Monday, August 28, 2006

เที่ยว เที่ยว เที่ยว


เมื่อวันที่ 27 ส.ค.แม่รวมแก๊ง เพื่อนประมงไปเที่ยวบ้านอาตุ๊กเพื่อนประมงของแม่อีกคน ที่คลองพระรามกัน คงมีเพื่อนประมงน้อยคนที่รู้ว่าตุ๊กอาศัยอยู่ในบ้านเรือนไทย ราคาเรือนหลายล้าน ตั้งอยู่กลางป่าจาก และนากุ้งธรรมชาติ ที่ดูเป็นการเลี้ยงกุ้งแบบยั่งยืนจริงๆ งานนี้นอกจากได้เที่ยวบ้านเรือนไทยของอาตุ๊กแล้ว ยังได้นั่งเรือ (บ้านอาตุ๊กใช้ทางเรือได้อย่างเดียว) และได้เที่ยววัดสาขลาด้วย

ตอนไปบ้านอาตุ๊กนี่ บรรดาแม่ๆต่างก็หวาดเสียวว่าลูกจะวิ่งไปชนกระถางต้นไม้ลายคราม หรือ ถ้วยเบญจรงค์ราคาแพงของเขาบ้างหรือเปล่า ก็มันแพงอะดิ กลัวไม่มีปัญญาใช้เขา และประทับใจมากกับวิถีไทย รวมทั้งการทำบุญเลี้ยงพระแบบปราณีต ที่ทำอาหารทุกอย่างเองแม้กระทั่งขนมหม้อแกง เม็ดขนุน และอากาศเย็นสบายที่บ้านตุ๊ก เสียดายแม่ลืมเอากล้องไป แต่ที่น่าเสียดายกว่าคือกล้องอาเจี้ยง ตกน้ำ ไม่รู้จะกู้กลับมาได้เปล่า

ภาพนี้ลูกปารย์ขี่สิงโตที่วัดสาขลา



ส่วนภาพนี้บรรดาแม่ แม่ พยายามให้สามหน่ออันประกอบด้วย พี่ปิ้ง ปิ้ง น้องขนุน และลูกปารย์ ถ่ายภาพหมู่แบบนั่งเรียงกันเรียบร้อย แต่ได้แค่เนี่ยแหละเรียบร้อยสุดแล้ว



สองภาพหลังนี่ตั้งแต่ 20 ส.ค. พ่อปารย์เอาวิทยานิพนธ์ไปให้อาจารย์ดู แม่กับปารย์ กับยายเลยเป็นผู้ติดตามไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกัน ปารย์สนุกสนานมากกันการดูกุ้ง หอย ปู ปลา และกินเงาะ

Friday, August 25, 2006

วัน นอนไม่หลับ

ตอนเย็นยังเล่นทำกล่องใส่บัตรคำกันอยู่เลย แต่พอจะนอนปารย์เริ่มงอแง และร้องไห้ตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึงตี 1 ปลอบเท่าไรก็ไม่หยุด จะออกนอกห้อง จะออกนอกบ้าน สุดท้ายแม่เลยต้องเดินอุ้มปารย์เดินตากยุงอยู่นอกบ้านจนหลับไป เหนื่อย และง่วงหนะไม่เท่าไรหรอก แต่กลัวปารย์เป็นอะไรไป ร้องซะขนาดนั้น ไม่พูดไม่บอกสักอย่าง เอาแต่ร้อง เล่นเอาแม่เครียด เดาไปต่างๆนานา ถึงสาเหตุ พ่อก็ไม่อยู่ด้วย ไม่คนคอยปรึกษานี่มันแย่จัง วันนี้ปารย์จะเป็นไงบ้างนะ

