Tuesday, October 24, 2006

ปารย์อยู่กับน้าปุ๊ย

ชีวิตช่วงปิดเทอมกับน้าปุ๋ยของปารย์ดูจะราบรื่นกว่าที่แม่คาดคิด
น้าปุ๋ยเล่าให้แม่ฟังว่า....

ที่ตอนแรกน้าปุ๋ยบอกว่าจะดูแลปารย์ให้ประมาณ 2 อาทิตย์เท่านั้น พอหลังจาก 2 อาทิตย์น้าปุ๋ยก็ให้ปารย์ปารย์อยู่ต่อจนกว่าจะเปิดเทอม น้าปุ๋ยบอกว่า
1. ไม่แน่ใจว่ากลางคืนปารย์จะร้องไม่ยอมนอนหรือเปล่า
2. ฉันชอบเลี้ยงตามวิธีของฉัน ตอนแรกไม่แน่ว่าผู้ใหญ่จะยุ่งหรือเปล่า ฉันหงุดหงิด

แต่มันกลายเป็นว่า

1. ปารย์นอนได้แม้ละเมอร้องบ้างพูดบ้างบ่อยๆ แต่ไม่มีปัญหาอะไร
2. ผู้ใหญ่เอาแต่นอนกับสูบยา ฉันเลยไม่ได้หงุดหงิดอะไร

ฉันเลี้ยงได้สบายมากไม่ต้องเป็นห่วง วันนั้นเห็นพี่ต้อยแปรงฟันให้ปารย์แล้วก็แอบดีใจ เออ! ดีนะที่ฉันรับเลี้ยง ไม่งั้นปารย์อาจตัวไม่ค่อยหอม และฟันผุได้ (ขอแอบว่าหน่อยก็แล้วกันคืออาบน้ำให้ตัวเองกับให้ลูกมันควรจะต่างกันนะ แล้วยังเอาน้ำในแทงก์ให้ปารย์บ้วนปากอีกแปรงฟันอีก มันไม่ค่อยสะอาดหนะ ป่านนี้พี่ต้อยจามแล้ว มีคนนินทา)

เล่ากิจวัตรประจำวันให้ฟังเพลินๆ
- ตื่นประมาณ 6 โมงครึ่ง นอนกลิ้งไปกลิ้งมาเล่นๆ จน 7 โมงแล้วลงมาข้างล่าง
- กินนม
- แช่น้ำอุ่นในกะละมังพร้อมจระเข้ 2 ตัว สระผม (ทุกเช้า) ฟอกสบู่ (ปารย์ฟอกให้จระเข้ด้วย) แช่น้ำอีกสักพัก แล้วแปรงฟันโชว์จระเข้แบบหมดจดทุกซี่ แปรงลิ้นด้วย
- บางวันไปตลาด เสร็จแล้วกินข้าว (ข้าวกล้อง) มีผักทุกมื้อ ปารย์ชอบ เต้าหู้ไข่ทรงเครื่อง (น้ำราดมีแครอท บร็อคโคลี เห็ด)
- เล่นกับ พี่กานต์ ดูนีโม
- กลางวันเป็นพวกขนมปัง ยาคูลย์ อื่นๆ แล้วแต่ (แต่กินไม่มากเพราะปารยืกินข้าวนานเป็นชั่วโมง อาหารเช้ากับกลางวันมันเลยห่างกันไม่นาน)
- บ่ายโมง – บ่ายครึ่ง กินนม นอนประมาณ 1 -2 ชั่วโมง
- ตื่นมากิน ขนมปังกรอบน้ำส้มคั้น
- เล่นกับกานต์ ระบายสี
- กินข้าวเย็นประมาณ 5 โมง – 5 โมงครึ่ง กว่าจะอิ่มเกือบทุ่ม
- พักท้อง กินผลไม้
- อาบน้ำฝักบัว แปรงฟัน
- ยายเลี้ยงต่อ (พอยายมา ปารย์ก็เกาะเจ ฉันกลายเป็นหมาหัวเน่า)
- หลับอยู่ข้างล่างประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง ฉันค่อยลงมาอุ้มขึ้นข้างบน

ชีวิตก็ประมาณนี้ทุกวัน ของหวานพยายามให้กินน้อย ก็มีไอติมบ้าง บางวัน
โดนตีไป 2 ที ที่ขา 1 ที เพราะเหยียบกล่อง CD อีกทีที่มือ เพราะชกหน้าฉันเต็มๆ ยังเจ็บดั้งจมูกอยู่เลย น้าปุ๋ยถ่าย VDO ไว้ให้แม่ดูด้วย
แม่ดูแล้ว สนุกมาก ปารย์ดูมีความสุขนะ ร้องเพลงไประบายสีไป


เอเปิดเทอมปารย์จะยอมกลับมาอยู่กับแม่ไหมเนี่ย

Monday, October 16, 2006

บางแสน!!!!



