ก็คุ้มที่รอดูนะ เพราะปารย์ดูด้วยความสนใจมาก พี่น้องสองสาวเล่นเพลงที่ไปประกวดชนะเลิศที่สวิตเซอร์แลนด์มาด้วย คุ้มจริงๆ แม่กับพ่อ และน้า น้าของปารย์ อยากให้ปารย์รัก และเล่นดนตรี ปายจะได้เป็นคนที่มีจังหวะไง เนี่ยพ่อหมายมั่นปั้นมือแล้วนะว่าอยากให้ปารย์เล่นไวโอลิน

Wednesday, May 31, 2006

ไม่ไหวแล้ว...แม่

หลังจากลุ้นมาเมื่อวานทั้งวัน แต่น แตน แต้น คุณครูเขียนมาว่า ปารย์สามารถดื่มนมจากกล่องได้ และไม่ต้องใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปไปโรงเรียนได้แล้ว ไม่ทำเละเทอะเลย เก่งจริงๆ ลูกแม่

มาเสียท่าเอาตอนเย็น แม่ขับรถไปโรงพยาบาล ปารย์เกิดปวดฉี่ขึ้นมาระหว่างทาง อันที่จริงก็บอกแม่แล้วนะ แต่แม่ขับรถอยู่ และทางมันก็แคบมากไม่สามารถจอดรถได้ ปารย์ทำหน้า น่าสงสารมากอะ แบบว่าพยายามกลั้นอย่างเต็มที่ แต่มันไม่ไว้แล้วกว่าแม่จะหาทางจอดรถได้ ปารย์ก็เหลือส่วนที่กลั้นไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าส่วนใหญ่หนะมันเลอะกางเกงไปแล้ว อิอิ

Tuesday, May 30, 2006

ลุ้นจัง..

เป็นวันแรกนะครับ ที่ปารย์ไปโรงเรียนโดยไม่มีขวดนม และโดยไม่ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ก็ปารย์โตแล้วนี่ครับ...
พ่อเขากังวลว่าปารย์จะฉี่ในรถ แม่เลยเตรียมขวดติดรถไปด้วย เด็กชายเนี่ยน่าจะเลิกผ้าอ้อมสำเร็จได้ง่ายกว่าเด็กหญิงนะ อิ อิ ..ก่อนไปโรงเรียนทุกวันปารย์มักจะแว่บไปเล่นที่บ้านป้าแต๋มก่อนเสมอ พอแม่เดินไปรับขึ้นรถป้าแต๋มบอกปารย์เป็นอะไรไม่รู้ไปยืนแอบอยู่ข้างตู้ปลา อิอิ เท่านี้แม่ก็พอจะเดาได้ พอเดินไปใกล้ก็ชัดเลย ปารย์บอกว่าอึแล้ว อึแล้ว แม่เลยต้องพากลับบ้าน แหะ ๆ คิดว่าปารย์ทำเละเทะกางเกงนักเรียนหละซิ ผิดครับ!!! ปารย์อั้นไว้ได้กลับไปถอดกางเกงอึที่บ้าน สบายใจแม่จริงๆ วันนี้คงไม่ต้องใช้กางเกงนักเรียนสำรองที่เตรียมไป
แต่ที่กังวลมากกว่าคือเรื่องขวดนมต่างหาก ไม่รู้จะงอแงไหม ถ้าไม่มีขวดนม ก็ได้แต่บอกคุณครูว่าถ้างอแงมากคุณครูเขียนบอกแม่มาในสมุดบันทึกด้วย พรุ่งนี้แม่จะได้เตรียมขวดนมไปให้ ลุ้นจัง

Thursday, May 25, 2006

ภาษากาย ภาษาพูด...


