หลังจากปารย์ต้องทดสอบความรู้ ความสามารถ กันครบ 3 วัน (เตรียมอนุบาล เนี้ยะนะ) วันศุกร์ โรงเรียนก็จัดเลี้ยงรับวันปิดเทอมกัน โดยแม่ปารย์ลงแรง จัดการกับสมเช้ง ให้ดูสวยงาม น่ากิน เพื่อปารย์จะได้เอาไปร่วมงานเลี้ยงส่ง ตกเย็นปารย์เอาขนมอะไรไม่รู้มาแบ่งพ่อ เยอะแยะไปหมด แม่บอกว่าเป็นของจากงานเลี้ยง (มีตุนกลับมาเผื่อพ่อ ตั้งแต่เตรียมอนุบาลเลย)ช่วงปิดเทอม แม่ต้องไปทำงาน ออกเรือที่ทะเลซูลู (ไม่รู้จะรอดเจ้าพายุช้างสาร ไม่น๊อ) พ่อกับแม่ ปรึกษากันไม่ลงตัวซะที ว่าปารย์ควรจะทำกิจกรรมอะไร ช่วงปิดเทอม ทางเลือกก็คือ เข้าร่วมกิจกรรม October fun clamp ที่โรงเรียนจัด แพง! อีกทางก็คือให้บ้านไปนั่งเล่น นอนเล่น กินเล่น และเล่นกับเพื่อนที่บ้านเด็ก อันนี้ดี คือถูกดี แต่ปารย์คงเอาแต่ใจน่าดูชม ตอนกลับไปเข้าโรงเรียน ก่อนวันสุดท้าย น้าปุ๋ยก็เสนอทางเลือกให้อีก โดยให้ปารย์ไปอยู่บ้านยาย ที่บางพลัด แรกๆก็ดูไม่น่าเป็นที่สนใจ เท่าไรเพราะกลัวปารย์จะไป ก่อกวน จนญาติๆ จะอยู่กันไม่สุข แต่เมื่อปรึกษา ถก บรรยาย อภิปราย กันอยู่ สองคนคือ พ่อกับแม่ เพราะปารย์ไม่สนใจ สรุปได้ความว่า ปารย์จะย้ายบ้านชั่วคราว 2 สัปดาห์ไปอยู่กลับน้าปุ๋ย น้าปุ๊ก น้าเอ๋ ยาย และอีกหลายคน (มั๊ง) เพื่อให้พ่อใช้ชีวิตนักศึกษา โสด เต็มรูปแบบ (จำเป็นไหม๊ ยิ้มกรุ้มกริ่มเล็กน้อย แต่พองาม มาก) พ่อเลยจำใจ รีบพาปารย์ไปตั้งแต่วันเสาร์เลย (โทษทีวันแรกของช่วงปิดเทอมเลย ด้วยความอาลัยมาก) หลังจาก เราไปส่งแม่ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ (แม่ปารย์ อินเทรน มาก อยากไปรอกระเป๋า ที่ล่าช้า เพื่อว่าจะมีน้องทหารช่วยขน)
พ่อวางแผนว่าจะ หาไมค์ ไปคุยกับปารย์ช่วงกลางวัน โดย Skype ทุกวันเอานะปารย์นะ
ผมชื่อ ปารย์ ละอองมณี ลูกนายวิโรจน์ กับ นางเพ็ญจันทร์ เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2546 ปารย์ แปลว่าผู้มีความสามารถ สามารถทำอะไรที่คนอื่นคาดไม่ถึงครับ!!!
Saturday, September 30, 2006
ปิดเทอม!!
Thursday, September 28, 2006
ปารย์กลับมาแล้ว!!!
หลังจากที่ปารย์ไม่สบาย มีไข้ เพราะ ไอติมอักเสบ!! คือรับไอติมเกินที่ ทอนซิลจะทนได้ ก็เลยอักเสบ ร่วมเวลาก็กว่า 1 สัปดาห์ พ่อกับแม่ก็ต้องประคบประหงม กันตามระเบียบปฏิบัติ
หลังจากไข้ และอาการอื่นๆ หายไป ก็เหลือแต่อาการข้างเคียง คือเอาแต่ใจ ประเภทหมอห้ามขัดใจ คืนก่อน พ่อกับแม่ เลยปล่อยให้ปารย์ เต้นแร็บประกอบคำร้อง ของตัวเองอยู่นานมาก โดยสาเหตุ ก็แค่ต้องการให้พ่ออุ้มไปข้างนอก ง่วงเกินเหตุ จนหลงประเด็น ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร สุดท้ายพ่อทนไม่ไหวต้องโอ๋ กันอีก พ่อถึงกับเครียดอยู่นาน แต่หลังจากวันนั้น อาการข้างเคียงก็ค่อยๆ หายไป จนปารย์คนที่น่ารัก คนเดิมกลับมา พ่อดีใจจัง!!
Monday, September 18, 2006
ดูวัว + ขี่ม้า ตามประสาเด็กๆ
ก๊วนประมงของแม่ได้ฤกษ์พาเด็กไปเที่ยวกัน เป้าหมายแรกคือไปขี่ม้าที่ค่ายอดิศร แต่ต้องผิดหวังเล็กน้อยเพราะพอไปถึงเจ้าหน้าที่บอกว่าหมดเวลาแล้วครับ ถ้าจะขี่ม้าต้องมาจองม้าตั้งแต่ 07:30 ฮึฮึ ตอนนั้นเราเพิ่งออกจากบ้านกันเอง พวกเราเลยทำได้แค่พาเด็กไปดูเขาอาบน้ำม้า และดูม้าในคอก อย่างใกล้ชิด
เป้าหมายต่อไป ฟาร์มโชคชัย ละกัน ด้วยว่าเราไปกันวันอาทิตย์คนไปเที่ยวฟาร์มกันเยอะแยะไปหมด เราได้ตั๋วของรอบบ่ายสาม แหนะเลยละเลียดกินกลางวันกันที่ร้านเดรี่ควีนส์ ปากทางเข้าเขาใหญ่
ท่ามกลางสายฝนอ่อยๆ ก๊วนเราเริ่มต้นด้วยการฟังประวัติศาสตร์ฟารม์โชคชัย ต่อด้วยรีดนมวัว อาเจี้ยงพ่ออน้องหนุน เป็นอาสาสมัครเข้าไปรีดนมวัวด้วยวิธีโบราณด้วย สงสารวัวจัง