Tuesday, August 22, 2006

วัน ซึม ซึม

เมื่อวานปารย์ซึมไป ไม่พูดไม่จา นั่งข้างๆแม่ และเดินตามแม่ตลอด ถามปารย์ว่าง่วงไหม ปารย์ไม่พูดอะไรแต่เดินมานอนหนุนตักแม่ นอนเฉยๆ ไม่หลับตา แม่ไม่ค่อยสบายใจเลย ไม่รู้ว่าปารย์เป็นอะไร ตัวก็ไม่ร้อน แต่รู้สึกได้ว่าไม่ปกติ จนกระทั่งพ่อกลับมาปารย์ค่อยร่าเริงขึ้นหน่อย ลุกขึ้นมาช่วยแม่ทำบ้านกล่อง แม่ค่อยสบายใจขึ้น
ปารย์น่ารักมากเวลามีกิจกรรมประดิษฐ์ ด้วยกัน เช่นพอแม่ใช้เทปกาว ปารย์ก็จะส่งกรรไกรให้ สำหรับตัดเมื่อใช้พอแล้ว พอแม่วาดวงกลมลงบนบ้านกล่องปารย์ก็ส่งคัทเตอร์ให้แม่มาเจาะวงกลมนั้น พอแม่เลื่อยท่อนกระดาษ ปารย์ก็จะคอยจับอีกด้านเอาไว้ ทำให้แม่เลื่อยได้ง่ายขึ้น เรียกว่ารู้ใจไปหมดโดยไม่ต้องพูด ปารย์เรียนรู้จากการดูว่าเมื่อแม่ทำอย่างนี้ต่อไปต้องทำอะไร ต้องใช้อะไร น่าจะเรียกว่าเป็นเด็กมีความสามารถในการสังเกตได้ไหมนะ
วันนี้ลืม copy รูปมาไว้วันหน้าค่อยเอารูปบ้านกล่อง ฉบับปรับปรุงมาให้ดูกัน

Tuesday, August 15, 2006

ต่อจุดระบายสี





ด้วยวัย 2 ขวบ 8 เดือน ฝีมือปารย์ในการต่อจุด ระบายสีกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ

วันแม่ ปี49


ปารย์ กับแม่ได้ขึ้นเวทีด้วยกันในฐานะที่เป็นตัวแทน แม่ลูก ห้องสับปะรด ปารย์กราบแม่ แล้วก็เอาพวงมาลัยดอกมาลิมาให้แม่ด้วย แม่ดีใจจัง หอมปารย์ไปฟอดใหญ่ๆ อะนะก็มันเป็นวันแม่ครั้งแรกที่แม่กับลูกปฏิบัติกันแบบพิธีการจริงๆ (อันนี้ยังไม่มีรูปมาให้ดู น้าปุ๋ยช่วยถ่ายVDO ไว้ให้แต่แม่ยังทำไม่เป็นไม่รู้จะดึงเป็นรูปออกมายังไง) ปารย์ทำอย่างนี้ก็ทำให้แม่นึกยายของปารย์ วันเสาร์เราเลยได้เอาพวงมาลัยดอกมะลิให้ยายปารย์ด้วย ครูเย็นบอกว่าปารย์แสดงฝีมือระบายสีในการ์ดให้แม่เองด้วยนะ


หลังจากกิจกรรมกราบแม่ก็มาถึงกิจกรรมบนเวทีของห้องสับปะรด การแสดงเต้นประกอบเพลง “ใครหนอ” แม่หนะโฆษณาชวนเชื่อน้าปุ๋ยไว้ซะเยอะเลยว่าปารย์เต้นสะบัดเลยตอนเต้นให้แม่ดูที่บ้าน น้าปุ๋ยก็ตั้งใจมากกะจะถ่าน VDO ไว้ให้ น้า ๆ ยาย ตา และ ทวดได้ดูกัน

แต่อะนะ ก็มันง่วงอะแม่ แล้วแม่ก็ดันจูงปารย์ลงจากเวที เอาปารย์มาทิ้งไว้กับเพื่อนๆอีก ปารย์ก็เลยนั่งร้องไห้ เดินร้องไห้ แล้วก็ขึ้นไปยืนร้องไห้บนเวทีร้องไห้ต่ออีก แม่เห็นก็อดสงสารไม่ได้เข้าไปหาปารย์เลยกอดแม่แน่นไม่ยอมเต้นเลย เป็นอันว่างานนี้ไม่มีภาพปารย์เต้นเพลงใครหนอกับเพื่อนๆ น้าปุ๋ยบอกแม่ไม่น่าเดินไปหาเลย อย่างนี้ปารย์ก็เสียความมั่นใจหมด อะนะ แม่มันมือใหม่ ไม่รู้ควรทำไง เอาไว้งานหน้าละกันนะลูก แม่คงได้เห็นการแสดงของปารย์บนเวทีบ้างสักวัน