ตอนนี้ ปารย์ พูดเก่งขึ้นมากแล้ว จากเมื่อก่อนมีแต่คำว่า ไม่ ไม่ ไม่เอา ไม่กิน ไม่ไปซะทุกอย่าง และส่วนใหญ่ก็สื่อสารโดยใช้ภาษากายเป็นหลัก
เมื่อวานได้ยินอีกไม่หนึ่งออกมาจากปากปารย์ “ไม่ให้กลับ” แม่ได้ยินตอนที่ปารย์มัวแต่ห่วงดูไดโนเสาร์ที่บ้านเด็ก จนไม่ยอมกลับบ้าน แม่ก็เลยขู่ว่างั้นแม่พาพี่ปอล (เพื่อนปารย์ที่บานเด็ก) กลับก่อนนะ ปารย์ก็เลยตะโกนว่า “ไม่ให้กลับ” ออกมา ตอนเย็นไปเล่นกับพี่แพท พี่พั๊น สักพัก พี่ฝ้ายก็มาชวน แพท และพั๊น ไปเล่น เจ้าปารย์ก็รีบวิ่งตามไปพร้อมพูดว่า “เล่นด้วย” เหอะ ๆ คำพูดหลายคำของปารย์ พ่อ กับแม่ไม่เคยสอน แต่ปารย์มักพูดออกมาได้ตรงกับสถานการณ์
ปารย์นี่คงมีวิธีหัดพูดที่แม่เองยังงงๆอยู่ ว่าจะช่วยปารย์ฝึกพูกยังไง ให้พูดตามก็ไม่ค่อยพูด แม่ก็คงได้แต่พูดเอง เออ เองกับปารย์ไปเรื่อยๆ และวันหนึ่งเมื่อปารย์อยากจะพูดก็คงพูดออกมาเอง มั้ง...

Tuesday, May 23, 2006

ไปโรงเรียนครับ ไปโรงเรียน

เป็นวันที่สาม แล้วจ้าที่ ลูกปารย์ของแม่ไปโรงเรียน และก็หลังจากไป summer มาสองอาทิตย์ แล้วด้วย ปารย์ก็ยังไม่ชินกับการไปโรงเรียนซะที ยังคงร้องกอดพ่อ ไม่ยอมไปกับคุณครู เอ!! ครูเย็นกับครูณี ของหนู เขาดุหนูหรือเปล่านะ แต่เท่าที่แม่สังเกตก็รู้สึกว่าครูเขาเป็นคนรักเด็กดีอะ พอหนูร้องไห้แม่ก็เลยมีเวลาคุยกับครูไม่มาก ยิ่งอยู่ให้เห็นหน้านานหนูก็ยิ่งร้อง

เมื่อวานครูแอบบอกว่า ร้องอ้อนแม่อะค่ะ พอพ่อกับแม่ไปก็เห็นเล่นกับเพื่อนดี ไม่มีปัญหาอะไรวันหลังคงต้องหาโอกาสไปแอบดูมั่งหละมั้ง

วันนี้ปารย์จะได้ว่ายน้ำด้วย คุณครูเย็นเขียนใส่สมุดบันทึกเมื่อวานว่าให้เตรียมชุดว่ายน้ำมาให้ปารย์ด้วย น่าสนุกจัง แต่ปรกติปารย์เล่นน้ำกับพ่อแม่ทีไร ก็เกาะพ่อกับแม่แจเลยเหมือนกัน แล้ววันนี้หละจะเกาะใครเนี่ย อยากให้ปารย์เล่าให้แม่ฟังบ้างจังว่าไปโรงเรียนทำอะไรมาบ้าง ปารย์เล่นไม่ยอมบอกพ่อกับแม่เลย อมพะนำทุกวัน อยากรู้ อะ อยากรู้

?? ทำไมวันนี้ใส่รูปไม่ได้ซะหละ

Friday, May 19, 2006

เที่ยวระยอง อีกแล้วครับท่าน

แม่กับบรรดา เพื่อนร่วมก๊วนลูกอ่อนเนี่ย เอะอะ อะไรก็ไปเที่ยวระยองซะเรื่อยเลย เฮะๆ ก็มันสะดวกดีหนะ เดินทางไปก็ง่าย แถมมีบ้านพักแสนสบายของเพื่อนสำรวยให้พักฟรีๆด้วย ใครหละจะปฏิเสธ ขนาดแม่ตอนนี้กระเป๋าแฟ้บ อยู่ยังดันทุรังไปจนได้เลย

ตามแผนเนี่ยจะมี 4 ครอบครัวแหนะ แต่แม่มดของเจ้าเมืองปายคงจะแพ้ท้องมากเลยต้องขอบายงานนี้ ก็เลยเหลือแต่ครอบครัวพี่ปิ๊งๆ ครอบครัวเจ้าขนุน และแน่นอนครอบครัวเรา…