ต่อด้วยแนะนำการทำไอศครีม อึม !!! มิ้ว ให้ลองชิมนิดหนึง อร่อยดี แล้วก็ไปดูโชว์คาวบอยกัน ในบริเวณนี้มีบริการนั่งรถมา และขี่ม้าสำหรับผู้ใหญ่ด้วย แม่จ่ายไป 100 บาท ให้ปารย์ แม่ ยาย และ พ่อ นั่งรถม้ารอบเล็กๆ 1 รอบ ดูปารย์สนุกสนานมาก ถ้าไม่สนุกแม่เสียดายแย่ ตั้งร้อยหนึง


ส่วนอาโย่งได้ขี่ม้าร้อบเล็กๆอีกเหมือนกัน ไป 1 รอบ (40 บาท) อาโย่งขี่ม้านี่เล่นเอาน้องหนุนน้ำตาไหลพราก เพราะอยากขี่บ้าง และอาเปิ้ลน้ำลายไหลย้อย เพราะอดขี่ เนื่องจากพี่ปิ๊งๆ ไม่อนุญาต พี่ปิ๊ง กลัวแม่ตกม้าอะค่ะ สงสารอาเปิ้ลจังอุตส่าห์เป็นคนชวนมา trip นี้เพราะอยากขี่ม้า แต่เพื่อลูกแม่ยอมได้...
แวะดูการแสดงการฝึกสุนัขของฟาร์มพักหนึ่ง อันที่จริงระหว่างทางเจ้าหน้าที่ของฟาร์มก็ชี้ชวนดูโน่นนี่ในฟาร์มตั้งเยอะแต่จำได้ไม่หมด มันกว้างจัง
ถัดมาเป็นส่วนสวนสัตว์เด็ก และขี่ม้าสำหรับเด็ก ครานี้เป็นทีของน้องหนุน เพราะเธอขอขี่ม้ามาตั้งแต่ตอนอยู่บ้าน เลยขี่ซะสมใจอยาก คาดว่ามากกว่า 10 รอบ ก็รอบละไม่เท่าไร 30 บาทเอง พ่อแม่กระเป๋าเบาไปเลย ลูกปารย์ขี่ไป 1 รอบ ดูก็ชอบอยู่นะ แต่ก็เกร็งๆ เล็กน้อยเวลาอยู่บนหลังม้า ปารย์อาจจะสนุกกับการให้นมลูกวัว และให้อาหารสัตว์ในสวนสัตว์เด็กมากกว่า ที่ยอมขี่ม้านี่ก็มาจากการผลักดันของยายหนะแหละ


ปิดท้ายด้วยการแสดงความสามารถของสัตว์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสุนัข สนุกดีเหมือนกัน ดูแล้วก็คุ้มกับค่าเข้า 250 บาทอยู่หรอก ปารย์ก็ได้ประสบการณ์ตรงตั้งหลายอย่างด้วย
เป้าหมายต่อไป ฟาร์มโชคชัย ละกัน ด้วยว่าเราไปกันวันอาทิตย์คนไปเที่ยวฟาร์มกันเยอะแยะไปหมด เราได้ตั๋วของรอบบ่ายสาม แหนะเลยละเลียดกินกลางวันกันที่ร้านเดรี่ควีนส์ ปากทางเข้าเขาใหญ่
ท่ามกลางสายฝนอ่อยๆ ก๊วนเราเริ่มต้นด้วยการฟังประวัติศาสตร์ฟารม์โชคชัย ต่อด้วยรีดนมวัว อาเจี้ยงพ่ออน้องหนุน เป็นอาสาสมัครเข้าไปรีดนมวัวด้วยวิธีโบราณด้วย สงสารวัวจัง

ต่อด้วยแนะนำการทำไอศครีม อึม !!! มิ้ว ให้ลองชิมนิดหนึง อร่อยดี แล้วก็ไปดูโชว์คาวบอยกัน ในบริเวณนี้มีบริการนั่งรถมา และขี่ม้าสำหรับผู้ใหญ่ด้วย แม่จ่ายไป 100 บาท ให้ปารย์ แม่ ยาย และ พ่อ นั่งรถม้ารอบเล็กๆ 1 รอบ ดูปารย์สนุกสนานมาก ถ้าไม่สนุกแม่เสียดายแย่ ตั้งร้อยหนึง


ส่วนอาโย่งได้ขี่ม้าร้อบเล็กๆอีกเหมือนกัน ไป 1 รอบ (40 บาท) อาโย่งขี่ม้านี่เล่นเอาน้องหนุนน้ำตาไหลพราก เพราะอยากขี่บ้าง และอาเปิ้ลน้ำลายไหลย้อย เพราะอดขี่ เนื่องจากพี่ปิ๊งๆ ไม่อนุญาต พี่ปิ๊ง กลัวแม่ตกม้าอะค่ะ สงสารอาเปิ้ลจังอุตส่าห์เป็นคนชวนมา trip นี้เพราะอยากขี่ม้า แต่เพื่อลูกแม่ยอมได้...
แวะดูการแสดงการฝึกสุนัขของฟาร์มพักหนึ่ง อันที่จริงระหว่างทางเจ้าหน้าที่ของฟาร์มก็ชี้ชวนดูโน่นนี่ในฟาร์มตั้งเยอะแต่จำได้ไม่หมด มันกว้างจัง
ถัดมาเป็นส่วนสวนสัตว์เด็ก และขี่ม้าสำหรับเด็ก ครานี้เป็นทีของน้องหนุน เพราะเธอขอขี่ม้ามาตั้งแต่ตอนอยู่บ้าน เลยขี่ซะสมใจอยาก คาดว่ามากกว่า 10 รอบ ก็รอบละไม่เท่าไร 30 บาทเอง พ่อแม่กระเป๋าเบาไปเลย ลูกปารย์ขี่ไป 1 รอบ ดูก็ชอบอยู่นะ แต่ก็เกร็งๆ เล็กน้อยเวลาอยู่บนหลังม้า ปารย์อาจจะสนุกกับการให้นมลูกวัว และให้อาหารสัตว์ในสวนสัตว์เด็กมากกว่า ที่ยอมขี่ม้านี่ก็มาจากการผลักดันของยายหนะแหละ


