Tuesday, September 22, 2009

วิธีคิดที่แตกต่าง

ช่วงนี้ปารย์มีกิจกรรมชุกนะ กิจกรรมกีฬารวมถึงการร้องเพลงเชียร์ ดูเหมือนจะต้องใจปารย์ เห็นได้จากมีเรื่องมาเล่าให้แม่ฟังเรื่องซ้อมบ้าง มาซ้อมเพลงเชียร์ มาเต้นเชียร์ลีดเดอร์ให้ แม่กับพ่อดู

ก่อนถึงวันแข่งขันกีฬาอนุบาลสัมพันธ์ ปารย์นอนแต่หัวค่ำ เพราะกลัวว่าจะตื่นไม่ทันไปรถโรงเรียน



สถานที่จัดงานเป็นโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ สื่อสารสงเคราะห์ โหโรงเรียนมีสนามกีฬากว้างขวางสมกับเป็นโรงเรียนเจ้าภาพ เสียอย่างเดียวร้อนจัง ดูโหดกับเด็กๆอนุบาลไปนิด


การแสดงน่ารักๆ ชุดหนอนผีเสื้อของเด็กๆโรงเรียนเจ้าภาพ



ปานตะวันสู้ๆ น้องปารย์ร้องเพลงเชียร์อย่างตั้งใจ


การแข่งขันวิ่งซิกแซกผลัด แม้ปารย์ และเพื่อนๆจะพยายามวิ่งเต็มที่ แต่ก็ยังดูลั๊นลามาก เมื่อเทียบกับนักกีฬาจากโรงเรียนที่ชนะเลิศ

วิ่งกรอกน้ำผลัด ปารย์ค่อยๆกรอกน้ำแบบไร้แรงกดดัน แม้จะไม่ทันโรงเรียนอื่นซะแล้ว


กีฬาความหวัง ว่ายน้ำจ้า ตอนบ่ายฝนตกลงมาการแข่งขันต่างๆจึงช้ากว่ากำหนดไป เด็กแต่ละคนลงแข่งเกือบทุกประเภท ดูน่าจะเหนื่อย แต่เด็กๆก็ยังดูกระตือรือร้นที่จะแข่งว่ายน้ำกัน


เตรียมแข่งตีโฟมชายเดี่ยว 25 เมตร แม่ทำตัวราวกับเป็นโค้ท เต็มที่เลยลูก ตามนั้นอย่างที่ซ้อมกับครูนัท



ผลการแข่งขัน เหรียญเงินจ้า ถึงบ้านยาย ปารย์เจอตายุทธ
ตาถามว่า เป็นไงบ้าง
ปารย์ตอบ ได้ที่สองครับ (ยิ้มแก้มแทบปริ)
ตาถามต่อ ทำไมไม่เอาที่หนึ่งหละ
ปารย์ตอบ ที่หนึ่งมีคนอยากได้เยอะแล้ว ปารย์อยากได้ที่สอง

Sunday, August 23, 2009

นักเล่านิทาน

23 สิงหาคม 2552 อีกวันที่ก้าวเล็กๆ ของเจ้าปารย์ ก้าวออกไปจากบ้าน และโรงเรียน แม้จะรู้ว่าคุณครูที่โรงเรียนปานตะวันทุกท่าน ต่างช่วยกันซักซ้อมเจ้าปารย์มาอย่างดี แต่แม่ก็อดลุ้นไม่ได้ว่า เจ้าปารย์จะยอมเล่าไหมนะ แล้วปารย์ก็ทำให้แม่ภูมิใจ

ก่อนเริ่มงานคณะกรรมการบอกว่า ที่มาของการจัดงานประกวดเล่านิทานนี้มาจากความพยายามในการรณรงค์ให้เด็กรักการอ่าน และการเล่านิทานนี้เป็นผลต่อเนื่องมาจากการฟังและอ่านนิทานของเด็กๆ สะสมมาเรื่อยๆจนในที่สุดก็สามารถเล่าออกมาได้ ชนะหรือไม่ชนะไม่ใช่ประเด็นสำคัญ การได้มีโอกาสเล่านิทานต่อหน้าผู้คนสำคัญกว่า ซึ่งในเรื่องนี้แม่ก็เห็นด้วยเช่นกันจ้า