พ่อมีกำหนดจะเข้า ไปปรึกษากับ อาจารย์ที่ปรึกษา วิทยานิพนธ์(โครงการระยะยาวววววว) เมื่อวาน (15 ตุลา 49) ตั้งใจว่าจะชวนปารย์ไปเดินเล่น ชมทะเลตามประสาพ่อลูก(เวลาแม่ไม่อยู่) ด้วยอารมณ์คิดถึงปารย์ ไม่เจอกันสัปดาห์หนึ่ง อยากเอาใจเป็นพิเศษ

แฮะ! ไม่เป็นตามคาด ยายบอกว่าจะนั่งกันไปยังไง ไหนจะง่วงนอน ไหนจะซน ว่านั่งเป็นเพื่อนไป พ่อเห็นว่าสงสัยไม่เป็นไปตามแผน แต่ก็ไม่มีเหตุผลจะไปแย้ง ก็ไม่ว่าอะไร เช้าวันเดินทาง ฮาๆ มีพี่กานต์ ยายพี่กานต์ ตาพี่กานต์ อ้อ แม่พี่กานต์ด้วย กี่คนละ นับไม่ถูกเลย อบอุ่นมาก

เค้าไปเที่ยวดูปลา ที่สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลกัน พ่อเสร็จจากปรึกษาอาจารย์ ก็เลยชวนไปเที่ยวทะเลกัน พี่กานต์ตื่นเต้น มาก หาที่ลงที่หาดวนากร ได้ก็มีพี่กานต์คนเดียวที่กระโดดลงทะเล พ่อพยายามกระตุ้นน้องปารย์ ให้ไปเล่นน้ำทะเล "ตกน้ำไม่เอา" ปารย์บอกคงเป็นเพราะ พ่อกับแม่ทำงานในทะเลนาน เลือดเบื่อทะเล คงไหลวนอยู่ในปารย์ด้วยพอสมควร เห็นว่ายุไม่ขึ้นแน่ แล้ว พ่อเลยเอา สีน้ำ กับพู่กันมาให้เล่น ด้วยเพราะความเป็นศิลปินของพ่อ นึกว่ามีสีและพู่กัน ก็พอ ปารย์นั่งมองหน้าพ่อ จะให้วาดในอากาศ เหรอพ่อ คงคิดในใจ แฮะ! พ่อไม่มีกระดาษให้ปารย์ เลยต้องสละ หน้าหลังร่างวิทยานิพนธ์ให้ 1 แผ่น วาดได้สักพัก หมดอีก ฉีกกระดาษห่อถั่วให้ปารย์ วาดได้อีกพักหนึ่ง อารมณ์ศิลปินกำลังมา อย่าให้ขัดใจ

แต่ที่แน่ๆ ดูปารย์มีความสุข กับการเอา พู่กันจุ่มสี ล้างน้ำด้วย ค่อยๆตวัด อย่างตั้งใจ และมีความสุข โดยมียายกับพ่อเป็นผู้ช่วย และพี่กานต์เป็นคนคอย แย่งสีในจานสี เอ้อ หวังว่าปารย์จะชอบไปอีกหลายวัน

Wednesday, October 11, 2006

ออกพรรษา อีกหน่อย!




บรรยายกาศบ้านที่ แก่งกระจานคันทรีรีสอร์ทคลับ ค่อนข้างดีมาก อยู่ในหุบเขา ห่างไกลความเจริญ ห่างไกลผู้คน เหมาะที่จะเติมแบตเตอรี แก่ผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง อย่างยิ่ง ดูปารย์เอง ก็คงจะมีความสุข

อยู่ท่ามกลางญาติ (รวมญาติฝ่ายแม่ กันเลยทีเดียว) ถึงแม้ เน้นกิจกรรมที่ปารย์ ไม่ค่อยถนัด เช่น เตะฟุตบอล ร้องคาราโอเกะ และ เล่น ...เอ้อ รำพัด ปารย์ก็หาอะไรเล่นเองได้ อย่างไม่เคอะเขิน

Tuesday, October 10, 2006

วันออกพรรษา!!