ปิดท้ายด้วยการแสดงความสามารถของสัตว์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสุนัข สนุกดีเหมือนกัน ดูแล้วก็คุ้มกับค่าเข้า 250 บาทอยู่หรอก ปารย์ก็ได้ประสบการณ์ตรงตั้งหลายอย่างด้วย
Wednesday, September 13, 2006
รองเท้าเป็ด
อาทิตย์ที่แล้วไปเดินหาซื้อหมวกจักรยานที่เซ็นทรัลให้พ่อปารย์กัน แต่บังเอิญเดินผ่านส่วนขายรองเท้าเด็ก และกำลังลดราคาอยู่ เลยตัดสินใจอนุญาติให้ปารย์เลือก รองเท้าเอง 1 คู่ แต่พอปารย์เลือกแม่ถึงกับหงายหลัง ไม่ใช่ว่าเพราะราคาหรอกนะ แต่มันเป็นรองเท้าส้นสูงสีชมพูอะ ปารย์คงยังไม่เข้าใจว่าทำไมแม่กับพ่อถึงได้หัวเราะกันขนาดนั้น และคงยังไม่รู้ว่า สีบางสี และของบางอย่างเหมาะถูกคิดขึ้นมาให้เหมาะกับเฉพาะเพศ เฉพาะบุคคล แม่ค่อยๆสอนไปละกันนะ
สุดท้ายหวานล้อมกันอยู่นาน ปารย์ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นรองเท้า สีแดง+น้ำเงิน ที่สามารถใส่ได้ทั้งสองเพศ เออ!! ค่อยยังชั่ว ปารย์เรียกรองเท้าคู่นี้ว่ารองเท้าเป็ด (มีรูปเป็ดอยู่กลางหลังเท้า)
ตั้งแต่ได้รองเท้าเป็ดมาเลยลืมไปเลยว่าไปโรงเรียนต้องใส่รองเท้านักเรียน จะใส่แต่รองเท้าเป็ดเท่านั้นคู่อื่นไม่ยอมใส่ ตอนนี้ปารย์ใส่รองเท่าเป็ดได้คล่องมากทั้งใส่ทั้งถอด ไม่ต้องให้แม่ช่วยเลย
สุดท้ายหวานล้อมกันอยู่นาน ปารย์ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นรองเท้า สีแดง+น้ำเงิน ที่สามารถใส่ได้ทั้งสองเพศ เออ!! ค่อยยังชั่ว ปารย์เรียกรองเท้าคู่นี้ว่ารองเท้าเป็ด (มีรูปเป็ดอยู่กลางหลังเท้า)
ตั้งแต่ได้รองเท้าเป็ดมาเลยลืมไปเลยว่าไปโรงเรียนต้องใส่รองเท้านักเรียน จะใส่แต่รองเท้าเป็ดเท่านั้นคู่อื่นไม่ยอมใส่ ตอนนี้ปารย์ใส่รองเท่าเป็ดได้คล่องมากทั้งใส่ทั้งถอด ไม่ต้องให้แม่ช่วยเลย
Friday, September 01, 2006
บ้านปารย์ ver 2

หลังจากบ้านปารย์ ver1 ที่สร้างมาตั้งแต่ปารย์เริ่มคลานคล่อง และโดนแก๊งเพื่อนปารย์ในซอยยำซะบอบช้ำ แม่กับปารย์เลยช่วยกันซ่อมแซมบ้านหลังเก่าโดยการเปลี่ยนชิ้นส่วนบางส่วน ชิ้นส่วนนี้แม่ได้อานิสงมาจากการซื้อตู้เย็นใหม่ของ office

บ้าน ver2 นี้ปารย์โตพอจะช่วยแม่ทำได้แล้ว เราเลยสนุกกันใหญ่

อยากเอา รูปบ้าน Ver1 มาแปะไว้ด้วย แต่แม่หาไม่เจอซะที ไม่รู้เอารูปเก่าๆ ไปเก็บไว้ไหน

สำเร็จแบบไม่มีสีสันอีกแล้ว
Monday, August 28, 2006
เที่ยว เที่ยว เที่ยว

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.แม่รวมแก๊ง เพื่อนประมงไปเที่ยวบ้านอาตุ๊กเพื่อนประมงของแม่อีกคน ที่คลองพระรามกัน คงมีเพื่อนประมงน้อยคนที่รู้ว่าตุ๊กอาศัยอยู่ในบ้านเรือนไทย ราคาเรือนหลายล้าน ตั้งอยู่กลางป่าจาก และนากุ้งธรรมชาติ ที่ดูเป็นการเลี้ยงกุ้งแบบยั่งยืนจริงๆ งานนี้นอกจากได้เที่ยวบ้านเรือนไทยของอาตุ๊กแล้ว ยังได้นั่งเรือ (บ้านอาตุ๊กใช้ทางเรือได้อย่างเดียว) และได้เที่ยววัดสาขลาด้วย
ตอนไปบ้านอาตุ๊กนี่ บรรดาแม่ๆต่างก็หวาดเสียวว่าลูกจะวิ่งไปชนกระถางต้นไม้ลายคราม หรือ ถ้วยเบญจรงค์ราคาแพงของเขาบ้างหรือเปล่า ก็มันแพงอะดิ กลัวไม่มีปัญญาใช้เขา และประทับใจมากกับวิถีไทย รวมทั้งการทำบุญเลี้ยงพระแบบปราณีต ที่ทำอาหารทุกอย่างเองแม้กระทั่งขนมหม้อแกง เม็ดขนุน และอากาศเย็นสบายที่บ้านตุ๊ก เสียดายแม่ลืมเอากล้องไป แต่ที่น่าเสียดายกว่าคือกล้องอาเจี้ยง ตกน้ำ ไม่รู้จะกู้กลับมาได้เปล่า
ภาพนี้ลูกปารย์ขี่สิงโตที่วัดสาขลา

