Wednesday, August 25, 2010

ปารย์ พาแม่ไปเที่ยว วันแม่!!!



แม่ของแม่ก็ไปด้วย...แถวหาดเจ้าหลาว





พ่อไปเป็นเพื่อนแม่...แหลมเสด็จ เออ แล้วแม่ล่ะ ไมเห็นรูปเลย






นี่ไงแม่...





เราไปที่นี่ด้วย แต่...ปิดเตรียมรับวันแม่ อ้าว...

Tuesday, August 03, 2010

วันที่พ่อป่วย





พ่อตัดสินใจนอนอยู่ชั้นล่าง เพราะกลัวไข้ จะไปติดปารย์กับแม่ ปารย์ก็พยายามบอกว่าพ่อเป็น ไข้หวัดสองพันเก้า แต่ปีนี้สองพันสิบแล้ว พ่อก็ต้องเป็นไข้หวัดสองพันสิบ ขณะหลับๆ ตื่นๆ ก่อนปารย์กับแม่จะขึ้นนอน ปารย์ขออนุญาตแม่ สักครู่ แล้วสิ่งที่วางไว้ข้างๆ พ่อพร้อมกับกำไล "1 ล้านกล้าถวายพ่อ" ที่พ่อหวงทับไว้ คือ




แม่บอกว่า ปารย์ จัดการเองอย่างรวดเร็ว ราวกับว่า เพิ่งจะนึกขึ้นได้ ถามตัวสะกดแม่ อย่างรีบรอน จัดแจงตำแหน่งที่วาง ก่อนขึ้นนอนในนาทีสุดท้าย



แม้บ้านเราจะไม่มีอะไร อะไร อีกหลายอย่าง แต่พ่อก็มีความสุขมากที่มีบ้านเรา มี "ปารย์"
เออ เจาะเลือดแล้ว ไม่มีเชื้อ ไข้เลือดออก คืนนี้นอนห้องแอร์ดีกว่า มันร้อนเหมือนกันนะเนี้ย...

Tuesday, July 20, 2010

ปารย์ทำนา "โยน"

งานนี้เป็นการชวนเด็กกรุงเทพ โดยกำเนิด ไปรู้จักข้าว ที่เรากินกันทุกวัน โดย น้าน้ำเพื่อนแม่ ลงทุนเป็นสารถี ขับไปถึงจังหวัดอุทัยธานี เพื่อทำนา ทุกคนที่นี่ ทำนาอย่าง "แหงนดูฟ้า ท้าแรงโลก" เป็นยังไง ไปดูรูปกัน

ขอย้ำ เด็กกรุงเทพครับ



ช่วยกันขนก่อนนะ

ยังไม่เหนื่อยครับ แฮก แฮกๆๆ

ต้องเตรียมนากันก่อน (อ้าวตรงนั้น มันนาที่ไหน)

ขบวณการ"เด็กโยนกล้า"

ต้องโยนขึ้นไป แล้วให้มันตกลงมานะครับ อย่างนี้ เป็นต้น (ต้องเป็นต้นนะครับ)

โยนอย่างนี้ นะครับ เข้าใจไหมครับ (โอ๊ย หัว)

แถวหน้ากระดาน พร้อม

อ้าว แล้วสองตัวนั้น อะไรนะ

อย่างนี้ ปารย์ ทำได้

ทนไม่ได้แล้ว


ปารย์ ระวังหัวลูก


มันต้องไถนา ไปอย่างนี้ซิ

เย้ เสร็จงานแล้ว ฉลองกันหน่อย หายเหนื่อยเลย

Thursday, July 01, 2010

โลกของปารย์

ถึงปารย์ จะมีเวลาน้อย ที่จะเล่นอะไร ในบ้าน (กิจกรรมนอกบ้าน เอาเวลาปารย์ไปหมด) แต่ไม่วายปารย์ยัง เจียดเวลา ทำในสิ่งที่วางแผนไว้นานแล้ว คือ "สร้างโลก" ปารย์รบเร้าแม่อยู่หลายเพลา จนค่อยๆ เป็นรูปร่าง "โลกของปารย์" ขึ้นมาด้วยวัสดุ แถวนั้นแหละ