ช่วงปารย์ยังปิดเทอมอยู่ คงเป็นช่วงที่ปารย์สนุกสนาน กับการมีคนเอาใจ อยู่บ้านยาย
วันศุกร์ ก่อนออกพรรษา พ่อไปเยี่ยม พร้อมกับ เป็นพลขับพายาย และน้าปุ๊ก ไปเที่ยว แก่งกระจาน
ดีว่าพ่อ เตรียมเอาเจ้า Ique M3 ไปช่วยนำทางด้วย ไม่่งั๊น เหอะๆ เค้าไป แก่งกระจานคันทรีรีสอร์ทคลับ กันครับ โอเค มันอยู่ไหน ล่ะ กว่าจะถึง M3 บอกได้แต่ทางขรุขระ เค้าตัดทางใหม่กันแล้ว ก็ไม่ยักพาไป

หลังจากเข้าที่พัก ก็เที่ยวเตร็ดเตร ไปเขื่อนดินแก่งกระจาน ดูน้ำเยอะมาก รูปน้ำไปไหนแล้ว น้ำไหนแล้ว!

Saturday, September 30, 2006

ปิดเทอม!!


หลังจากปารย์ต้องทดสอบความรู้ ความสามารถ กันครบ 3 วัน (เตรียมอนุบาล เนี้ยะนะ) วันศุกร์ โรงเรียนก็จัดเลี้ยงรับวันปิดเทอมกัน โดยแม่ปารย์ลงแรง จัดการกับสมเช้ง ให้ดูสวยงาม น่ากิน เพื่อปารย์จะได้เอาไปร่วมงานเลี้ยงส่ง ตกเย็นปารย์เอาขนมอะไรไม่รู้มาแบ่งพ่อ เยอะแยะไปหมด แม่บอกว่าเป็นของจากงานเลี้ยง (มีตุนกลับมาเผื่อพ่อ ตั้งแต่เตรียมอนุบาลเลย)

ช่วงปิดเทอม แม่ต้องไปทำงาน ออกเรือที่ทะเลซูลู (ไม่รู้จะรอดเจ้าพายุช้างสาร ไม่น๊อ) พ่อกับแม่ ปรึกษากันไม่ลงตัวซะที ว่าปารย์ควรจะทำกิจกรรมอะไร ช่วงปิดเทอม ทางเลือกก็คือ เข้าร่วมกิจกรรม October fun clamp ที่โรงเรียนจัด แพง! อีกทางก็คือให้บ้านไปนั่งเล่น นอนเล่น กินเล่น และเล่นกับเพื่อนที่บ้านเด็ก อันนี้ดี คือถูกดี แต่ปารย์คงเอาแต่ใจน่าดูชม ตอนกลับไปเข้าโรงเรียน ก่อนวันสุดท้าย น้าปุ๋ยก็เสนอทางเลือกให้อีก โดยให้ปารย์ไปอยู่บ้านยาย ที่บางพลัด แรกๆก็ดูไม่น่าเป็นที่สนใจ เท่าไรเพราะกลัวปารย์จะไป ก่อกวน จนญาติๆ จะอยู่กันไม่สุข แต่เมื่อปรึกษา ถก บรรยาย อภิปราย กันอยู่ สองคนคือ พ่อกับแม่ เพราะปารย์ไม่สนใจ สรุปได้ความว่า ปารย์จะย้ายบ้านชั่วคราว 2 สัปดาห์ไปอยู่กลับน้าปุ๋ย น้าปุ๊ก น้าเอ๋ ยาย และอีกหลายคน (มั๊ง) เพื่อให้พ่อใช้ชีวิตนักศึกษา โสด เต็มรูปแบบ (จำเป็นไหม๊ ยิ้มกรุ้มกริ่มเล็กน้อย แต่พองาม มาก) พ่อเลยจำใจ รีบพาปารย์ไปตั้งแต่วันเสาร์เลย (โทษทีวันแรกของช่วงปิดเทอมเลย ด้วยความอาลัยมาก) หลังจาก เราไปส่งแม่ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ (แม่ปารย์ อินเทรน มาก อยากไปรอกระเป๋า ที่ล่าช้า เพื่อว่าจะมีน้องทหารช่วยขน)

พ่อวางแผนว่าจะ หาไมค์ ไปคุยกับปารย์ช่วงกลางวัน โดย Skype ทุกวันเอานะปารย์นะ

Thursday, September 28, 2006

ปารย์กลับมาแล้ว!!!