ส่วนภาพนี้บรรดาแม่ แม่ พยายามให้สามหน่ออันประกอบด้วย พี่ปิ้ง ปิ้ง น้องขนุน และลูกปารย์ ถ่ายภาพหมู่แบบนั่งเรียงกันเรียบร้อย แต่ได้แค่เนี่ยแหละเรียบร้อยสุดแล้ว


สองภาพหลังนี่ตั้งแต่ 20 ส.ค. พ่อปารย์เอาวิทยานิพนธ์ไปให้อาจารย์ดู แม่กับปารย์ กับยายเลยเป็นผู้ติดตามไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกัน ปารย์สนุกสนานมากกันการดูกุ้ง หอย ปู ปลา และกินเงาะ
Friday, August 25, 2006
วัน นอนไม่หลับ
ตอนเย็นยังเล่นทำกล่องใส่บัตรคำกันอยู่เลย แต่พอจะนอนปารย์เริ่มงอแง และร้องไห้ตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึงตี 1 ปลอบเท่าไรก็ไม่หยุด จะออกนอกห้อง จะออกนอกบ้าน สุดท้ายแม่เลยต้องเดินอุ้มปารย์เดินตากยุงอยู่นอกบ้านจนหลับไป เหนื่อย และง่วงหนะไม่เท่าไรหรอก แต่กลัวปารย์เป็นอะไรไป ร้องซะขนาดนั้น ไม่พูดไม่บอกสักอย่าง เอาแต่ร้อง เล่นเอาแม่เครียด เดาไปต่างๆนานา ถึงสาเหตุ พ่อก็ไม่อยู่ด้วย ไม่คนคอยปรึกษานี่มันแย่จัง วันนี้ปารย์จะเป็นไงบ้างนะ
Tuesday, August 22, 2006
วัน ซึม ซึม
เมื่อวานปารย์ซึมไป ไม่พูดไม่จา นั่งข้างๆแม่ และเดินตามแม่ตลอด ถามปารย์ว่าง่วงไหม ปารย์ไม่พูดอะไรแต่เดินมานอนหนุนตักแม่ นอนเฉยๆ ไม่หลับตา แม่ไม่ค่อยสบายใจเลย ไม่รู้ว่าปารย์เป็นอะไร ตัวก็ไม่ร้อน แต่รู้สึกได้ว่าไม่ปกติ จนกระทั่งพ่อกลับมาปารย์ค่อยร่าเริงขึ้นหน่อย ลุกขึ้นมาช่วยแม่ทำบ้านกล่อง แม่ค่อยสบายใจขึ้น
ปารย์น่ารักมากเวลามีกิจกรรมประดิษฐ์ ด้วยกัน เช่นพอแม่ใช้เทปกาว ปารย์ก็จะส่งกรรไกรให้ สำหรับตัดเมื่อใช้พอแล้ว พอแม่วาดวงกลมลงบนบ้านกล่องปารย์ก็ส่งคัทเตอร์ให้แม่มาเจาะวงกลมนั้น พอแม่เลื่อยท่อนกระดาษ ปารย์ก็จะคอยจับอีกด้านเอาไว้ ทำให้แม่เลื่อยได้ง่ายขึ้น เรียกว่ารู้ใจไปหมดโดยไม่ต้องพูด ปารย์เรียนรู้จากการดูว่าเมื่อแม่ทำอย่างนี้ต่อไปต้องทำอะไร ต้องใช้อะไร น่าจะเรียกว่าเป็นเด็กมีความสามารถในการสังเกตได้ไหมนะ
วันนี้ลืม copy รูปมาไว้วันหน้าค่อยเอารูปบ้านกล่อง ฉบับปรับปรุงมาให้ดูกัน
ปารย์น่ารักมากเวลามีกิจกรรมประดิษฐ์ ด้วยกัน เช่นพอแม่ใช้เทปกาว ปารย์ก็จะส่งกรรไกรให้ สำหรับตัดเมื่อใช้พอแล้ว พอแม่วาดวงกลมลงบนบ้านกล่องปารย์ก็ส่งคัทเตอร์ให้แม่มาเจาะวงกลมนั้น พอแม่เลื่อยท่อนกระดาษ ปารย์ก็จะคอยจับอีกด้านเอาไว้ ทำให้แม่เลื่อยได้ง่ายขึ้น เรียกว่ารู้ใจไปหมดโดยไม่ต้องพูด ปารย์เรียนรู้จากการดูว่าเมื่อแม่ทำอย่างนี้ต่อไปต้องทำอะไร ต้องใช้อะไร น่าจะเรียกว่าเป็นเด็กมีความสามารถในการสังเกตได้ไหมนะ
วันนี้ลืม copy รูปมาไว้วันหน้าค่อยเอารูปบ้านกล่อง ฉบับปรับปรุงมาให้ดูกัน
Tuesday, August 15, 2006
วันแม่ ปี49

ปารย์ กับแม่ได้ขึ้นเวทีด้วยกันในฐานะที่เป็นตัวแทน แม่ลูก ห้องสับปะรด ปารย์กราบแม่ แล้วก็เอาพวงมาลัยดอกมาลิมาให้แม่ด้วย แม่ดีใจจัง หอมปารย์ไปฟอดใหญ่ๆ อะนะก็มันเป็นวันแม่ครั้งแรกที่แม่กับลูกปฏิบัติกันแบบพิธีการจริงๆ (อันนี้ยังไม่มีรูปมาให้ดู น้าปุ๋ยช่วยถ่ายVDO ไว้ให้แต่แม่ยังทำไม่เป็นไม่รู้จะดึงเป็นรูปออกมายังไง) ปารย์ทำอย่างนี้ก็ทำให้แม่นึกยายของปารย์ วันเสาร์เราเลยได้เอาพวงมาลัยดอกมะลิให้ยายปารย์ด้วย ครูเย็นบอกว่าปารย์แสดงฝีมือระบายสีในการ์ดให้แม่เองด้วยนะ