นอกเหนือจากความยินดีปรีดาที่เห็นลูกกล้าแสดงออกต่อหน้าคนมากมาย แม่ยังภูมิใจกับความมีสมาธิ และความพยายามในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยตัวเองของลูกด้วย เออ อันเนื่องมาจากนิทานเรื่องคุณยายกายสิทธิ์์ ที่น้องปารย์เล่า นั้นต้องมีการดัดแปลงของเหลือใช้มาทำเป็นของเล่น พอถึงตอนทำกล่องนมให้มาเป็นรถไฟ เชือกดึงรถไฟดันไปพันกับล้อรถไฟ แม่และคุณครูต่างก็ลุ้นว่าปารย์จะทำอย่างไร แล้วปารย์ก็พยายามแกะเชือกด้วยตัวเอง พอเห็นว่าไม่ได้แล้วก็เอาลงลงกับพื้นดันไปแทนลาก โดยไม่เสียสมาธิ ไม่เรียกแม่หรือครูให้ช่วย อะนะเห็นอย่างนี้แล้วก็รู้สึกได้เลยว่าเจ้าปารย์ของแม่โตขึ้นไปอีกก้าวแล้วจ้า


บรรยากาศเป็นกันเองของลานเล่านิทานที่ TK PARK


เล่่านิทานประกอบอุปกรณ์ที่เจ้าปารย์กับแม่ช่วยกันทำ


นิทานจบแล้วครับ ขอบคุณครับ


เด็กๆ ทุกคนได้รับประกาศนียบัตรการเข้าร่วมกิจกรรมกันทุกคน อันนี้แม่ชอบค่ะ เด็กๆทุกคนต่างอยากได้รับอะไรสักอย่างกลับบ้าน เป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่าเขาได้รับการยอมรับ


เจ้าปารย์ถ่ายรูปร่วมกับกรรมการคุณพรอนงค์ นิยมค้า และคุณทิพย์สุดา และเพื่อนๆ น้องข้าวกล้อง กับน้องเต็ม

งานนี้นอกจากแม่ กับพ่อจะไปเชียร์เจ้าปารย์แล้ว ยาย น้าเอ๋ และน้าตั๊ก ก็ตามไปเชียร์ด้วย แถมขากลับปารย์ได้กล่องดินสอจากยาย ได้สีพร้อมนาฬิกานกแก้วที่อยากได้มานานจากน้าเอ๋ และน้าตั๊ก เป็นของขวัญสำหรับเด็กกล้าแสดงออก งานนี้เจ้าปารย์เลยยิ้มหน้าบาน

แล้วแม่ก็ต้องขอบคุณครูของปารย์ทุกคน โดยเฉพาะครูซัง กะครูวัน ที่ช่วยกันเปิดโอกาสให้ปารย์ได้ซ้อมเล่านิทานอย่างสม่ำเสมอนะจ๊ะ

Thursday, August 13, 2009

Earth explorer



.....เข้าพรรษาปีนี้ แม่จัดทัวร์ ไปทำใจสงบ ๆ กันที่ไร่กัญญารัตน์ ชัยภูมิ เข้าพรรษา!!! ไร่กัญญารัตน์!!! เกี่ยวกันไหม๊ แม่บอก ก็อยากไป ไม่ไปก็ได้นะ (มีคนบอกผมว่า อย่าตีความ ความหมายของประโยค มากกว่าน้ำเสียง โดยเฉพาะ เสียงลงท้าย ของคนที่เรารัก อันนี้ยืนยัน) ไปครับผม!!! พร้อมครับ ปารย์ถามแม่ว่า ไปทำไหม๊ คำตอบคือดูดอกกระเจียว (หวังว่าพิมพ์ถูก มีคนแจ้ง พิมพ์ถูกคำ แต่ไม่ถูกเรื่อง แก้แล้วครับ)