หลังจากที่ปารย์ไม่สบาย มีไข้ เพราะ ไอติมอักเสบ!! คือรับไอติมเกินที่ ทอนซิลจะทนได้ ก็เลยอักเสบ ร่วมเวลาก็กว่า 1 สัปดาห์ พ่อกับแม่ก็ต้องประคบประหงม กันตามระเบียบปฏิบัติ
หลังจากไข้ และอาการอื่นๆ หายไป ก็เหลือแต่อาการข้างเคียง คือเอาแต่ใจ ประเภทหมอห้ามขัดใจ คืนก่อน พ่อกับแม่ เลยปล่อยให้ปารย์ เต้นแร็บประกอบคำร้อง ของตัวเองอยู่นานมาก โดยสาเหตุ ก็แค่ต้องการให้พ่ออุ้มไปข้างนอก ง่วงเกินเหตุ จนหลงประเด็น ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร สุดท้ายพ่อทนไม่ไหวต้องโอ๋ กันอีก พ่อถึงกับเครียดอยู่นาน แต่หลังจากวันนั้น อาการข้างเคียงก็ค่อยๆ หายไป จนปารย์คนที่น่ารัก คนเดิมกลับมา พ่อดีใจจัง!!

Monday, September 18, 2006

ดูวัว + ขี่ม้า ตามประสาเด็กๆ

ก๊วนประมงของแม่ได้ฤกษ์พาเด็กไปเที่ยวกัน เป้าหมายแรกคือไปขี่ม้าที่ค่ายอดิศร แต่ต้องผิดหวังเล็กน้อยเพราะพอไปถึงเจ้าหน้าที่บอกว่าหมดเวลาแล้วครับ ถ้าจะขี่ม้าต้องมาจองม้าตั้งแต่ 07:30 ฮึฮึ ตอนนั้นเราเพิ่งออกจากบ้านกันเอง พวกเราเลยทำได้แค่พาเด็กไปดูเขาอาบน้ำม้า และดูม้าในคอก อย่างใกล้ชิด

เป้าหมายต่อไป ฟาร์มโชคชัย ละกัน ด้วยว่าเราไปกันวันอาทิตย์คนไปเที่ยวฟาร์มกันเยอะแยะไปหมด เราได้ตั๋วของรอบบ่ายสาม แหนะเลยละเลียดกินกลางวันกันที่ร้านเดรี่ควีนส์ ปากทางเข้าเขาใหญ่

ท่ามกลางสายฝนอ่อยๆ ก๊วนเราเริ่มต้นด้วยการฟังประวัติศาสตร์ฟารม์โชคชัย ต่อด้วยรีดนมวัว อาเจี้ยงพ่ออน้องหนุน เป็นอาสาสมัครเข้าไปรีดนมวัวด้วยวิธีโบราณด้วย สงสารวัวจัง



ต่อด้วยแนะนำการทำไอศครีม อึม !!! มิ้ว ให้ลองชิมนิดหนึง อร่อยดี แล้วก็ไปดูโชว์คาวบอยกัน ในบริเวณนี้มีบริการนั่งรถมา และขี่ม้าสำหรับผู้ใหญ่ด้วย แม่จ่ายไป 100 บาท ให้ปารย์ แม่ ยาย และ พ่อ นั่งรถม้ารอบเล็กๆ 1 รอบ ดูปารย์สนุกสนานมาก ถ้าไม่สนุกแม่เสียดายแย่ ตั้งร้อยหนึง






ส่วนอาโย่งได้ขี่ม้าร้อบเล็กๆอีกเหมือนกัน ไป 1 รอบ (40 บาท) อาโย่งขี่ม้านี่เล่นเอาน้องหนุนน้ำตาไหลพราก เพราะอยากขี่บ้าง และอาเปิ้ลน้ำลายไหลย้อย เพราะอดขี่ เนื่องจากพี่ปิ๊งๆ ไม่อนุญาต พี่ปิ๊ง กลัวแม่ตกม้าอะค่ะ สงสารอาเปิ้ลจังอุตส่าห์เป็นคนชวนมา trip นี้เพราะอยากขี่ม้า แต่เพื่อลูกแม่ยอมได้...