ต่างครอบครัวก็เดินทางไประยองโดยมีเป้าหมายเป็นบ้านอาสำรวย แบบถือฤกษ์สะดวกจริงๆ ใครใคร่ไปก่อนไป ใครใคร่ตามไปทีหลังก็ไม่ว่ากัน ก็ลูกอ่อนกันทั้งนั้นจะให้เร่งกันได้ไง

เราเริ่มกันด้วยกิจกรรมเที่ยวสวนผลไม้สวนสุภัทรา ที่เจ้าขนุนบอกว่าเป็นสวนอาหยอย (โหอาหยอยนี่มีที่เยอะ จังหนิ)เด็กๆ ก็สนุกไปคนละแบบ เจ้าขนุนนี่สนุกกับการหม่ำผลไม่ทุกประเภท พี่ปิ๊งๆ สนุกกับการดูผลไม้ ดูต้นไม้ โดยเฉพาะที่มันใหญ่มาก มาก ส่วนเจ้าปารย์สนุกกับการวิ่งไล่ตามไก่ ส่วนบรรดาพ่อแม่ก็สนุกกับการกิน ถ่ายรูป คงจะมีแต่แม่เปิ้ลที่สนุกกับการคิดเลขว่าเจ้าของสวนจะได้กำไรเทาไหร่นะ กับค่าเข้า 150 บาท ทำธุรกิจนี้จะดีไหมนะ….

ที่ขาดไม่ได้ก็เป็นการเล่นน้ำทะเล คราวนี้พี่ปิ๊งๆ ไม่กลัวทะเลแล้ว เฮ้ เฮ้… ก็ไม่ต้องไปไหนไกล หาดแม่รำพึงเจ้าเก่านี่แหละ

เวลาส่วนใหญ่ของพวกเรา ก็หมดไปกับการกิน นอน วิ่งเล่น แค่นี้ก็สุขที่ซูด… พอพวกเราอยู่รวมกันในบ้านอารวยนะ ดูบ้านอารวยแน่นไปเลย แต่แม่ว่าก็สนุกดีเหมือนกันนะ มันดูวุ่นวายไปหมด เนี่ยพอพวกเรากลับบ้านอารวยคงเหงาหูพิลึก

ขากลับ ครอบครัวเรา กับเจ้าขนุนแวะเขาเขียวกัน เขียวดีจริงๆนะเขานี่แถมด้วยฝนชุ่มช่ำอีกตะหาก แม่กับปารย์เที่ยวกันจนป่วยเลย อิอิ ปารย์เลยอดไปโรงเรียนเลย คงต้องรอให้หายซะก่อนค่อยไป ก็ตอนนี้เชื้อโรคอะไรๆ มันเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะเจ้าแบคทีเรีย Streptococcus ที่กำลังดังเพราะดันไปเกิดกับคนดังอย่าง นก ฉัตรชัย นี่นะ

Monday, April 24, 2006

สัปดาห์แรก โรงเรียนปานตะวัน!!

หลังจากวันแรกผ่านไปด้วยดี (แม่นะดี ปารย์ไม่รู้ดีด้วยหรือเปล่า) เป็นหน้าที่ของพ่อ ที่พาลูกปารย์ไปส่งโรงเรียน
วันแรก เราไปถึงกันแต่เช้า เพราะพ่อยังกะไม่ถูกว่าต้องขับรถ สักกี่นาที ลูกปารย์ไปโรงเรียนคนแรกเลย เริ่มด้วยการเล่น สารพัดของเล่นที่ลานของเล่นกลางแจ้ง (มันน่าจะมีป้ายบอกหน่อยนะ สนามเด็กเล่นชินวัตร อะไรทำนองนั้น) แต่พอถึงเวลาที่ต้องเข้าห้องสัปรด ปารย์ก็เริ่มเล่นบทพระยาโศก แถมกอดรัดอยู่กับพ่อ ไม่ยอมไปหาคุณครูณี ร้องไห้ไป 1 ยก

วันต่อมาเป็นวันหยุด ตื่นสายกันตามสบาย พ่อลูก นอนกันอืด ตกเย็นเพราะความที่ปารย์ไม่ยอมนอนกลางวัน เลยสร้างวีรกรรมหลับคาอานจักรยาน ซึ่งนั่งซ้อนพ่อออกไปเที่ยวกันหน้าหมู่บ้าน กว่าพ่อจะเข็นจักรยานพร้อมกับอุ้มปารย์ที่หลับอยู่ถึงบ้านได้ มันแย่จริงๆนะ