Saturday, June 26, 2010

ไป!! ไปไหนไปกัน

ตั้งแต่ปารย์ ขึ้น ป.หนึ่ง โรงเรียนใหม่ มีงานที่ต้องมานั่งทำ เยอะมาก เรียกว่า การบ้านสี่วิชาทุกวัน คณิตศาสตร์ ไทย สังคม ท่องศัพท์ ปารย์เริ่มทำการบ้านสักประมาณ หนึ่งทุ่มนิดหน่อย คือว่ากลับมาถึงบ้านขอไปเยี่ยมเพื่อน ๆ ที่คิดถึงหน่อยเป็นกิจวัตรประจำวัน กว่าจะทำการบ้านเสร็จก็โน้น สามทุ่ม หมดเวลา ต้องนอนแล้ว



ช่วงนี้แม่ต้องทำงานต่างจังหวัด เหลือปารย์อยู่กับพ่อ รักกันบ้าง ทะเลาะกันบ้างตามประสาผู้ชายดูบอลกับผู้ชายยังไม่ดูบอล แต่วันศุกร์พ่อต้องไปทำงานต่างจังหวัดเหมือนกัน ปารย์เลยจำเป็นต้องไปอยู่กับยายชั่วคราว เหมือนจะเข้าใจกันดีแล้ว แต่ขณะนั่งรถออกจากโรงเรียน ปารย์ก็ถามพ่อว่า "พ่อจะทิ้งลูกไปทำงานต่างจังหวัดเหมือนแม่เหรอ" งานนี้พ่อเครียด ถามกลับไปว่า "ปารย์จะไปกับพ่อไหม๊ล่ะ แต่มันไกลนะ" ในใจคิดว่ายังไง ปารย์ก็ติดยาย เป็นตังเม คงไม่ยอมไปหรอก ปารย์ถามกลับมาว่า "ไปได้ เหรอ" เออเอาแล้วไง เป็นพ่อต้องรักษาคำพูดไว้ก่อน ตอบกลับไปว่า "ได้ซิ ถ้าปารย์ไม่ดิ้อ และนั่งอยู่คนเดียวได้ ตอนพ่อทำงาน" เป็นไง เงื่อนไขเยอะไหม๊ ปารย์ตอบกลับ "ก็ได้" พ่อกลับว่า "แปลว่าอะไร ก็ได้ ไปกับพ่อหรือไปหายาย" ปารย์ตอบอย่างเสียงดังฟ้งชัดว่า "ไปกับพ่อ" "งั้นก็ OK เราค่อยไปหาอะไรกินกันข้างหน้า"

Tuesday, May 25, 2010

ลูกเสือพร้อม \/



...เปิดเทอมใหม่นี้ ปารย์ย้ายไปขึ้น ป.1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา อะไรๆ ก็ใหม่ ไปหมด จากชุดอนุบาลที่บางคนบอกมาคล้ายชุดนอน มาเป็นประถมที่ พ่อว่าคล้ายชุดเที่ยว!!!

...วันพฤหัสบดีนี้ (19 พ.ค. 53) เป็นพฤหัสแรก มีโปรแกรม เรียนลูกเสือ!!! ปารย์บอกว่าต้องแต่งชุดลูกเสือด้วย ลูกเสือ ป.1 เป็นลูกเสือสำรอง พ่อจำไม่ได้แล้ว มันต้องมีอะไรบ้าง แต่ดูมันขาดๆ อะไรไป ปารย์บอก อ้อ ยังไม่ได้ใส่รองเท้า เออใช่

...รถโรงเรียนโทรแจ้งว่า โรงเรียนปิด 2 วันครับ เพราะ เสธไก่อูบอกว่า โรงเรียนในกรุงเทพ น่าจะปิด อ้าว เมื่อวาน ชาวบ้านเค้าหยุด ปารย์ยังต้องไปเรียน อยู่เลย ถอดๆ เก็บไว้ใส่ใหม่ พฤหัสหน้า ปารย์

ไดโนเสาร์ทัวร์(2)

ตามความเดิมตอนที่แล้ว...(นาน ลืมไปแล้ว)...ไปทัวร์ไดโนเสาร์คราวนี้ ปารย์ไม่ได้ไปแค่ครอบครัวเดียว มีลูกของน้าของแม่แต่อ่อนกว่าปารย์ไปแล้ว (อย่าไปสรุปเลยว่าเด็กสองคนนี้ เกี่ยวข้องกันยังไง ชื่อเตเต้ เขียนถูกไหม๊ แม่ปารย์เรียกแม่เตเต้ว่าน้า ปารย์เรียกแม่เตเต้ว่าป้า เท่ดี)