จบการแสดงของเด็กๆ ครบทุกห้องก็เป็นกิจกรรมผู้ปกครองอาสา แม่ก็อาสาไว้ว่า จะสอนเด็กๆปั้นดินน้ำมันสัตว์ทะเล พ่อบอกวันแม่ปีนี้แม่ปารย์ตื่นเต้นที่สุดในโรงเรียน ก็อาจจะจริง แม่ซ้อมปั้น และเตรียม model ไว้ซะหลายชิ้น แต่เด็กก็คือเด็ก คาดเดายากจัง หลายคนสนใจกิจกรรมดินน้ำมันของแม่ และหลายคนก็สนใจแต่จะทำลาย model ดินน้ำมันของแม่ ปารย์ไม่เคยทำลายตัวสัตว์ที่แม่ปั้นให้เลย แม่เลยอึ้งไปเมื่อเห็นเด็กๆ บี้ประหลาดาว ดึงหนวดหมึกให้ขาด ดึงขาเต่า อือๆ กว่าแม่จะสอนปั้นเสร็จ model ที่แม่เตรียมไปมันก็เละซะแล้ววววว

Tuesday, August 08, 2006

โชว์บ้าน version ใหม่

ช่วงนี้พ่อ เบลอๆ ไม่รู้จะ update อะไรให้ปารย์ดี
ขนาด ปารย์ ขาบวม เป่ง ยัง งงๆ ว่าไปโดนอะไรมา
เออ น่าจะถ่ายรูปเก็บไว้บ้างก็ดี ปารย์ขาใหญ่!!

เอาบ้านมาโชว์ใหม่ เปล่าไม่ใช่ บ้านใหม่ แต่เป็นรูปใหม่จาก google map

โชว์บ้าน version ใหม่

ช่วงนี้พ่อ เบลอๆ ไม่รู้จะ update อะไรให้ปารย์ดี
ขนาด ปารย์ ขาบวม เป่ง ยัง งงๆ ว่าไปโดนอะไรมา
เออ น่าจะถ่ายรูปเก็บไว้บ้างก็ดี ปารย์ขาใหญ่!!

เอาบ้านมาโชว์ใหม่ เปล่าไม่ใช่ บ้านใหม่ แต่เป็นรูปใหม่จาก google map

Friday, August 04, 2006

เขียน และ ขุด






กิจกรรมสุดโปรด อีกแหละ ขีด ขีด เขียนๆ และขุดกระดูกไดโนเสาร์

ปารย์ ที่สนามเด็กเล่นโรงเรียน



แม่แวะไปคุยเรื่องแบบเรียนของปารย์ที่โรงเรียนในวันเสาร์ ปารย์เลยได้โอกาสไปเล่นสนามเด็กเล่นแบบไม่มีเด็กคนอื่น

นักพากย์น้อย



หนึ่งในกิจกรรมสุดโปรด ของลูกปารย์ก็การเป็นนักพากย์นี่แหละนะ ถ้ามีตุ๊กตาสิ่งมีชีวิตอยู่ในมือเมื่อไร ก็เมื่อนั้นแหละ พูดไปหัวเราะไป เอิกอ๊าก อยู่คนเดียว เสียดายที่ปารย์ไม่ยอมพูดให้แม่เข้าใจเลยดิ

Thursday, August 03, 2006

ถึงคราวแม่ปวดหัว บ้างหละ

เริ่มต้นจาก web board ที่บรรดาพ่อแม่ชอบเข้ามาปรึกษาหารือกัน ว่าโรงเรียนที่แม่สู้อุตส่าห์เลือกด้วยความพิถีพิถันนั้นไม่ได้ดีอย่างที่แม่คิด ตอนนี้ครูใหญ่ลาออกไปแล้ว ครูพละ 2 คนลาออกไปอีก แม่บางคนให้ความเห็นว่าที่นี่มีปัญหาเรื่องขาดบุคลากร ครูอยู่ไม่นานก็ลาออกไป ตอนนี้เจ้าของโรงเรียนมาเป็นครูใหญ่เอง เอะจะดีไหมนะ


แม่ก็คิดแล้วคิดอีก ปรึกษากับพ่อได้ความว่าถ้าเจ้าของโรงเรียนเขาตั้งใจที่จะตั้งโรงเรียนเขาก็น่าจะมีความตั้งใจที่จะสร้างเด็กให้มีคุณภาพ + ความสุข ลองให้โอกาสเขาดูละกัน

แต่ 2 วันมานี่แม่เห็นแต่ครูคนใหม่มารับปารย์ เอะเปลี่ยนครูอีกแล้วเหรอ เออถึงคราวแม่ปวดหัวบ้างแล้ว