แวะดูการแสดงการฝึกสุนัขของฟาร์มพักหนึ่ง อันที่จริงระหว่างทางเจ้าหน้าที่ของฟาร์มก็ชี้ชวนดูโน่นนี่ในฟาร์มตั้งเยอะแต่จำได้ไม่หมด มันกว้างจัง

ถัดมาเป็นส่วนสวนสัตว์เด็ก และขี่ม้าสำหรับเด็ก ครานี้เป็นทีของน้องหนุน เพราะเธอขอขี่ม้ามาตั้งแต่ตอนอยู่บ้าน เลยขี่ซะสมใจอยาก คาดว่ามากกว่า 10 รอบ ก็รอบละไม่เท่าไร 30 บาทเอง พ่อแม่กระเป๋าเบาไปเลย ลูกปารย์ขี่ไป 1 รอบ ดูก็ชอบอยู่นะ แต่ก็เกร็งๆ เล็กน้อยเวลาอยู่บนหลังม้า ปารย์อาจจะสนุกกับการให้นมลูกวัว และให้อาหารสัตว์ในสวนสัตว์เด็กมากกว่า ที่ยอมขี่ม้านี่ก็มาจากการผลักดันของยายหนะแหละ






ปิดท้ายด้วยการแสดงความสามารถของสัตว์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสุนัข สนุกดีเหมือนกัน ดูแล้วก็คุ้มกับค่าเข้า 250 บาทอยู่หรอก ปารย์ก็ได้ประสบการณ์ตรงตั้งหลายอย่างด้วย

Wednesday, September 13, 2006

รองเท้าเป็ด

อาทิตย์ที่แล้วไปเดินหาซื้อหมวกจักรยานที่เซ็นทรัลให้พ่อปารย์กัน แต่บังเอิญเดินผ่านส่วนขายรองเท้าเด็ก และกำลังลดราคาอยู่ เลยตัดสินใจอนุญาติให้ปารย์เลือก รองเท้าเอง 1 คู่ แต่พอปารย์เลือกแม่ถึงกับหงายหลัง ไม่ใช่ว่าเพราะราคาหรอกนะ แต่มันเป็นรองเท้าส้นสูงสีชมพูอะ ปารย์คงยังไม่เข้าใจว่าทำไมแม่กับพ่อถึงได้หัวเราะกันขนาดนั้น และคงยังไม่รู้ว่า สีบางสี และของบางอย่างเหมาะถูกคิดขึ้นมาให้เหมาะกับเฉพาะเพศ เฉพาะบุคคล แม่ค่อยๆสอนไปละกันนะ

สุดท้ายหวานล้อมกันอยู่นาน ปารย์ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นรองเท้า สีแดง+น้ำเงิน ที่สามารถใส่ได้ทั้งสองเพศ เออ!! ค่อยยังชั่ว ปารย์เรียกรองเท้าคู่นี้ว่ารองเท้าเป็ด (มีรูปเป็ดอยู่กลางหลังเท้า)

ตั้งแต่ได้รองเท้าเป็ดมาเลยลืมไปเลยว่าไปโรงเรียนต้องใส่รองเท้านักเรียน จะใส่แต่รองเท้าเป็ดเท่านั้นคู่อื่นไม่ยอมใส่ ตอนนี้ปารย์ใส่รองเท่าเป็ดได้คล่องมากทั้งใส่ทั้งถอด ไม่ต้องให้แม่ช่วยเลย

Friday, September 01, 2006

บ้านปารย์ ver 2



หลังจากบ้านปารย์ ver1 ที่สร้างมาตั้งแต่ปารย์เริ่มคลานคล่อง และโดนแก๊งเพื่อนปารย์ในซอยยำซะบอบช้ำ แม่กับปารย์เลยช่วยกันซ่อมแซมบ้านหลังเก่าโดยการเปลี่ยนชิ้นส่วนบางส่วน ชิ้นส่วนนี้แม่ได้อานิสงมาจากการซื้อตู้เย็นใหม่ของ office



บ้าน ver2 นี้ปารย์โตพอจะช่วยแม่ทำได้แล้ว เราเลยสนุกกันใหญ่



อยากเอา รูปบ้าน Ver1 มาแปะไว้ด้วย แต่แม่หาไม่เจอซะที ไม่รู้เอารูปเก่าๆ ไปเก็บไว้ไหน