หลังจากกิจกรรมกราบแม่ก็มาถึงกิจกรรมบนเวทีของห้องสับปะรด การแสดงเต้นประกอบเพลง “ใครหนอ” แม่หนะโฆษณาชวนเชื่อน้าปุ๋ยไว้ซะเยอะเลยว่าปารย์เต้นสะบัดเลยตอนเต้นให้แม่ดูที่บ้าน น้าปุ๋ยก็ตั้งใจมากกะจะถ่าน VDO ไว้ให้ น้า ๆ ยาย ตา และ ทวดได้ดูกัน
แต่อะนะ ก็มันง่วงอะแม่ แล้วแม่ก็ดันจูงปารย์ลงจากเวที เอาปารย์มาทิ้งไว้กับเพื่อนๆอีก ปารย์ก็เลยนั่งร้องไห้ เดินร้องไห้ แล้วก็ขึ้นไปยืนร้องไห้บนเวทีร้องไห้ต่ออีก แม่เห็นก็อดสงสารไม่ได้เข้าไปหาปารย์เลยกอดแม่แน่นไม่ยอมเต้นเลย เป็นอันว่างานนี้ไม่มีภาพปารย์เต้นเพลงใครหนอกับเพื่อนๆ น้าปุ๋ยบอกแม่ไม่น่าเดินไปหาเลย อย่างนี้ปารย์ก็เสียความมั่นใจหมด อะนะ แม่มันมือใหม่ ไม่รู้ควรทำไง เอาไว้งานหน้าละกันนะลูก แม่คงได้เห็นการแสดงของปารย์บนเวทีบ้างสักวัน