Tuesday, July 18, 2006

ผมปวดหัวคับ… แม่

สงสารปารย์จัง ปารย์ไม่เคยป่วยหนักอย่างนี้มาก่อนเลย เริ่มอาการมาตั้งแต่พฤหัส เย็นไปหาหมอมารอบหนึ่งได้ยามาบานเลย แต่ปารย์ยังไม่ดีขึ้น กลับทรุดลง ตกกลางคืนเพ้อบ่อยมาก ตัวร้อนด้วยแม่ใจไม่ดีเลย กลัวปารย์ตัวร้อนจนชัก ต้องเช็ดตัวกันทั้งคืน + แปะ Cool fever ที่หน้าผาก แม่นึกว่ากลางวันปารย์จะดีขึ้น แต่ก็ผิดคาด ยังคงตัวร้อนสลับกับไออย่างหนักตลอดวัน แม่ก็เช็ดตัวปารย์ทั้งวันเหมือนกัน (เช็ดแรงๆ ด้วยนะ แต่ปารย์ก็ยังสีไม่ตกเลยแฮะ)

ไอ้เจ้า Cool fever นี่ไม่รู้ช่วยอะไรได้บ้างเปล่านะ แต่ที่แน่ๆ ปารย์ไม่ชอบเลย ขัดขืนเวลาแปะตลอด แล้วบางทีก็ชี้ที่หน้าผาก บอกว่าเจ็บ แม่ก็เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าปารย์ปวดหัว หรือเจ็บที่ติด Cool fever กันแน่ อีกอย่างที่แม่กังวลคือปารย์ไม่กินอะไรเลยนอกจากนม ป่วย 2 วันลูกผอมลงจนเห็นได้ชัด เย็นวันนั้นก็ได้ไปหาหมอกันอีกรอบ หมอบอก ว่าหลอดลมอักเสบ เพิ่มมาอีกหนึ่งโรค แล้วให้ปารย์ไปสูดยา ประมาณ 10 นาที ปารย์เก่งมาก ไม่ร้องเลยแหละ

วันเสาร์ และอาทิตย์ อาการไข้ของปารย์ดีขึ้นแล้ว แต่เจ้าอาการไอนี่ดิ หายยากจัง ไอจนอวก เออ!!! กลุ้ม เจ้าไข้นี่ร้ายกาจนะ ถึงแม้มันจะไปแล้วดันทิ้งเชื้อไม่น่ารักไว้กับปารย์ดิ ก็ตอนป่วยเอาใจกันมาก ตอนนี้เลย เผลอ เอาแต่ใจตัวเองจนแม่กับพ่อหละหน่าย

และแล้ววันจันทร์ก็มาถึง เชื้อไม่น่ารักก็แผลงออกมาตั้งแต่ ไม่ยอมอาบน้ำ ไม่ยอมแต่งตัว พูดดีดียังไงก็ไม่ยอม ลากก็แล้ว ขู่ก็แล้ว สุดท้ายแม่ต้องใช้ไม้ตายปล่อยให้ปารย์อยู่เฝ้าบ้านคนเดียว โอ้โห … ร้องซะ แล้วก็ไปโรงเรียนตามระเบียบบบบครับบบบ น่าสงสาร แกมหมั่นไส้

Friday, July 07, 2006

สัปดาห์ฟุตบอลโลก

ช่วงนี้ ทั่วสาระทิศในเมืองไทย สนใจการเคลื่อนไหวของฟุตบอลโลก เยอรมัน 2006
ไม่เว้นแม้ บ้านปารย์ เปล่าไม่ใช่ ปารย์หรอก ปารย์ยังไม่สนใจ ฟุตบอลใน ทีวี สนใจแต่ฟุตบอล ที่ตั้งขายอยู่ในห้าง!!
พอมันมาอยู่บ้านแล้ว พ่อชวนเตะ ยังไง ก็ไม่เห็นสนใจ กลับมาฟุตโลก เยอรมัน 2006 ส่วนใหญ่มันเตะกันดึก ถึงดึกมาก
โดยเฉพาะเริ่มเข้ารอบสอง รอบสาม ปาไปตี 2 แต่พ่อก็พยายาม ขนเอาทีวี ขึ้นไปที่นอนด้วย ปารย์นึกว่าจะเปิดการ์ตูนให้ปารย์ดูก่อนนอน แทนแม่ที่ไม่อยู่เล่านิทาน ปารย์คงงง ไม่เคยเปิดให้ดูสักครั้ง พอตกดึก พ่อแอบนั่งดูคนเดียว มีคืน สองคืนเหมือนกัน ปารย์ลุกมานั่งดูเป็นเพื่อนพ่อ แต่ไม่ไหว มันง่วง นั่งโงนไป เงนมา
นอนดีกว่า ไม่รู้ว่าปารย์จะต้องลุกมานั่งเป็นเพื่อนพ่อ อีกกี่คืน เฮ้อ ฟุตบอลโลก!!!