...เรานัดกันที่โคราช ที่พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน พักที่เมืองขอนแก่น ช่วงที่ไปขอนแก่นคึกคักมาก เพราะเป็นช่วงสอบเข้า ม.ขอนแก่น และไปต่อที่ศรีเวียง ภูเวียง เรียกว่ามีไดโนเสาร์ อยู่ซอกไหน ไปหมด มีผิดหวังบ้าง ทำไม มันไม่ขยับ (โฆษณาเอาไว้เยอะ) มีแค่นี้เหรอ (ครับขุดมาโชว์เท่านี้)






...เนื่องจากทั้งสองคนเป็นคอไดโนเสาร์เหมือนกัน เรียกว่า วันๆ ไม่คิดจะเล่นเป็นอย่างอื่น จองกันเป็นตัวนี้ ตัวนั้น งอนกันก็บ่อยเพราะ แย่งกันจองต้องมีกรรมการไดโน คอยจัดระบบการจอง

...หมดโปรแกรมที่ขอนแก่น ปารย์ยังไม่อิ่มกับไดโนเสาร์ เพราะเคยไปทัวร์กาฬสินธ์ไดโนเสาร์ เมื่อหลายปีก่อน อยากไปอีก เราเลยขอแยกตัวจากคณะเตเต้ ไปเยี่ยมพิพิธภัณฑ์สิรินธรต่อ ให้เสร็จสิ้นภารกิจ

...ที่แปลกใจมากก็คือ ปารย์ ทำเหมือนไม่เคยมาที่นี่เลย อ้าวคราวที่แล้ว เราพาเด็กคนไหนมานอนค้างเพื่อดูไดโนเสาร์ล่ะ







Sunday, April 04, 2010

ทัวร์ไดโนเสาร์ # ไม้กลายเป็นหิน



...เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ในการออกเดินทาง เพื่อทบทวนความรู้ด้าน "บรรพชีวิน" โดยเฉพาะ ไดโนเสาร์ของปารย์ ปีนี้ แม่เป็นคนวางแผน การเดินทาง ให้ปารย์ได้ดิ่มด่ำกับ ชีวิตโลกดึกดำบรรพ์ ที่แรกที่แวะก็เป็น พิภิธพันธ์ไม้กลายเป็นหิน ของกรมธรณีวิทยา ที่ร่วมงานกับ ราชฎัชโคราช (ข้ออภัยหากเขียนผิด ซึ่งยินยันว่า ผิด)

...หิน ที่มาจากไม้ เรียกว่า เป็นกองกอง ก็ว่าได้ (กรมป่าไม้ไม่สนบ้างเหรอ) ด้านในก็จัดเป็นโซน ๆ 3 โซน เอาเป็นว่า เป็นแหล่งความรู้ชั้นดี และ บรรยากาศสบายๆ ที่แนะนำ ไว้ อีกทีหนึ่งว่า ควรแวะไปเยี่ยมกันหน่อยครับ



ไม่ได้มีเฉพาะไม้กลายเป็นหินนะครับ



อีกรูปหนึ่ง กับกระดูกของ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน



แค่ครึ่งวันคงไม่พอ เอาไว้มาใหม่นะครับ



Tuesday, March 23, 2010

กะปิก็เคยกิน กระบี่ก็เคยไป...2

ว้นที่สองที่กระบี่ พ่อแยกไปทำงาน เราสองคนแม่ลูกก็ติดต่อทัวร์ของ Krabi Sea Cave ไปพายเรือคะยักกัน แม่พายไม่เป็นหรอกแต่อยากทำมานานแล้ว


จุดหมายเราที่นี่เลย


แม่พายที่หัวเรือ มัคคุเทศก์อัทยาศัยดีพายอยู่ท้ายเรือ ส่วนปารย์นั่งกลางเอามือราน้ำครับผม


บรรยากาศภูเขาหินปูน ชวนให้มองแล้วผสมจินตนาการเข้าไปให้มองเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ สลับกับต้นไม้เขียวๆผ่อนคลายสบายตา โอยปารย์ แม่ชักเมื่อยแขน