เออ ขอรูปดอกกระเจียวครับ



โอเคเยี่ยม สถานที่ที่ แม่วางแผนไว้ คือ อุทยานป่าหินงาม อ.เทพสถิตย์ ชัยภูมิ เออไม่เคยไป ไปยังไง แม่ปารย์ ตอบว่า ไม่รู้ ขับรถไป ครับ เรารับคำ ด้วยกิริยา แข็งขัน



ระหว่างทางไป ก็แวะ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซื้อเสื้อ กับร่มหน่อย แดดมันร้อน ขับไปถึง ก็เข้าที่พัก พร้อมกับดูท่า ขอพักก่อนดีไหม๊ เพราะรถติดก่อนเข้าอุทยาน สัก 2 กิโลเมตร เห็นจะได้ ใกล้เย็นลองไปดูใหม่ คนครับคน มากมายจริงๆ ขนาดอุทยานไม่ให้เอารถเข้า พร้อมจัดรถพ่วง มาบริการ แล้ว ก็ยังไม่พอ นึกว่าเค้าเอาหมีแพนด้ามาไว้ที่นี่ ซะอีก



วันแรกเราใช้วิธี เดินเล่นกันก็แล้วกันน๊อะ



เดินเล่น เหรอพ่อ เดินเล่น ยังไง!!!! ปารย์เหนื่อย ถึงแล้ว ถึงแล้ว ถึงไหนล่ะพ่อ


ปารย์จะเป็นดอกทานตะวัน


หั๊ย เค้ามาดูดอกกระเจียวกัน

นั่งรถกลับกันนะพ่อ สนุกดีอ๊อก


ดูปลาอะไรกันเหรอ




เช้าอีกวัน แม่ปารย์ ชวนไปเที่ยวน้ำตกเทพพนา ไม่ไหว คนเยอะ กลัวดอกกระเจียว เฉา เพราะคนจ้องจริงๆ เลย


ปารย์ได้ใช้บริการเชิงรุกของไปรษณีย์ไทยด้วย ออกนอกระบบราชการหน่อย ทำดีขึ้นเยอะเชียวนะ



เออคนน้อยดีแหะ แม่ปารย์เตรียมชุดเก่ง ไว้ให้ปารย์ด้วย มันว่ายได้เหรอพ่อ น้ำนี้



ไม่รู้ซิ แต่พ่อว่ายได้ ไปกลับกันได้แล้ว เดี๋ยวรถติดขาเข้ากรุงเทพ เอาไว้ปารย์ไปวางแผนกับแม่ว่า คราวหน้าไปไหนต่อดี



ก็ได้ ก็ได้ (ดีหน่อยไม่ใช่ แม่ปารย์พูด ความหมายจะเป็นอย่างอื่นทันที) ทริปนี้ กินปลาเผา กันซะ ตัวดำทั้งบ้านเลย!!!

Monday, July 13, 2009

ปารย์เป็นนักวาดรูป

พ่อนั่งสอนลูกทำการบ้าน

เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง

การบ้านคืบหน้าไปไม่มาก

ลูกชักง่วง

"ปารย์ jug แปลว่าอะไร" พ่อถาม

ปารย์ไม่ตอบแต่ทำหน้าง่วงๆ

"ปารย์ jug แปลว่าอะไรครับ" พ่อถามซ้ำ

ปารย์ตอบ "พ่อบอกมาเหอะปารย์ไม่รู้หรอก ปารย์เป็นนักวาดรูป"

พ่อเหวอ ไปเลย.....


ชื่อภาพ: "สัตว์ สามชนิด"
นักวาด: ปารย์ ละอองมณี
หัวหน้าทีมสอน: อ.อภิชาติ
สถานที่วาด: โรงเรียนบ้านตัวโน๊ต

Friday, June 12, 2009

ลูกเป็ดหลงทาง

อ่านหนังสือนิทานของคนอื่นมา 5 ปี ปารย์คงอยากจะเขียนนิทานเองบ้าง แล้ววันหนึ่งนิทานเรื่อง ลูกเป็ดหลงทาง ก็เป็นนิทานเรื่องแรกของปารย์