Thursday, June 29, 2006

ฝีมือผมเป็นไงบ้างครับ

เออ!!!ช่วงนี้ปารย์ เปลี่ยนจากบรรดาศักดิ์ให้แม่ จาก“แม่”มาเป็น “พี่” ปารย์เรียกแม่ว่าพี่เปิ้ลตามพี่นาม และพี่กานต์หนะสิ

อยู่ด้วยกัน สองคนมาสามวันแล้ว ปารย์ไม่มีตัวเลือกเลยต้องง้อแม่หน่อย อะไรๆก็ต้องมาเรียกพี่เปิ้ล พี่เปิ้ล พี่เปิ้ลฉี่ พี่เปิ้ลอึ

นอกจากนั้นช่วงนี้เพื่อนๆของปารย์ในซอยเดียวกัน จะเข้ามาเล่นในบ้านทุกเย็น บ้านเราเลยกลายเป็นสนามเด็กเล่นไปเลย ของเล่นทั้งหลายมันจึงมาเกลื่อนอยู่ตามพื้น แต่ก็ได้ชื่นใจที่ปารย์ช่วยแม่เก็บของเล่น หลังจากพี่ๆเขากลับบ้านกันไปหมดแล้ว

กิจกรรมสุดโปรดช่วงนี้ของปารย์ก็น่าจะเป็นการขีดๆ เขียนๆ นี่แหละ เชิญชมผลงานเลยละกัน






Friday, June 23, 2006

ไปเที่ยว เรือ Blue Access

ฮะ ฮ่า อย่า อย่าคิดนะว่าครอบครัวเราจะไปเที่ยวเรือสำราญกัน ไม่ซะหละ คนขี้เหนียวอย่างพ่อ กับแม่เหรอ จะยอมจ่ายตังก์ ไปเที่ยวเรือสำราญ

เช้าเมื่อวานลุงสายัญ เพื่อนพ่อโทรมาชวนพ่อไปเที่ยวแหลมฉบัง พ่อก็รับปากอย่างว่าง่าย แล้ว ค่อยหันมาชวนแม่ว่า ไปเที่ยวแหลมฉบังกันนะเย็นนี้สายัญคงอยากให้เราไปหาจริงๆ โทรมาหาหลายครั้งแล้ว ตอนเรืออยู่ญี่ปุ่นก็โทรมา แม่หนะชอบเที่ยวอยู่แล้ว ไปดิ

ระหว่างทางไม่รู้เจ้าปารย์ไปเอาแรงมาจากไหน เล่นต่อสู้กับแม่ ซะแม่เหนื่อย ตลอดทางได้ยินแต่คำว่า ......แรนเจอร์ แล้วพุ่งใส่แม่ สงสัยพี่ๆที่บ้านเด็กจะเอามาเปิดให้ดูแน่เลย แม่ยังไม่รู้เลยหน้าตามันเป็นไง ปารย์มาสงบลงบ้างเมื่อแวะปั๊มซื้อกลูลิโก๊ะป๊อกกี้ให้กิน

แหลมฉบังนี่มันไกลจัง ไม่ถึงซะที แหะๆ พวกเราหลงอีกแล้ว เนี่ยขนาดพ่อมีทั้ง แผนที่ ทั้ง GPS ก็ยังหลง อิ อิ แต่สุดท้ายก็ถึงจนได้ ลุงสายัญยืนรออยู่หน้าทางเข้าท่าเรือ พร้อมหิ้วถุงพะรุง พะรัง มีทั้ง PIZZA & KFC อืมค่อยยังชั่วกำลังหิว

เสียง “ว๊าว” ออกมาทันทีที่ปารย์เห็นเรือลุงสายัญ ถ้าพูดได้มากว่านี้คงบอกว่ามันใหญ่จังนะแม่ แม่ก็ว่ามันใหญ่จัง เรือ MV.SEAFDEC ที่ทำงานแม่เล็กไปเลย แค่บันไดทางขึ้นก็เหมือนเดินขึ้นตึกสามชั้นแบบไม่มีขั้นพัก ดูปารย์ตื่นเต้นจัง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดูโน่นดูนี่ ลุงสายัญพาเดินดูเกือบทั่วเรือ ทั้งสะพานเดินเรือ ห้องเครื่อง ห้องเก็บสินค้า ห้องกินข้าว ห้องครัว แล้วก็เอารูปน้องทะเลใสลูกลุงสายัญมาให้ดู

สินค้าที่เรือ Blue Access ขนเป็นพวกรถครับ เกือบพันคัน จอดเรียงรายอยู่บน 3 ชั้นของเรือ ลุงสายัญบอกเดินทางไปส่งที่ท่า OSAKA ประเทศญี่ปุ่น

แล้วก็ถึงเวลากลับ ก่อนกลับลุงสายัญเอาจักรยาน + เครื่องเสียงติดรถยนต์ให้พ่อมาด้วย สงสัยจะแลกกับหนังสือที่พ่อซื้อมาฝาก ไม่รู้ลุงสายัญจะคุ้มไหมนะลูก...