วันที่สามของปานตะวันสำหรับปารย์ ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างเลวร้ายลง ความที่นอนดึก พ่อจึงต้องปลุกปารย์ไปอาบน้ำ ด้วยอาการหงุดหงิดเอามากๆ เอาน่าวันศุกร์แล้ว วันพรุ่งนี้ก็ไปเที่ยวบ้านยายแล้ว พ่อบอกปารย์ (นึกในใจ ปารย์จะรู้ไหม๊นะ)
แค่พ่อเลี้ยวรถเข้าประตูโรงเรียน ปารย์ก็จำได้ เริ่มโวยวาย ไม่เอา ไม่เอา ชี้ไปที่ประตูโรงเรียน ยิ่งพ่อลงจากรถ ปารย์พยายามบังคับพ่อให้นั่งประจำที่คนขับ ทั้งน้ำตาและเสียงโวยวาย หนีลนลานไปอีกด้านของรถ น่าสงสารซะจริงๆ อดคิดไม่ได้ว่าคุณครูทำอะไรปารย์นะ จึงได้ไม่ถูกใจเอาขนาดนี้ แต่นั่นแหละพ่อก็จำใจส่งปารย์ ให้คุณครูวรรณอุ้มไปห้องเรียน ทั้งน้ำตาทั้งเสียงโวยวาย แย่จริงๆเลย พ่อขับรถออกไปด้วยความเครียด....

Saturday, April 22, 2006

17 เมษายน 2549

เปล่าไม่ได้มีความสำคัญทางการเมือง อะไรกับประเทศไทย แต่เป็นวันที่ชีวิตน้องปารย์ ก้าวไปอีกก้าว ด้วยน้ำตา และเสียงหวีดร้อง (ประชาธิปไตย ไม่เคยได้มาด้วยการ เจรจา อย่างสันติ ใครกล่าวไว้ ทำไม!)

ไม่ใช่! ไม่ใช่การเมือง เอ๊ะ พูดไม่ฟัง!! แต่เป็นวันแรกที่น้องปารย์ ต้องย้ายการใช้ชีวิตประจำวันจาก บ้านเด็ก อันอบอุ่น (พ่อว่าบางวัน มันค่อนไปทางร้อนนะ) ไปสู่โลกกว้างที่โรงเรียนอนุบาลปานตะวัน (แต่มันก็ยังมีรั้วอยู่ดี อย่าแปลกใจไปเลย ประเทศจีนมันยังมีกำแพงเลย ลูก!!) วันแรกลูกปารย์ ใช้ชีวิตในโรงเรียน ย้ำโรงเรียน โดยมีแม่เปิ้ล คอยเป็นกำลังใจ อยู่ห่างๆ จากคำบอกเล่าของผู้เป็นแม่...

(ต้องอ่านดัดเสียงนิดนึงนะ) เออเดี๊ยนว่า... ไม่แม่ไม่เคยพูดคำนี้ แม่เล่าว่าลูกปารย์ ออกอาการงง!พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการเข้าแถวฟังเพลงชาติ คือต้องเข้าใจ ครั้งแรกของชีวิต แต่เป็นเพลงชาติไทย ประสานกับเสียงสะอื้นไห้ ของเพื่อนร่วมชั้น ปารย์เข้าใจ ว่าต้องประสานเสียงเพื่อความไพเราะ แต่ทำไมต้องแสดงกันจริงจัง มีน้ำตากันเห็นๆ ขนาดนั้น สวดมนต์ ออกกำลังกาย หน้าเสาธง (มันยังมีอยู่อีกหรือ พ่อนึกว่า มติ ครม. อนุมัติให้ยกเลิกไปนานแล้ว) เพื่อนร่วมห้องยังประสานเสียงเหมือนเดิม จนเข้าห้องสัปรด อ้อ แม่บอกว่าปารย์เรียนอยู่ห้องสัปรด (ครูคงเข้าใจ ว่าเด็กทุกคน อยากลองเรียนห้องสัปรดดูสักที เลยจัดให้ตั้งแต่ปีแรก จะได้ลองห้องอื่นๆ ต่อไป) ลูกปารย์เห็นคุณครูนี นำเพื่อนร่วมห้อง ทำโน้น ทำนี่ โต๊ะครูว่างอยู่นิ ปารย์เลยขอยึดเป็นทำเล สังเกตการณ์ อยู่ตรงนี้แหละ แม่เล่าต่อว่า ปารย์ได้กินก๋วยจั๊บ ที่อร่อยที่สุดในชีวิต (ดูจากปริมาณที่กินเข้าไป หรือหิวจน อะไรก็ได้มั๊ง... หลังมื้อเที่ยง คุณครูก็จัดให้ เพื่อนร่วมห้อง อ้าว!ปารย์ด้วยเหรอ นอน น้องปารย์ มานอน....