สำเร็จแบบไม่มีสีสันอีกแล้ว

Monday, August 28, 2006

เที่ยว เที่ยว เที่ยว


เมื่อวันที่ 27 ส.ค.แม่รวมแก๊ง เพื่อนประมงไปเที่ยวบ้านอาตุ๊กเพื่อนประมงของแม่อีกคน ที่คลองพระรามกัน คงมีเพื่อนประมงน้อยคนที่รู้ว่าตุ๊กอาศัยอยู่ในบ้านเรือนไทย ราคาเรือนหลายล้าน ตั้งอยู่กลางป่าจาก และนากุ้งธรรมชาติ ที่ดูเป็นการเลี้ยงกุ้งแบบยั่งยืนจริงๆ งานนี้นอกจากได้เที่ยวบ้านเรือนไทยของอาตุ๊กแล้ว ยังได้นั่งเรือ (บ้านอาตุ๊กใช้ทางเรือได้อย่างเดียว) และได้เที่ยววัดสาขลาด้วย

ตอนไปบ้านอาตุ๊กนี่ บรรดาแม่ๆต่างก็หวาดเสียวว่าลูกจะวิ่งไปชนกระถางต้นไม้ลายคราม หรือ ถ้วยเบญจรงค์ราคาแพงของเขาบ้างหรือเปล่า ก็มันแพงอะดิ กลัวไม่มีปัญญาใช้เขา และประทับใจมากกับวิถีไทย รวมทั้งการทำบุญเลี้ยงพระแบบปราณีต ที่ทำอาหารทุกอย่างเองแม้กระทั่งขนมหม้อแกง เม็ดขนุน และอากาศเย็นสบายที่บ้านตุ๊ก เสียดายแม่ลืมเอากล้องไป แต่ที่น่าเสียดายกว่าคือกล้องอาเจี้ยง ตกน้ำ ไม่รู้จะกู้กลับมาได้เปล่า

ภาพนี้ลูกปารย์ขี่สิงโตที่วัดสาขลา



ส่วนภาพนี้บรรดาแม่ แม่ พยายามให้สามหน่ออันประกอบด้วย พี่ปิ้ง ปิ้ง น้องขนุน และลูกปารย์ ถ่ายภาพหมู่แบบนั่งเรียงกันเรียบร้อย แต่ได้แค่เนี่ยแหละเรียบร้อยสุดแล้ว



สองภาพหลังนี่ตั้งแต่ 20 ส.ค. พ่อปารย์เอาวิทยานิพนธ์ไปให้อาจารย์ดู แม่กับปารย์ กับยายเลยเป็นผู้ติดตามไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกัน ปารย์สนุกสนานมากกันการดูกุ้ง หอย ปู ปลา และกินเงาะ

Friday, August 25, 2006

วัน นอนไม่หลับ

ตอนเย็นยังเล่นทำกล่องใส่บัตรคำกันอยู่เลย แต่พอจะนอนปารย์เริ่มงอแง และร้องไห้ตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึงตี 1 ปลอบเท่าไรก็ไม่หยุด จะออกนอกห้อง จะออกนอกบ้าน สุดท้ายแม่เลยต้องเดินอุ้มปารย์เดินตากยุงอยู่นอกบ้านจนหลับไป เหนื่อย และง่วงหนะไม่เท่าไรหรอก แต่กลัวปารย์เป็นอะไรไป ร้องซะขนาดนั้น ไม่พูดไม่บอกสักอย่าง เอาแต่ร้อง เล่นเอาแม่เครียด เดาไปต่างๆนานา ถึงสาเหตุ พ่อก็ไม่อยู่ด้วย ไม่คนคอยปรึกษานี่มันแย่จัง วันนี้ปารย์จะเป็นไงบ้างนะ