จบการแสดงของเด็กๆ ครบทุกห้องก็เป็นกิจกรรมผู้ปกครองอาสา แม่ก็อาสาไว้ว่า จะสอนเด็กๆปั้นดินน้ำมันสัตว์ทะเล พ่อบอกวันแม่ปีนี้แม่ปารย์ตื่นเต้นที่สุดในโรงเรียน ก็อาจจะจริง แม่ซ้อมปั้น และเตรียม model ไว้ซะหลายชิ้น แต่เด็กก็คือเด็ก คาดเดายากจัง หลายคนสนใจกิจกรรมดินน้ำมันของแม่ และหลายคนก็สนใจแต่จะทำลาย model ดินน้ำมันของแม่ ปารย์ไม่เคยทำลายตัวสัตว์ที่แม่ปั้นให้เลย แม่เลยอึ้งไปเมื่อเห็นเด็กๆ บี้ประหลาดาว ดึงหนวดหมึกให้ขาด ดึงขาเต่า อือๆ กว่าแม่จะสอนปั้นเสร็จ model ที่แม่เตรียมไปมันก็เละซะแล้ววววว
Tuesday, August 08, 2006
โชว์บ้าน version ใหม่
ช่วงนี้พ่อ เบลอๆ ไม่รู้จะ update อะไรให้ปารย์ดี
ขนาด ปารย์ ขาบวม เป่ง ยัง งงๆ ว่าไปโดนอะไรมา
เออ น่าจะถ่ายรูปเก็บไว้บ้างก็ดี ปารย์ขาใหญ่!!
เอาบ้านมาโชว์ใหม่ เปล่าไม่ใช่ บ้านใหม่ แต่เป็นรูปใหม่จาก google map
frameborder=0>
ขนาด ปารย์ ขาบวม เป่ง ยัง งงๆ ว่าไปโดนอะไรมา
เออ น่าจะถ่ายรูปเก็บไว้บ้างก็ดี ปารย์ขาใหญ่!!
เอาบ้านมาโชว์ใหม่ เปล่าไม่ใช่ บ้านใหม่ แต่เป็นรูปใหม่จาก google map
frameborder=0>
โชว์บ้าน version ใหม่
ช่วงนี้พ่อ เบลอๆ ไม่รู้จะ update อะไรให้ปารย์ดี
ขนาด ปารย์ ขาบวม เป่ง ยัง งงๆ ว่าไปโดนอะไรมา
เออ น่าจะถ่ายรูปเก็บไว้บ้างก็ดี ปารย์ขาใหญ่!!
เอาบ้านมาโชว์ใหม่ เปล่าไม่ใช่ บ้านใหม่ แต่เป็นรูปใหม่จาก google map
frameborder=0>
ขนาด ปารย์ ขาบวม เป่ง ยัง งงๆ ว่าไปโดนอะไรมา
เออ น่าจะถ่ายรูปเก็บไว้บ้างก็ดี ปารย์ขาใหญ่!!
เอาบ้านมาโชว์ใหม่ เปล่าไม่ใช่ บ้านใหม่ แต่เป็นรูปใหม่จาก google map
frameborder=0>
Friday, August 04, 2006
ปารย์ ที่สนามเด็กเล่นโรงเรียน
นักพากย์น้อย
Thursday, August 03, 2006
ถึงคราวแม่ปวดหัว บ้างหละ
เริ่มต้นจาก web board ที่บรรดาพ่อแม่ชอบเข้ามาปรึกษาหารือกัน ว่าโรงเรียนที่แม่สู้อุตส่าห์เลือกด้วยความพิถีพิถันนั้นไม่ได้ดีอย่างที่แม่คิด ตอนนี้ครูใหญ่ลาออกไปแล้ว ครูพละ 2 คนลาออกไปอีก แม่บางคนให้ความเห็นว่าที่นี่มีปัญหาเรื่องขาดบุคลากร ครูอยู่ไม่นานก็ลาออกไป ตอนนี้เจ้าของโรงเรียนมาเป็นครูใหญ่เอง เอะจะดีไหมนะ
แม่ก็คิดแล้วคิดอีก ปรึกษากับพ่อได้ความว่าถ้าเจ้าของโรงเรียนเขาตั้งใจที่จะตั้งโรงเรียนเขาก็น่าจะมีความตั้งใจที่จะสร้างเด็กให้มีคุณภาพ + ความสุข ลองให้โอกาสเขาดูละกัน
แต่ 2 วันมานี่แม่เห็นแต่ครูคนใหม่มารับปารย์ เอะเปลี่ยนครูอีกแล้วเหรอ เออถึงคราวแม่ปวดหัวบ้างแล้ว
แม่ก็คิดแล้วคิดอีก ปรึกษากับพ่อได้ความว่าถ้าเจ้าของโรงเรียนเขาตั้งใจที่จะตั้งโรงเรียนเขาก็น่าจะมีความตั้งใจที่จะสร้างเด็กให้มีคุณภาพ + ความสุข ลองให้โอกาสเขาดูละกัน
แต่ 2 วันมานี่แม่เห็นแต่ครูคนใหม่มารับปารย์ เอะเปลี่ยนครูอีกแล้วเหรอ เออถึงคราวแม่ปวดหัวบ้างแล้ว
Tuesday, July 18, 2006
ผมปวดหัวคับ… แม่
สงสารปารย์จัง ปารย์ไม่เคยป่วยหนักอย่างนี้มาก่อนเลย เริ่มอาการมาตั้งแต่พฤหัส เย็นไปหาหมอมารอบหนึ่งได้ยามาบานเลย แต่ปารย์ยังไม่ดีขึ้น กลับทรุดลง ตกกลางคืนเพ้อบ่อยมาก ตัวร้อนด้วยแม่ใจไม่ดีเลย กลัวปารย์ตัวร้อนจนชัก ต้องเช็ดตัวกันทั้งคืน + แปะ Cool fever ที่หน้าผาก แม่นึกว่ากลางวันปารย์จะดีขึ้น แต่ก็ผิดคาด ยังคงตัวร้อนสลับกับไออย่างหนักตลอดวัน แม่ก็เช็ดตัวปารย์ทั้งวันเหมือนกัน (เช็ดแรงๆ ด้วยนะ แต่ปารย์ก็ยังสีไม่ตกเลยแฮะ)
ไอ้เจ้า Cool fever นี่ไม่รู้ช่วยอะไรได้บ้างเปล่านะ แต่ที่แน่ๆ ปารย์ไม่ชอบเลย ขัดขืนเวลาแปะตลอด แล้วบางทีก็ชี้ที่หน้าผาก บอกว่าเจ็บ แม่ก็เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าปารย์ปวดหัว หรือเจ็บที่ติด Cool fever กันแน่ อีกอย่างที่แม่กังวลคือปารย์ไม่กินอะไรเลยนอกจากนม ป่วย 2 วันลูกผอมลงจนเห็นได้ชัด เย็นวันนั้นก็ได้ไปหาหมอกันอีกรอบ หมอบอก ว่าหลอดลมอักเสบ เพิ่มมาอีกหนึ่งโรค แล้วให้ปารย์ไปสูดยา ประมาณ 10 นาที ปารย์เก่งมาก ไม่ร้องเลยแหละ