เออ!ถึงทางเขาถ้ำรอดแล้ว ปารย์บอกมืดจังแม่ ถ้ำไม่ลึกมากพายเรือแป๊บเดียวก็ออกมาถึงอีกฝั่ง ได้พักแล้วครับ


ถ้ำนี้ถ้าน้ำขึ้นก็ไม่สามารถพายเรือลอดไปได้ ข้างในมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำในหุบเขา


พักกินข้าวกลางวันที่ท่าเรือ โอะ มีปลาเสือพ่นน้ำด้วยปารย์ ปารย์มัวดูกุ้ง หอย ปู ปลา จนไม่อยากกินข้าวกลางวันเลย หละ



อะต้องวาดรูปเอาไว้สักหน่อยว่าเจอตัวอะไรบ้าง

หลังเพิ่มพลังและพักแขน เราก็ไปพายเรือกันต่อ แล้วเราก็ได้มาเยือนถ้ำผีหัวโต


รูปบนป้ายข้อมูลสถานที่นั่นแหละเจ้าของชื่อถ้ำ


พอมัคคุเทศก์ชี้ให้ดูบนเพดานถ้ำ แม่ถึงกับอึ้งเล็กน้อย ไม่คิดว่ามันจะเห็นชัดเจนขนาดนี้ ก็ในป้ายบอกว่า 3000 ปีมาแล้วนี่นา


ระหว่างทางเดินไปก็มีภาพเขียนสี บนผนังบ้าง บนเพดานบ้าง ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นภาพสัตว์



แต่ปารย์ดูจะสนใจกับการปีนป่่ายมากกว่า

โหเสื้อแม่เขียวกว่าใบไม้ซะอีกอะ

วันที่ สาม ลงทะเลกันจ้า
สองแม่ลูกซื้อทัวร์ทะเลกระบี่ แม่เลือกไปเรือเร็ว แบบทัวร์คนเวลาน้อย แล้วก็มารู้สึกในภายหลังว่าอาจไม่เหมาะกับคนชีวิตเดินช้าอย่าเราสองคน แต่อย่างไรก็ตามทะเลสวยๆ ที่กระบี่ก็ทำให้เราลืมๆเรื่องไม่ชอบใจ มามีความสุขกับภาพสวยๆที่เห็น



เห็นเกาะไก่อยู่ลิบๆ



ผู้คนมากมาย กับทรายขาว ที่อ่าวมาหยา



หลบจากหาดทรายที่ผู้คนมากมาย มาเล่นน้ำดีกว่า แต่เร็วก็จอดกันซะเต็มพื้นที่แคบๆ หน้าอ่าว



ไปหละ หนีไปเกาะอื่นดีกว่า



เอเรือเล็กๆ แบบนี้น่าจะเหมาะกับเรามากกว่าไหมปารย์ ส่วนภาพข้างล่างนี้ถือเป็น Highlight ของเราสองคนแม่ลูกเลย เป็นที่เกาะไผ่ มีปลาสลิดหินบั้งเหลืองมากมาย มากมายจ้า
ปารย์สนุกมากๆ มากๆกับการแหวกว่ายกลางฝูงปลา









วันที่ สี่ ทัวร์ทางบกกันบ้างดีกว่า
จุดหมายแรกน้ำตกร้อน




อุ่นกำลังดี เพิ่งเคยเจอ อยากจะแช่อยู่ทั้งวัน แถมมีอาหารตาเพลินมาก เพลินจนปารย์ลื่นตกชั้นเลยอะ




ต่อมาเป็นสระมรกต สวยสมคำร่ำลือจริงๆ สมชื่อมรกต นึกถึงเรื่องกินรี 7 พี่น้องลงมาเล่นน้ำในสระนี้ โอ๋น่าจะงามแท้ แต่ที่แน่ๆ เด็กๆ สนุกมากมาก






ปิดท้ายทัวร์ที่วัดถ้ำเสือ ปารย์เลยต้องวาดลีลาซะหน่อย



ต้นตะโกใหญ่มากกกก



ตกเย็นเดินไปกินข้าวกัน เห็นเสาไฟแล้วเกิดอาการอยากถ่ายภาพขึ้นมาทันที



หลังอาหารได้มีโอกาสชมการเล่น พารามอเตอร์ ให้ตื่นเต้นเล่น



อยากไปกระบี่อีกจัง