Thursday, June 22, 2006

เมื่อปารย์....พูด +ร้องเพลง

เดือนนี้ปารย์ก็ 2 ขวบ 7 เดือนแล้วสินะ เจ้าหนุ่มน้อยผู้กลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปากของแม่เริ่มจะพูดออกมาบ้างแล้ว เช่นสั่งให้แม่ทำโน่นทำนี่ “กิน” “นั่ง” “ปิดไฟ” “เปิดไฟ” “แกะ” (กล่องขนม) “สวัสดดีครับคุณครู” เรียกชื่อสารพัดสัตว์ได้ถูกต้องเกือบหมด และก็ร้องเพลงด้วย จากเดิมที่ชอบร้องเพลงแต่งเอง ตอนนี้มาเป็นร้องเพลงที่คนอื่นแต่งบ้างแล้ว เมื่อวานนอนร้องเพลง ชื่ออะไรแม่ไม่รู้เหมือนกัน แต่มีเนื้อร้องประมาณว่า
อย่าทิ้งขยะนะเธอ ลูกเป็ดเขาเจอเดี๋ยวเขาดุเอา
อย่าทิ้งขยะนะเรา ลูกเป็ดเจอเข้าบนกันพึมพำ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
อันที่จริงเนื้อเพลงข้างบนนี่ มาจากเท่าที่แม่พอจะนึกได้แหละนะ แต่ทำนองเพลงที่ปารย์ร้องเนี่ย แม่ว่าต้องใช่เพลงนี้แน่ๆ ถ้าจะให้ถูกต้องตามที่ปารย์ร้อง เพลงนี้ต้องมีเนื้อเพลงว่า
อย่าหิ้ง.....นะเธอ ...เป็ด.....เจอ..............หลุเอา
อย่าหิ้ง......นะเฮา ....เป็ดเจอเห้าบ่............พึ.พำ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ที่น่าดีใจอีกอย่าคือเมื่อคืนเป็นครั้งแรกที่ปารย์ร่วมมือกับแม่อ่านตามบัตรคำฝึกอ่านที่แม่ทำไว้ให้ปารย์ตั้งแต่ปารย์ยังไม่ครบ 8 เดือน โหน้ำตาแทบไหล แม่รอมาตั้งนานในที่สุดก็ได้ใช้งานจนได้

Wednesday, June 21, 2006

ปารย์…. คุณครูคนนั้นเขาทำได้ไงอะ...

แล้ววันนี้ก็เหมือนเมื่อวาน ที่ปารย์ไม่อยากไปโรงเรียน
แต่ทำไมตอนกลับจากโรงเรียนก็เห็นหน้าบาน แสดงว่าอยู่โรงเรียนก็ไม่ได้ทุกข์อะไร
แต่ทำไมไม่อยากไปโรงเรียน
เมื่อเช้าเล่นบทไม่ยอมลุกจากที่นอน
จนแม่ต้องเช็ดตัว เช็ดฟันให้แทนการอาบน้ำ แปรงฟัน
แต่การเช็ดฟันหนะ ไม่ได้ช่วยให้กลิ่นปากที่ปารย์นอนน้ำลายบูดทั้งคืน ลดลงเลย
แล้วก็ยังแผลงฤทธิ์ ไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนอีกด้วย
กว่าจะใส่ชุดนักเรียนเสร็จ เล่นเอาแม่เหนื่อย
ฝนก็ตกด้วยสิ วันนี้กว่าคุณครูจะพาปารย์เข้าโรงเรียนได้ ปารย์อาจเปียกนะ(แม่เริ่มเป็นห่วง)
เมื่อวานคุณครูต้องแย่งปารย์ไปจากพ่อ ปารย์ถึงจะยอมไปอะ ไม่งั้นก็หนีไม่ยอมไปหาครู