Tuesday, August 22, 2006

วัน ซึม ซึม

เมื่อวานปารย์ซึมไป ไม่พูดไม่จา นั่งข้างๆแม่ และเดินตามแม่ตลอด ถามปารย์ว่าง่วงไหม ปารย์ไม่พูดอะไรแต่เดินมานอนหนุนตักแม่ นอนเฉยๆ ไม่หลับตา แม่ไม่ค่อยสบายใจเลย ไม่รู้ว่าปารย์เป็นอะไร ตัวก็ไม่ร้อน แต่รู้สึกได้ว่าไม่ปกติ จนกระทั่งพ่อกลับมาปารย์ค่อยร่าเริงขึ้นหน่อย ลุกขึ้นมาช่วยแม่ทำบ้านกล่อง แม่ค่อยสบายใจขึ้น
ปารย์น่ารักมากเวลามีกิจกรรมประดิษฐ์ ด้วยกัน เช่นพอแม่ใช้เทปกาว ปารย์ก็จะส่งกรรไกรให้ สำหรับตัดเมื่อใช้พอแล้ว พอแม่วาดวงกลมลงบนบ้านกล่องปารย์ก็ส่งคัทเตอร์ให้แม่มาเจาะวงกลมนั้น พอแม่เลื่อยท่อนกระดาษ ปารย์ก็จะคอยจับอีกด้านเอาไว้ ทำให้แม่เลื่อยได้ง่ายขึ้น เรียกว่ารู้ใจไปหมดโดยไม่ต้องพูด ปารย์เรียนรู้จากการดูว่าเมื่อแม่ทำอย่างนี้ต่อไปต้องทำอะไร ต้องใช้อะไร น่าจะเรียกว่าเป็นเด็กมีความสามารถในการสังเกตได้ไหมนะ
วันนี้ลืม copy รูปมาไว้วันหน้าค่อยเอารูปบ้านกล่อง ฉบับปรับปรุงมาให้ดูกัน

Tuesday, August 15, 2006

ต่อจุดระบายสี





ด้วยวัย 2 ขวบ 8 เดือน ฝีมือปารย์ในการต่อจุด ระบายสีกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ

วันแม่ ปี49


ปารย์ กับแม่ได้ขึ้นเวทีด้วยกันในฐานะที่เป็นตัวแทน แม่ลูก ห้องสับปะรด ปารย์กราบแม่ แล้วก็เอาพวงมาลัยดอกมาลิมาให้แม่ด้วย แม่ดีใจจัง หอมปารย์ไปฟอดใหญ่ๆ อะนะก็มันเป็นวันแม่ครั้งแรกที่แม่กับลูกปฏิบัติกันแบบพิธีการจริงๆ (อันนี้ยังไม่มีรูปมาให้ดู น้าปุ๋ยช่วยถ่ายVDO ไว้ให้แต่แม่ยังทำไม่เป็นไม่รู้จะดึงเป็นรูปออกมายังไง) ปารย์ทำอย่างนี้ก็ทำให้แม่นึกยายของปารย์ วันเสาร์เราเลยได้เอาพวงมาลัยดอกมะลิให้ยายปารย์ด้วย ครูเย็นบอกว่าปารย์แสดงฝีมือระบายสีในการ์ดให้แม่เองด้วยนะ


หลังจากกิจกรรมกราบแม่ก็มาถึงกิจกรรมบนเวทีของห้องสับปะรด การแสดงเต้นประกอบเพลง “ใครหนอ” แม่หนะโฆษณาชวนเชื่อน้าปุ๋ยไว้ซะเยอะเลยว่าปารย์เต้นสะบัดเลยตอนเต้นให้แม่ดูที่บ้าน น้าปุ๋ยก็ตั้งใจมากกะจะถ่าน VDO ไว้ให้ น้า ๆ ยาย ตา และ ทวดได้ดูกัน

แต่อะนะ ก็มันง่วงอะแม่ แล้วแม่ก็ดันจูงปารย์ลงจากเวที เอาปารย์มาทิ้งไว้กับเพื่อนๆอีก ปารย์ก็เลยนั่งร้องไห้ เดินร้องไห้ แล้วก็ขึ้นไปยืนร้องไห้บนเวทีร้องไห้ต่ออีก แม่เห็นก็อดสงสารไม่ได้เข้าไปหาปารย์เลยกอดแม่แน่นไม่ยอมเต้นเลย เป็นอันว่างานนี้ไม่มีภาพปารย์เต้นเพลงใครหนอกับเพื่อนๆ น้าปุ๋ยบอกแม่ไม่น่าเดินไปหาเลย อย่างนี้ปารย์ก็เสียความมั่นใจหมด อะนะ แม่มันมือใหม่ ไม่รู้ควรทำไง เอาไว้งานหน้าละกันนะลูก แม่คงได้เห็นการแสดงของปารย์บนเวทีบ้างสักวัน