วันแรกแม่นั่งรถตู้กับปารย์ กลับไปรอพ่อที่บ้านเด็กด้วย วันนี้สนุกจริงๆ เลย แม่ว่า.....อ้าว

วันต่อมาถึงเวรพ่อไปส่ง แม่ติดภารกิจทัวร์ต่างประเทศ.....แล้วจะมาเล่าให้อ่านกันนะ

Wednesday, March 29, 2006

ตักแม่

เมื่อเช้าจู่ๆ ปารย์ก็คลานมานอนตักแม่ ตอนแม่รีดผ้า เออ! รู้สึกมีความสุขแบบอิ่มใจดีจัง ถือเป็นความสุขเล็กๆของคนมีลูก (แอบคิดว่า ถ้าปารย์โตแล้วยังกลับมาหนุนตักแม่บ้างคงจะดี)

ลุย Dino Park



พาเจ้าปารย์ ไปลุยสวนไดโน มา แหม! อันที่จริงแม่อยากเรียกว่าสวนกินตังก์มากกว่านะ แต่ก็เพื่อให้ปารย์ได้มีโอกาสเห็นอะไรๆ ที่มันแตกต่างไปจากชีวิตประจำวัน ก็คุ้มแหละ ที่เห็นว่าประสบความสำเร็จในการพาไปบ้างก็ตรงที่ปารย์เรียกเจ้ายักษ์ทั้งหลายที่ขยับไปมาว่าไดโนเสาร์( อันที่จริงเรียก .. เสาๆ ต่างหาก) แทนที่จะเรียกสัตว์ที่เดินสี่เท้าว่าหมาๆไปซะทั้งหมด

งานนี้คนที่สนุกที่สุดน่าจะเป็นพี่กาญจน์นะเพราะวิ่งไปมาซะทั่วงาน แม้จะกลัวๆเจ้ายักษ์เหล่านั้นอยู่บ้าง ขนาดให้ถ่ายรูปกับไดโนเสาร์ยังหันรีหันขวางตลอด คงกลัวเจ้ายักษ์งาบเอาเหมือนอย่างในหนัง แม่นะอยากจะบอกพี่กาญจน์ว่า เจ้านั่นหนะไม่กินเด็กหรอก กินแต่ตังก์

คนที่รับบทหนักที่สุดงานนี้มีสองคนคือตายุทธ์ กับยายหญิงของปารย์ เพราะต้องผลัดกันอุ้มเจ้าปารย์ที่ทำเป็นเดินไม่เป็น ส่วนแม่หนะรอดตัวเพราะเวลาปารย์อยู่กับยาย ปารย์ก็ไม่สนใจแม่อยู่แล้ว

Wednesday, February 15, 2006

ลุยป่าครั้งแรก ที่แก่งกระจาน


แม่ไปทำงานที่กัมพูชามา 1 อาทิตย์ ลูกปารย์เลยต้องอยู่บ้านกับพ่อ 2 คนอีกแล้ว น่าสงสารจัง ช่วงนี้พ่อเขางานยุ่งเลยต้องรอแม่มาแปะรูปให้

ลูกปารย์ขมักเขม้น กับการช่วยแม่ทำกับข้าว มาก ๆ โดยเฉพาะขั้นตอนจุดไฟนะ หาทางเอาเจ้าก้านไม้หัวสีแดงมาวางบนเตาแก๊สแม่ แต่คงอยากจะถามนะว่าทำไมมันไม่มีไฟขึ้นมาเหมือนแม่ทำหงะ

มาถึงปุ๊บเราก็เตรียมอาหารปั๊บ แม่บอกท้องอิ่มไว้ก่อน

กำลังตั้งใจ ช่วยกางเตนท์อย่างเต็มกำลัง น้อยๆ ที่ลานผีเสื้อ

อันนี้เต้นท์ผม มุดเข้ามุดออกสนุกมมักๆๆ


ต้องถ่ายรูปกับป้าย ก่อนเดินป่าซะหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าผมโม้