พอเจ้าสีกุนเริ่มเลี้ยวเข้าโรงเรียน ฝนซาลงแล้ว
แต่แม่ยังลุ้นอยู่
เอะวันนี้ ครูผู้ชายมารับแฮะ
ครูคนนี้แม่ไม่รู้จักอะ ตอนประชุมผู้ปกครองครูคนนี้ก็ไม่ได้มาแนะนำตัวด้วยสิ
พอคุณครูชายคนนี้มารับ ปารย์ก็ยิ้มให้คุณครู
คุณครูอุ้มปารย์ลงจากรถ
คุณครูบอกปารย์ให้สวัสดีพ่อ ปารย์ก็ยกมือ สวัสดีครับ
คุณครูบอกปารย์ให้สวัสดีแม่ ปารย์ก็ยกมือ สวัสดีครับ
แล้วก็เดินตามครูไป
ปารย์เป็นเด็กว่าง่ายได้อย่างปาฏิหาริย์
คุณครูเขาทำได้ไงครับ.... ลูกปารย์

Tuesday, June 20, 2006

ปารย์ ไม่อยากไปโรงเรียน....

โอ้โห เช้านี้ปารย์ดื้อจัง เริ่มจากไม่ยอมอาบน้ำ จะออกไปเล่นข้างนอก ไม่ยอมแปรงฟัน กว่าแม่จะจับอาบน้ำ และแปรงฟันได้ มีหอบ.... พออาบน้ำเสร็จไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนอีก แต่จะใส่ชุดอื่น ทำไงดีหละ ก็โรงเรียนเขายังอยากให้นักเรียนอยู่ในชุดเหมือนๆ กันอยู่อะลูก แม่ไม่รู้จะทำไงดี เลยอุ้มขึ้นรถทั้งๆที่ใส่กางเกงในตัวเดียวอยู่เลย ยังดีนะที่พ่อจับใส่กางเกงในได้ อยู่ในรถก็พยายามกันหลายรอบ สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้เจ้าปารย์ไปถึงหน้าโรงเรียนในสภาพ เกือบจะเป็นชุดวันเกิด พอคุณครูมาเปิดประตูก็ทำเป็นนั่งเขียนหนังสือซะงั้น สุดท้ายคุณครูต้องช่วยแม่แต่งตัวปารย์ โดยมีพ่ออุ้มปารย์ไว้ พ่อแม่คนอื่นที่มาส่งลูกๆกัน เห็นแล้วก็ยิ้มๆ ขำๆ กับครอบครัวอลเวง ของเรา เอ่อ........ ปารย์จะเป็นงี้ไปอีกนานไหมเนี่ย

Saturday, June 17, 2006

วันไหว้ครู


วันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมาเป็นวันไหว้ครู ของโรงเรียนอนุบาลปานตะวัน
ก่อนหน้าสองวัน พ่อก็สังเกตเห็น บอร์ดโรงเรียนประกาศไว้แล้ว แต่ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า "ก็ดี"

แต่เรื่องไม่ง่ายเหมือน เจ้าหญิงในนิยาย (เรื่องอะไร นึกกันเอาเอง) พ่ออ่านสมุดบันทึกปารย์ของวันที่ 14 มิย. ปาไปจะสองทุ่มอยู่แล้ว เนื้อหาชัดเจนและจริงจัง "พรุ่งนี้เป็นวันไหว้ครูของโรงเรียน กรุณาเตรียมดอกไม้ ธูปเทียนให้น้องด้วยนะคะ ลงชื่อคุณครูเย็น" พ่อหันไปมองหน้าปารย์ ปารย์ก็งง มองทำไม สองทุ่มแล้วนะ บอลจะแข่งแล้วด้วย นั้นก็ที่พ่อห่วง!! "ปารย์ไปปั่นจักรยานกันไหม๊" พ่อเอ่ยปาก "ปั่นจักรยานเหรอ" เป็นสูตรสำเร็จของปารย์ที่จะตอบกลับการสนทนา ทำท่าเหมือนยังงง!! คงนึกพ่อพูดผิดหรือเปล่าว๊า มันต้อง ขึ้นข้างบนกันไหม๊ ซิ แต่ก็นั่งอยู่ไม่ได้นาน เพราะพ่อ คว้าจักรยานออกนอกบ้าน เรียบร้อยแล้ว