ปารย์บอกว่าปารย์เคยดูเรื่องนี้จาก CD ที่บ้านเด็ก ปารย์เล่าเรื่อง แล้ววาดรูป ให้แม่เขียนเรื่องให้ตามที่ปารย์เล่า แล้วเราก็ช่วยกันระบายสี แม่ปิดท้ายด้วยการทำปกให้ สนุก และมีความสุขดีจัง ก๊าบ ๆๆๆๆ







Thursday, April 23, 2009

เที่ยวกับครอบครัวหย่ายใหญ่ ของเรา








หลังสงกรานต์หมาดๆ ท่ามกลางความวุ่นวายของการเมือง และการแตกแยกทางความคิดของคนในสังคม ครอบครัวหย่ายใหญ่ของพวกเราพยายามที่จะสมานสามัคคีกันด้วยการไปเที่ยวครับ ครานี้เป้าหมายเป็นรีสอร์ทชื่อแปลกว่า ฮ.ลิงค์ ตั้งอยู่ที่แก่งกระจาน เจ้าของเป็นเพื่อนกับตาอ๊อบของเจ้าปารย์ ด้วยจำนวนคนในครอบครัวใหญ่ของเราที่มากันถึง 52 คนก็เท่ากับว่าครอบครัวเราปิดรีสอร์ท ฮ.ลิงค์ ไปเลย

ปารย์สนุกมากกับการเล่นกับญาติเด็กๆ มีทั้งน้องนุก พี่นัท น้องเบส น้องเตเต้ พี่กานต์ เรียกว่าเล่นจนลืมกินทีเดียว

ญาติๆเรานี่่ก็เป็นมีหัวใจรักการออกกำลังกายเหมือนกันนะ อุปกรณ์กีฬาที่ขนกันมาเรียกว่ามีเกือบทุกประเภทกีฬาที่เป็นที่นิยม ที่จำได้ก็มี จักรยาน รักบี้ ตะกร้อ ฟุตบอล แบดมินตัน เทนนิส กอลฟ์ มวย จานร่อน ตอนบ่ายก็ไปว่ายน้ำแก้ร้อนกัน รวมทั้งมีรายการต่อยมวยทะเล เช้าตรู่หลายคนก็ตื่นขึ้นมาวิ่งออกกำลังกาย ตอนกลางคืนก็เล่นเกมส์ในร่ม มีทั้งไพ่ตอง ผสมสิบ บิงโก บางคนก็ชอบร้องเพลง แต่ละคนก็สนุกไปในแบบที่ตัวเองชอบ

งานนี้ต้องขอบคุณน้าแตง กับน้าจิ๋มทีเหน็ดเหนื่อยกับการทำกับข้าวให้ญาติๆได้อิ่มท้องกัน รวมทั้งไข่เจียวแสนอร่อยของโปรดเจ้าปารย์จ้า




ขากลับแม่ชวนปารย์แวะเยี่ยมคุกบ้านดิน ลองชิมมะนาวน้ำแดง และกาแฟปั่นกันรายได้สนับสนุนกิจกรรมของนักโทษ เจ้าหน้าที่ชักชวนให้เข้าไปดูข้างใน กิจกรรมเขาเพียบ ทั้งเพาะเห็ด เลี้ยงไก่ กระต่าย วัว หมู แพะ ปลูกมะลิ ทำบ้านดินแนวรีสอร์ท ดำเนินงานโดยนักโทษชั้นดี ปารย์สนุกสนานกับการดูกระต่าย และคะยั้ยคะยอให้แม่ชื้อกระต่ายในราคาตัวละ 50 บาทเท่านั้น แต่เสียใจด้วยแม่ใจแข็งไม่ยอม ขืนยอมก็ไม่ได้ไปไหนกันละต้องอยู่ติดบ้านเพราะกลัวสัตว์เลี้ยงจะอด