จบการแสดงของเด็กๆ ครบทุกห้องก็เป็นกิจกรรมผู้ปกครองอาสา แม่ก็อาสาไว้ว่า จะสอนเด็กๆปั้นดินน้ำมันสัตว์ทะเล พ่อบอกวันแม่ปีนี้แม่ปารย์ตื่นเต้นที่สุดในโรงเรียน ก็อาจจะจริง แม่ซ้อมปั้น และเตรียม model ไว้ซะหลายชิ้น แต่เด็กก็คือเด็ก คาดเดายากจัง หลายคนสนใจกิจกรรมดินน้ำมันของแม่ และหลายคนก็สนใจแต่จะทำลาย model ดินน้ำมันของแม่ ปารย์ไม่เคยทำลายตัวสัตว์ที่แม่ปั้นให้เลย แม่เลยอึ้งไปเมื่อเห็นเด็กๆ บี้ประหลาดาว ดึงหนวดหมึกให้ขาด ดึงขาเต่า อือๆ กว่าแม่จะสอนปั้นเสร็จ model ที่แม่เตรียมไปมันก็เละซะแล้ววววว

Tuesday, August 08, 2006

โชว์บ้าน version ใหม่

ช่วงนี้พ่อ เบลอๆ ไม่รู้จะ update อะไรให้ปารย์ดี
ขนาด ปารย์ ขาบวม เป่ง ยัง งงๆ ว่าไปโดนอะไรมา
เออ น่าจะถ่ายรูปเก็บไว้บ้างก็ดี ปารย์ขาใหญ่!!

เอาบ้านมาโชว์ใหม่ เปล่าไม่ใช่ บ้านใหม่ แต่เป็นรูปใหม่จาก google map

โชว์บ้าน version ใหม่

ช่วงนี้พ่อ เบลอๆ ไม่รู้จะ update อะไรให้ปารย์ดี
ขนาด ปารย์ ขาบวม เป่ง ยัง งงๆ ว่าไปโดนอะไรมา
เออ น่าจะถ่ายรูปเก็บไว้บ้างก็ดี ปารย์ขาใหญ่!!

เอาบ้านมาโชว์ใหม่ เปล่าไม่ใช่ บ้านใหม่ แต่เป็นรูปใหม่จาก google map

Friday, August 04, 2006

เขียน และ ขุด






กิจกรรมสุดโปรด อีกแหละ ขีด ขีด เขียนๆ และขุดกระดูกไดโนเสาร์

ปารย์ ที่สนามเด็กเล่นโรงเรียน



แม่แวะไปคุยเรื่องแบบเรียนของปารย์ที่โรงเรียนในวันเสาร์ ปารย์เลยได้โอกาสไปเล่นสนามเด็กเล่นแบบไม่มีเด็กคนอื่น

นักพากย์น้อย



หนึ่งในกิจกรรมสุดโปรด ของลูกปารย์ก็การเป็นนักพากย์นี่แหละนะ ถ้ามีตุ๊กตาสิ่งมีชีวิตอยู่ในมือเมื่อไร ก็เมื่อนั้นแหละ พูดไปหัวเราะไป เอิกอ๊าก อยู่คนเดียว เสียดายที่ปารย์ไม่ยอมพูดให้แม่เข้าใจเลยดิ

Thursday, August 03, 2006

ถึงคราวแม่ปวดหัว บ้างหละ

เริ่มต้นจาก web board ที่บรรดาพ่อแม่ชอบเข้ามาปรึกษาหารือกัน ว่าโรงเรียนที่แม่สู้อุตส่าห์เลือกด้วยความพิถีพิถันนั้นไม่ได้ดีอย่างที่แม่คิด ตอนนี้ครูใหญ่ลาออกไปแล้ว ครูพละ 2 คนลาออกไปอีก แม่บางคนให้ความเห็นว่าที่นี่มีปัญหาเรื่องขาดบุคลากร ครูอยู่ไม่นานก็ลาออกไป ตอนนี้เจ้าของโรงเรียนมาเป็นครูใหญ่เอง เอะจะดีไหมนะ


แม่ก็คิดแล้วคิดอีก ปรึกษากับพ่อได้ความว่าถ้าเจ้าของโรงเรียนเขาตั้งใจที่จะตั้งโรงเรียนเขาก็น่าจะมีความตั้งใจที่จะสร้างเด็กให้มีคุณภาพ + ความสุข ลองให้โอกาสเขาดูละกัน

แต่ 2 วันมานี่แม่เห็นแต่ครูคนใหม่มารับปารย์ เอะเปลี่ยนครูอีกแล้วเหรอ เออถึงคราวแม่ปวดหัวบ้างแล้ว