อิ อิ ใครทำอย่างผมได้บ้าง เดินป่าโดยเท้าไม่ติดพื้น


ที่นี่ พะเนินทุ่ง เพื่อนแม่บอกว่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เขาใช้เวลาเกือบ 2 วันจากลานผีเสื้อ กว่าจะเดินขึ้นมาชมทะเลหมอกที่นี่ แต่พวกเราใช้เวลา ชั่วโมงกว่าๆ เองอะ ว่าแต่ไหนหละแม่ ทะเลหมอก ผมเห็นแต่พื้น

Tuesday, February 07, 2006

แก่งกระจาน!!!

วันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา ครอบครัวเรา (แน่นอน มีผมด้วย พ่อ แม่ ยาย และน้าปุ๊ก) ย้ายที่นอนไปนอนเต็นที่อุณทยาน แก่งกระจาน เพชรบุรี นั่งรถ ตุเลง ตุเลง กันไป ดูเหมือนแม่ ถ่ายรูปไว้เยอะ รอแกกลับมาจาก กัมพูชาก่อน เราค่อยมาดูกัน

เป็นครั้งแรก ที่ผมได้โอกาสนอนเต็น ตื่นเต้น ระคน ระทึก กว่าจะหลับกันได้ เดินเข้า เดินออก กันหลายรอบ สุดท้าย หลับไปเมื่อไร ไม่รู้!!!
มีเรื่องราวมากมาย ผมยังไม่มีเวลาเล่า เดี๊ยวเรียบเรียงเรื่องราวหน่อย เพราะรู้ตัวอีกที ก็มานอนอยู่ที่บ้าน ร้องไห้แทบแย่

Monday, January 23, 2006

ลอยคอ !!!


กิจกรรม ลอยตามน้ำ เป็นอีกกิจกรรมที่เราสามแม่ลูก ถือว่าเป็น Highligh ของการไปเที่ยวกาญจนบุรี ก่อนลงแม่ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะกลัวลูกปารย์จะหลุดมือพลัดไปตามน้ำ แต่พ่อเขาบอกว่าปารย์จะได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ เลยตกลง แล้วก็สนุกจริงๆอะนะ ปารย์ก็สนุกแม้ว่าตอนแรกจะทำหน้าตื่นๆ แต่พอเริ่มคุ้นก็เอาขาตีน้ำใหญ่ แม่มาลุ้นก็ตอนต้องลากปารย์ต้านน้ำมาขึ้นแพนี่แหละ (ภาพนี้ได้มาจากเพื่อนของพ่อลูกปารย์)

Wednesday, January 18, 2006

ควันหลงวันเกิด ลูกปารย์


พี่กานต์ ให้การ์ดวันเกิดน้องปาร์ยอันนี้มาตั้งแต่ วันที่ 27 พย. แล้ว แต่แม่เก็บดีเกินไปจนนึกว่าหายไปแล้ว พอหาเจอเลยต้องรีบเอามา scan ไว้ก่อน

เป็นการ์ด 3 มิติด้วยนะ แม่ว่าใบหน้าที่ใหญ่ที่สุดหนะ น่าจะเป็นพี่กานต์นะ เพราะหูกางหนะเหมือนเลย ส่วนเด็กถือดาบ พี่กานต์ยืนยันว่าเป็นลูกปารย์ เจ้าหมากับหมีในภาพพี่กานต์ก้ไม่รู้จะอธิบายความหมายยังไงเหมือนกัน แม่เดาเอาว่าน่าจะวาดเพิ่มเติมเข้ามาเพื่อให้ภาพมีองค์ประกอบมากขึ้น

ปาร์ยชอบหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่แม่ชอบการ์ดใบนี้จัง

Tuesday, January 17, 2006

ที่น้ำตก เอราวัญ

ชั้น สองของน้ำตกเอราวัญ มีปลาเยอะสมชื่อ"วังมัจฉา"

ปารย์สนใจป้ายอันนี้มาก อ่านออกเสียงดังอยู่นาน (แต่ความสามารถของแม่น้อยเกินกว่าจะเข้าใจ) ดีใจมากที่ลูกสนใจอ่าน ขยันอ่านเข้าไว้ลูก "ปารย์" แปลว่าผู้รู้นี่นะ ถ้าไม่อ่านจะรู้ได้ไง..