Saturday, March 14, 2009

แม่ครับ ปารย์อยากเรียนศิลปะ

เย็นวันศุกร์ ปารย์เล่าให้แม่ฟังในรถว่า วันนี้ครูเอ๋มาเพื่อนๆ เรียนศิลปะกันปารย์อยากเรียนศิลปะด้วยครับ แต่ด้วยความงกของแม่ แม่บอกปารย์ว่า แม่ให้เรียนพิเศษปิดเทอมแค่เดือนเดียวนะครับ แล้ววันนี้เพื่อนๆ เขาเรียนกันไปแล้วถ้าปารย์เริ่มอาทิตย์หน้า ก็เท่ากับว่าแม่จ่ายค่าเรียนแพงนะครับ เดี๋ยวเปิดเทอมแม่สมัครให้ปารย์เรียนนะครับ แต่ปารย์คงไม่เข้าใจความงกของแม่

ปารย์คงพยายามอ้อนวอนด้วยการยกชื่อเพื่อนๆ ที่เรียนศิลปะว่าคนนั้น คนนี้เขาเรียนนะ และปารย์ก็อยากเรียนกับศิลปะครับแม่ แต่แม่ก็ยังไม่ยอม และในที่สุดน้ำตาของปารย์ก็ไหล พร้อมอ้อนวอนว่าแม่ครับปารย์อยากเรียนศิลปะครับ... เออ... แล้วจะไม่ให้แม่ใจอ่อนได้ไงงงง..

ไปบ้านย่า เมื่อห้าขวบ





พ่ออยากกลับบ้านไปบวช ปารย์เลยเป็นผู้ติดตามที่ดีไปบ้านย่าเป็นเพื่อนพ่อ แต่ปารย์บอกว่าปารย์ไม่บวชด้วยนะ เพราะไม่อยากโกนผมครับ พ่อบอกว่าใกล้บ้านย่ามีเด็กๆ วัยเดียวกันหลายคน แต่วันแรกปารย์ไม่ยอมเล่นกับใครเลย สงสัยว่าจะฟังเขาพูดไม่รู้เรื่อง พอวันที่สองก็ใช้กลยุทธ์ประจำตัวคือ ขอให้ปู่ซื้อว่าวให้เป็นอุปกรณ์เรียกเพื่อน แล้วก็สำเร็จปารย์มีเพื่อนชื่อ โก้ ไข่นุ้ย และมอส

ปารย์ได้อยู่บ้านย่า 1 อาทิตย์ก่อนที่แม่กับยายจะลงไปรับ วันแรกที่เจอ เล่นเอาแม่ตะลึงเล็กน้อย คือคล้ำซะจน... พ่อบอกว่าเล่นนอกบ้านทุกวัน สมที่แม่อยากให้ลูกบู้บ้าง

แม่แอบนั่งดูปารย์เล่นกับเพื่อนๆ ถึงจะยังดูไม่แมน เท่าเพื่อนโก้ ไข่นุ้ย และมอส แต่ก็แมนขึ้นจริงๆ ได้เห็นปารย์กินมะม่วงเบาจิ้มกับกะปิ ได้เห็นปารย์เล่นจับปลาใบไม้กับเพื่อนๆ ได้เป็นกรรมการห้ามมวย ที่ได้แต่ยืนตะโกนว่า "บอกแล้วว่าอย่าชกกัน มันเจ็บรู้ไหม" อยู่ที่บ้านคงหาโอกาสอย่างนี้ได้ยาก

ปารย์วันนี้





วันสุดท้ายก่อนปิดเทอม โรงเรียนปารย์จะจัดงานส่งพี่ อ.3 และแน่นอนพี่น้องเพื่อนพ้องของปารย์จะต้องมีกิจกรรมบนเวที ปารย์วันนี้สนุกสนานบนเวทีอย่างมากมาย แม้มีอาการเขินเล็กๆ ต่างกับปารย์เมื่อ ป.เตรียม และ อ.1 ที่ต้องลุ้นทุกครั้งว่าคราวนี้จะยอมขึ้นเวทีไหมนะ หรือว่าจะขึ้นเวทีทั้งน้ำตาไหมนะ ต้องขอบคุณที่คุณครู และโรงเรียนเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้มีโอกาศขึ้นเวทีทุกงาน เห็นบ่อย ทำบ่อยๆ ก็หายกลัวเวทีไปเอง


ปารย์กับรางวัลนักอ่านน้อย


ปารย์กับเพื่อนนิว



ปารย์กับซุ้มถ่ายรูปของพี่ อ.3