วันเสาร์ และอาทิตย์ อาการไข้ของปารย์ดีขึ้นแล้ว แต่เจ้าอาการไอนี่ดิ หายยากจัง ไอจนอวก เออ!!! กลุ้ม เจ้าไข้นี่ร้ายกาจนะ ถึงแม้มันจะไปแล้วดันทิ้งเชื้อไม่น่ารักไว้กับปารย์ดิ ก็ตอนป่วยเอาใจกันมาก ตอนนี้เลย เผลอ เอาแต่ใจตัวเองจนแม่กับพ่อหละหน่าย
และแล้ววันจันทร์ก็มาถึง เชื้อไม่น่ารักก็แผลงออกมาตั้งแต่ ไม่ยอมอาบน้ำ ไม่ยอมแต่งตัว พูดดีดียังไงก็ไม่ยอม ลากก็แล้ว ขู่ก็แล้ว สุดท้ายแม่ต้องใช้ไม้ตายปล่อยให้ปารย์อยู่เฝ้าบ้านคนเดียว โอ้โห … ร้องซะ แล้วก็ไปโรงเรียนตามระเบียบบบบครับบบบ น่าสงสาร แกมหมั่นไส้
ไอ้เจ้า Cool fever นี่ไม่รู้ช่วยอะไรได้บ้างเปล่านะ แต่ที่แน่ๆ ปารย์ไม่ชอบเลย ขัดขืนเวลาแปะตลอด แล้วบางทีก็ชี้ที่หน้าผาก บอกว่าเจ็บ แม่ก็เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าปารย์ปวดหัว หรือเจ็บที่ติด Cool fever กันแน่ อีกอย่างที่แม่กังวลคือปารย์ไม่กินอะไรเลยนอกจากนม ป่วย 2 วันลูกผอมลงจนเห็นได้ชัด เย็นวันนั้นก็ได้ไปหาหมอกันอีกรอบ หมอบอก ว่าหลอดลมอักเสบ เพิ่มมาอีกหนึ่งโรค แล้วให้ปารย์ไปสูดยา ประมาณ 10 นาที ปารย์เก่งมาก ไม่ร้องเลยแหละ
วันเสาร์ และอาทิตย์ อาการไข้ของปารย์ดีขึ้นแล้ว แต่เจ้าอาการไอนี่ดิ หายยากจัง ไอจนอวก เออ!!! กลุ้ม เจ้าไข้นี่ร้ายกาจนะ ถึงแม้มันจะไปแล้วดันทิ้งเชื้อไม่น่ารักไว้กับปารย์ดิ ก็ตอนป่วยเอาใจกันมาก ตอนนี้เลย เผลอ เอาแต่ใจตัวเองจนแม่กับพ่อหละหน่าย
และแล้ววันจันทร์ก็มาถึง เชื้อไม่น่ารักก็แผลงออกมาตั้งแต่ ไม่ยอมอาบน้ำ ไม่ยอมแต่งตัว พูดดีดียังไงก็ไม่ยอม ลากก็แล้ว ขู่ก็แล้ว สุดท้ายแม่ต้องใช้ไม้ตายปล่อยให้ปารย์อยู่เฝ้าบ้านคนเดียว โอ้โห … ร้องซะ แล้วก็ไปโรงเรียนตามระเบียบบบบครับบบบ น่าสงสาร แกมหมั่นไส้
Friday, July 07, 2006
สัปดาห์ฟุตบอลโลก
ช่วงนี้ ทั่วสาระทิศในเมืองไทย สนใจการเคลื่อนไหวของฟุตบอลโลก เยอรมัน 2006
ไม่เว้นแม้ บ้านปารย์ เปล่าไม่ใช่ ปารย์หรอก ปารย์ยังไม่สนใจ ฟุตบอลใน ทีวี สนใจแต่ฟุตบอล ที่ตั้งขายอยู่ในห้าง!!
พอมันมาอยู่บ้านแล้ว พ่อชวนเตะ ยังไง ก็ไม่เห็นสนใจ กลับมาฟุตโลก เยอรมัน 2006 ส่วนใหญ่มันเตะกันดึก ถึงดึกมาก
โดยเฉพาะเริ่มเข้ารอบสอง รอบสาม ปาไปตี 2 แต่พ่อก็พยายาม ขนเอาทีวี ขึ้นไปที่นอนด้วย ปารย์นึกว่าจะเปิดการ์ตูนให้ปารย์ดูก่อนนอน แทนแม่ที่ไม่อยู่เล่านิทาน ปารย์คงงง ไม่เคยเปิดให้ดูสักครั้ง พอตกดึก พ่อแอบนั่งดูคนเดียว มีคืน สองคืนเหมือนกัน ปารย์ลุกมานั่งดูเป็นเพื่อนพ่อ แต่ไม่ไหว มันง่วง นั่งโงนไป เงนมา
นอนดีกว่า ไม่รู้ว่าปารย์จะต้องลุกมานั่งเป็นเพื่อนพ่อ อีกกี่คืน เฮ้อ ฟุตบอลโลก!!!
ไม่เว้นแม้ บ้านปารย์ เปล่าไม่ใช่ ปารย์หรอก ปารย์ยังไม่สนใจ ฟุตบอลใน ทีวี สนใจแต่ฟุตบอล ที่ตั้งขายอยู่ในห้าง!!
พอมันมาอยู่บ้านแล้ว พ่อชวนเตะ ยังไง ก็ไม่เห็นสนใจ กลับมาฟุตโลก เยอรมัน 2006 ส่วนใหญ่มันเตะกันดึก ถึงดึกมาก
โดยเฉพาะเริ่มเข้ารอบสอง รอบสาม ปาไปตี 2 แต่พ่อก็พยายาม ขนเอาทีวี ขึ้นไปที่นอนด้วย ปารย์นึกว่าจะเปิดการ์ตูนให้ปารย์ดูก่อนนอน แทนแม่ที่ไม่อยู่เล่านิทาน ปารย์คงงง ไม่เคยเปิดให้ดูสักครั้ง พอตกดึก พ่อแอบนั่งดูคนเดียว มีคืน สองคืนเหมือนกัน ปารย์ลุกมานั่งดูเป็นเพื่อนพ่อ แต่ไม่ไหว มันง่วง นั่งโงนไป เงนมา
นอนดีกว่า ไม่รู้ว่าปารย์จะต้องลุกมานั่งเป็นเพื่อนพ่อ อีกกี่คืน เฮ้อ ฟุตบอลโลก!!!
Thursday, June 29, 2006
ฝีมือผมเป็นไงบ้างครับ
เออ!!!ช่วงนี้ปารย์ เปลี่ยนจากบรรดาศักดิ์ให้แม่ จาก“แม่”มาเป็น “พี่” ปารย์เรียกแม่ว่าพี่เปิ้ลตามพี่นาม และพี่กานต์หนะสิ
อยู่ด้วยกัน สองคนมาสามวันแล้ว ปารย์ไม่มีตัวเลือกเลยต้องง้อแม่หน่อย อะไรๆก็ต้องมาเรียกพี่เปิ้ล พี่เปิ้ล พี่เปิ้ลฉี่ พี่เปิ้ลอึ
นอกจากนั้นช่วงนี้เพื่อนๆของปารย์ในซอยเดียวกัน จะเข้ามาเล่นในบ้านทุกเย็น บ้านเราเลยกลายเป็นสนามเด็กเล่นไปเลย ของเล่นทั้งหลายมันจึงมาเกลื่อนอยู่ตามพื้น แต่ก็ได้ชื่นใจที่ปารย์ช่วยแม่เก็บของเล่น หลังจากพี่ๆเขากลับบ้านกันไปหมดแล้ว
กิจกรรมสุดโปรดช่วงนี้ของปารย์ก็น่าจะเป็นการขีดๆ เขียนๆ นี่แหละ เชิญชมผลงานเลยละกัน