เราเริ่มจากสวนที่ใกล้ที่สุด ในซอยด้านใน อะฮา มีดอกเข็ม สีแดงข้างรั่ว ดอกเดียวพอไหม๊ปารย์ เราลองปั่นไปที่สนามเด็กเล่นกันนะ เผื่อมีดอกไม้ ออกหัวค่ำ พ่อบอกปารย์ โดยมีคำตอบอะไรออกมาหนึ่งชุด แฮะพ่อฟังไม่รู้เรื่อง ยังมีคนวิ่งอยู่ คนสองคน สลัวมากแล้ว คือไม่มีแสงอาทิตย์แล้ว พ่อแว๊บเห็นดอกอะไรสักอย่าง สีชมพูสวยเชียว แต่ดูท่ามันน่าจะเหี่ยวง่ายนะ เลือกเอาที่มันเป็นตูมๆ หน่อยนะ คิดถึงแม่ปารย์ขึ้นมาอย่างแรง แม่คงทำให้ปารย์ได้ดีกว่าพ่อแน่ๆ ไม่เป็นไร เอาใหม่ปีหน้า

เหลือธูปกับเทียน ที่บ้านคงมี เอาปารย์ไปนอนก่อนนะ ปารย์เข้าใจว่าพ่อจะกินดอกไม้เป็นมื้อเย็น พยายามจะช่วยล้าง ช่วยเด็ด เหมือนล้างผัก เบรคกันจนเคืองไปหลายรอบ กว่าจะได้นอน พ่อแอบย่องไปหาธูปเทียนชั้นสาม แอ๊ ไม่มีเทียนแหะ อ้อ เทียนแพไหวไม่ พอได้ โอเค พรุ่งนี้ปารย์มีทุกอย่างครบแล้ว พ่อก็ไปดูบอลต่อ

หมายเหตุ นึกว่ากล้องถ่ายรูปอยู่บ้านยาย เลยไม่มีรูปชุดไหว้ครูของปารย์ มาอวดเลย

Sunday, June 11, 2006

ดนตรีในสวนธนฯ ... โดยบังเอิญ

พ่อ กับแม่เนี่ยชอบไปดูดนตรีในสวนกันมาก ดูมาตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน จนแต่งงานแล้ว จนมีลูก และแน่นอนก็ต้องพาลูกไปดูด้วย บรรยากาศมันดีมากเลยอะ เพลงเพราะๆ ในสวนสวยๆของกรุงเทพมหานคร คนไม่เยอะมากนัก และก็ฟรีด้วย ชอบๆ สวนที่เรามักไปดูดนตรีกันก็สวนลุม นั่นแหละ แต่ดูดนตรีในสวนตามหัวข้อของวันนี้ไม่ใช่ที่สวนลุมนะ เป็นสวนธนบุรีรมย์ สวนสาธรณะขนาดย่อมๆ ที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุด ที่ว่าโดยบังเอิญก็เพราะว่า พ่อกับแม่กะพาปารย์ไปเดินเล่นในสวนเท่านั้นเอง เพราะถ้าอยู่บ้าน ปารย์ก็จะพยายามจูงมือพ่ออกจากบ้านอยู่เกือบตลอดเวลา เลยพาไปเดินเล่นไกลๆไปซะเลยดีกว่า

เดินไปเห็นเวทีเข้า เลยต้องรอดูสักหน่อยว่าใครมาแสดงบ้าง ปารย์ก็แสดงท่าทีสนใจมากด้วยการเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหน้าสุด แล้วพ่อก็หันหน้ามาบอกแม่ด้วยใบหน้าตื่นเต้นว่า หนึ่งในนักร้องวันนี้เป็นอี๊ด ฟุตบาท ideal man ที่สร้างครอบครัวด้วยเสียงดนตรี กับลูกสาวสองคนที่เล่นดนตรีได้ดั่งใจพ่อ

แต่การดูดนตรีของเราวันนี้ก็มีอุปสรรคเหมือนกันนะ ก็ฟ้าฝนที่ไม่ค่อยจะเป็นใจในฤดูนี้แหละที่ตกซะหนักเลย ต้องหยุดรอให้ฝนหายถึงจะเริ่มเล่นกันใหม่ได้ แต่ก็คุ้มที่รอดูนะ เพราะปารย์ดูด้วยความสนใจมาก พี่น้องสองสาวเล่นเพลงที่ไปประกวดชนะเลิศที่สวิตเซอร์แลนด์มาด้วย คุ้มจริงๆ แม่กับพ่อ และน้า น้าของปารย์ อยากให้ปารย์รัก และเล่นดนตรี ปายจะได้เป็นคนที่มีจังหวะไง เนี่ยพ่อหมายมั่นปั้นมือแล้วนะว่าอยากให้ปารย์เล่นไวโอลิน