อยู่ด้วยกัน สองคนมาสามวันแล้ว ปารย์ไม่มีตัวเลือกเลยต้องง้อแม่หน่อย อะไรๆก็ต้องมาเรียกพี่เปิ้ล พี่เปิ้ล พี่เปิ้ลฉี่ พี่เปิ้ลอึ
นอกจากนั้นช่วงนี้เพื่อนๆของปารย์ในซอยเดียวกัน จะเข้ามาเล่นในบ้านทุกเย็น บ้านเราเลยกลายเป็นสนามเด็กเล่นไปเลย ของเล่นทั้งหลายมันจึงมาเกลื่อนอยู่ตามพื้น แต่ก็ได้ชื่นใจที่ปารย์ช่วยแม่เก็บของเล่น หลังจากพี่ๆเขากลับบ้านกันไปหมดแล้ว
กิจกรรมสุดโปรดช่วงนี้ของปารย์ก็น่าจะเป็นการขีดๆ เขียนๆ นี่แหละ เชิญชมผลงานเลยละกัน


Friday, June 23, 2006
ไปเที่ยว เรือ Blue Access
ฮะ ฮ่า อย่า อย่าคิดนะว่าครอบครัวเราจะไปเที่ยวเรือสำราญกัน ไม่ซะหละ คนขี้เหนียวอย่างพ่อ กับแม่เหรอ จะยอมจ่ายตังก์ ไปเที่ยวเรือสำราญ
เช้าเมื่อวานลุงสายัญ เพื่อนพ่อโทรมาชวนพ่อไปเที่ยวแหลมฉบัง พ่อก็รับปากอย่างว่าง่าย แล้ว ค่อยหันมาชวนแม่ว่า ไปเที่ยวแหลมฉบังกันนะเย็นนี้สายัญคงอยากให้เราไปหาจริงๆ โทรมาหาหลายครั้งแล้ว ตอนเรืออยู่ญี่ปุ่นก็โทรมา แม่หนะชอบเที่ยวอยู่แล้ว ไปดิ
ระหว่างทางไม่รู้เจ้าปารย์ไปเอาแรงมาจากไหน เล่นต่อสู้กับแม่ ซะแม่เหนื่อย ตลอดทางได้ยินแต่คำว่า ......แรนเจอร์ แล้วพุ่งใส่แม่ สงสัยพี่ๆที่บ้านเด็กจะเอามาเปิดให้ดูแน่เลย แม่ยังไม่รู้เลยหน้าตามันเป็นไง ปารย์มาสงบลงบ้างเมื่อแวะปั๊มซื้อกลูลิโก๊ะป๊อกกี้ให้กิน
แหลมฉบังนี่มันไกลจัง ไม่ถึงซะที แหะๆ พวกเราหลงอีกแล้ว เนี่ยขนาดพ่อมีทั้ง แผนที่ ทั้ง GPS ก็ยังหลง อิ อิ แต่สุดท้ายก็ถึงจนได้ ลุงสายัญยืนรออยู่หน้าทางเข้าท่าเรือ พร้อมหิ้วถุงพะรุง พะรัง มีทั้ง PIZZA & KFC อืมค่อยยังชั่วกำลังหิว
เสียง “ว๊าว” ออกมาทันทีที่ปารย์เห็นเรือลุงสายัญ ถ้าพูดได้มากว่านี้คงบอกว่ามันใหญ่จังนะแม่ แม่ก็ว่ามันใหญ่จัง เรือ MV.SEAFDEC ที่ทำงานแม่เล็กไปเลย แค่บันไดทางขึ้นก็เหมือนเดินขึ้นตึกสามชั้นแบบไม่มีขั้นพัก ดูปารย์ตื่นเต้นจัง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดูโน่นดูนี่ ลุงสายัญพาเดินดูเกือบทั่วเรือ ทั้งสะพานเดินเรือ ห้องเครื่อง ห้องเก็บสินค้า ห้องกินข้าว ห้องครัว แล้วก็เอารูปน้องทะเลใสลูกลุงสายัญมาให้ดู
สินค้าที่เรือ Blue Access ขนเป็นพวกรถครับ เกือบพันคัน จอดเรียงรายอยู่บน 3 ชั้นของเรือ ลุงสายัญบอกเดินทางไปส่งที่ท่า OSAKA ประเทศญี่ปุ่น
แล้วก็ถึงเวลากลับ ก่อนกลับลุงสายัญเอาจักรยาน + เครื่องเสียงติดรถยนต์ให้พ่อมาด้วย สงสัยจะแลกกับหนังสือที่พ่อซื้อมาฝาก ไม่รู้ลุงสายัญจะคุ้มไหมนะลูก...
เช้าเมื่อวานลุงสายัญ เพื่อนพ่อโทรมาชวนพ่อไปเที่ยวแหลมฉบัง พ่อก็รับปากอย่างว่าง่าย แล้ว ค่อยหันมาชวนแม่ว่า ไปเที่ยวแหลมฉบังกันนะเย็นนี้สายัญคงอยากให้เราไปหาจริงๆ โทรมาหาหลายครั้งแล้ว ตอนเรืออยู่ญี่ปุ่นก็โทรมา แม่หนะชอบเที่ยวอยู่แล้ว ไปดิ
ระหว่างทางไม่รู้เจ้าปารย์ไปเอาแรงมาจากไหน เล่นต่อสู้กับแม่ ซะแม่เหนื่อย ตลอดทางได้ยินแต่คำว่า ......แรนเจอร์ แล้วพุ่งใส่แม่ สงสัยพี่ๆที่บ้านเด็กจะเอามาเปิดให้ดูแน่เลย แม่ยังไม่รู้เลยหน้าตามันเป็นไง ปารย์มาสงบลงบ้างเมื่อแวะปั๊มซื้อกลูลิโก๊ะป๊อกกี้ให้กิน
แหลมฉบังนี่มันไกลจัง ไม่ถึงซะที แหะๆ พวกเราหลงอีกแล้ว เนี่ยขนาดพ่อมีทั้ง แผนที่ ทั้ง GPS ก็ยังหลง อิ อิ แต่สุดท้ายก็ถึงจนได้ ลุงสายัญยืนรออยู่หน้าทางเข้าท่าเรือ พร้อมหิ้วถุงพะรุง พะรัง มีทั้ง PIZZA & KFC อืมค่อยยังชั่วกำลังหิว
เสียง “ว๊าว” ออกมาทันทีที่ปารย์เห็นเรือลุงสายัญ ถ้าพูดได้มากว่านี้คงบอกว่ามันใหญ่จังนะแม่ แม่ก็ว่ามันใหญ่จัง เรือ MV.SEAFDEC ที่ทำงานแม่เล็กไปเลย แค่บันไดทางขึ้นก็เหมือนเดินขึ้นตึกสามชั้นแบบไม่มีขั้นพัก ดูปารย์ตื่นเต้นจัง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดูโน่นดูนี่ ลุงสายัญพาเดินดูเกือบทั่วเรือ ทั้งสะพานเดินเรือ ห้องเครื่อง ห้องเก็บสินค้า ห้องกินข้าว ห้องครัว แล้วก็เอารูปน้องทะเลใสลูกลุงสายัญมาให้ดู
สินค้าที่เรือ Blue Access ขนเป็นพวกรถครับ เกือบพันคัน จอดเรียงรายอยู่บน 3 ชั้นของเรือ ลุงสายัญบอกเดินทางไปส่งที่ท่า OSAKA ประเทศญี่ปุ่น
แล้วก็ถึงเวลากลับ ก่อนกลับลุงสายัญเอาจักรยาน + เครื่องเสียงติดรถยนต์ให้พ่อมาด้วย สงสัยจะแลกกับหนังสือที่พ่อซื้อมาฝาก ไม่รู้ลุงสายัญจะคุ้มไหมนะลูก...
Subscribe to:
Posts (Atom)





