Thursday, July 26, 2007

ผลงานของผมครับ

เมื่อวานขณะทำการบ้าน
ปารย์: แม่ปารย์จะดูไดโนเสาร์
แม่: ทำการบ้านให้เสร็จก่อนครับ พอปารย์เสร็จแล้วแม่จะทำกับข้าว หลังทำกับข้าวแม่จะเปิดไดโนเสาร์ให้ดูนะครับ
ปารย์: งั้นแม่ไปทำกับข้าวเลยไป
แม่:อ้าวแล้วใครจะสอนการบ้านปารย์หละ
ปารย์:เดี๋ยวปารย์ทำเอง

แม่หันไปทำกับข้าว

ปารย์: แม่ครับปารย์เขียนเสร็จแล้ว
แม่: รอเดี๋ยวหนึงนะครับ แม่ทำกับข้าวเกือบเสร็จแล้ว

แม่คงทำกับข้าวเพลินไปหน่อย หันมาดูอีกที สมุดการบ้านก็มีสัตว์ใหญ่น้อยเหล่านี้อยู่ในสมุดการบ้านซะแล้ว

จระเข้ครับ
ไดโนเสาร์บินได้ Teranodon ครับ
เต่าครับ
หมึกยักษ์ครับ
ปลานีโม่ครับ
ไก่ครับ
เต่า กับ นก ครับ
มิกกี้เมาท์พ่อ มิกกี้เมาท์แม่ มิกกี้เมาท์น้อง(ลูก) ครับ

พักหลังมานี้แม่ไม่ค่อยได้เล่นวาดรูปกับปารย์ มัวแต่ระบายสีกันอย่างเดียว เห็นปารย์วาดอีกทีก็เป็นอย่างนี้ซะแล้ว จากเส้นๆเหมือนวาดพารามีเซียม กลายเป็นตัวสัตว์มีแขนมีขาขึ้นมาแล้วครับ แม่ตามไม่ทันเลย

Wednesday, July 25, 2007

ครบรอบแต่งงาน

เมื่อวานซืน พ่อตั้งใจรีบกลับมาจากจันทบุรี เพื่อมาชวน แม่กับปารย์ออกไปกินข้าวนอกบ้านฉลองวันครบรอบแต่งงาน ของพ่อกับแม่ แต่แฮะๆ กลับมาเจอลูกที่หลับไปแล้ว กับแม่ที่นอนป่วยอยู่ พ่อเลยต้องเปลี่ยนแผนเป็นขี่จักรยานออกไปซื้อบะหมี่มากินที่บ้าน พ่อคงเซ็งๆ

เมื่อวาน แก้ตัวจากเมื่อวานซืน เราไปกินข้าวนอกบ้านกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้บ้าน ร้านนี้แม่แอบอยากเข้าไปลองอยู่นานละ แต่ด้วยความงก กลัวแพงก็เลยได้แต่มองๆ ทุกครั้งที่ผ่าน พ่อเลยอาศัยฤกษ์ แต่งงานชวนแม่ไปกินให้สมอยาก ฮะฮ่า อร่อยมาก และก็แพงจริงอย่างที่แม่คาด อะนะสมราคา ปารย์กินได้เยอะมาก แค่นี้แม่ก็น่าจะปลื้ม แต่แม่คงหายอยากไปอีกนาน

Monday, July 16, 2007

นัดพบกับ SUE

และแล้วก๊วนเที่ยวของแม่ กับลูก ก็พบกันอีกครั้งที่บ้านอาเปิ้ล พวกเรามีนัดกับเจ้า SUE เจ้าทีเรกซ์ ที่มีสภาพสมบูรณ์ถึง 90% ที่พิพิธภัณท์วิทยาศาสตร์ คลอง5 ค่าเข้าผู้ใหญ่ 90 บาท เด็ก 20 บาท อู้หู อยู่ได้ทั้งวันดูได้ทั้งตึก งานนี้อาเปิ้ลเตรียมการดีมาก เอาข้าวผัดแสนอร่อยเตรียมไปเป็นอาหารกลางวันด้วย ดีจัง


มีนิทรรศการไดโนเสาร์ไทย ร่วมแสดงด้วย





Tuesday, July 10, 2007

ประโยคใหม่ๆ คำใหม่ๆ

ขณะเปิดดูหนังสือไดโนเสาร์เล่มล่าสุดที่พ่อซื้อให้

ปารย์: แม่ดูลูกไดโนเสาร์นี่สิ น่ารักจัง
...

ขณะที่นอนแผ่บนที่นอน
ปารย์: สบายจัง
…

ขณะแม่พาไปส่งโรงเรียน
แม่: แม่ปวดไหล่จัง
ปารย์: แม่ปวดไหล่อีกแล้ว แม่ไปหาคุณหมอสิ
…

ขณะแม่พาไปส่งโรงเรียน
ปารย์: แม่ ปารย์แดดร้อน
แม่: อีกเดี๋ยวแม่จะเลี้ยวรถแล้วครับ ถนนสายนั้นต้นไม้เยอะ ต้นไม้จะบังแดดให้ปารย์
แม่เลี้ยวรถ
ปารย์: ขอบคุณครับต้นไม้

Saturday, July 07, 2007

หลายมุมของ ไตรเซอราทอป สีเหลือง

สีเหลืองที่เห็นปารย์ระบายเองเลยนิ ส่วนลายแต้มๆก็มีแม่เป็นตัวช่วย ภายใต้การบงการของเจ้าปารย์หนะแหละ







ช่วงนี้แม่หงุดหงิดง่ายจัง โดยเฉพาะเวลาเล่นเกมส์ เล่นทำแบบฝึกหัดกับปารย์ แหม มันปรี๊ด อยู่เรื่อย พยายามข่มอารมณ์อย่างมาก แต่บางทีก็มีหลุดเหมือนกัน อืม หรือจะเข้าวัยทองซะแล้วเรา

ไม่อยากเลย ไม่อยากโมโห ไม่อยากโกรธ ไม่อยากให้ปารย์เจอกับอารมณ์หงุดหงิดของแม่ เดี๋ยวมันซึมเข้าไปในอารมณ์ปารย์ สงสัยแม่ต้องหาไปรื้อหนังสือธรรมะมาอ่านให้สงบ สยบอารมณ์ร้อนซะหน่อย

Tuesday, July 03, 2007

แม่นี่ อะไรอะ..

เช้านี้ปารย์น่ารักเป็นพิเศษ พูดเก่งเป็นพิเศษ เริ่มตั้งแต่ตื่นก่อนแม่ เรียกแม่เพื่อจะบอกว่า “ แม่ยังไม่มืดเลย” (อิ อิ ลูกเรา คงเห็นว่าฟ้ามันสว่าง ทำไมแม่ยังนอนอยู่อีก) คราวหน้าปารย์บอกแม่ว่าฟ้าสว่างแล้วนะลูก “อ๋อ ฟ้าสว่างแล้ว” ปารย์พูด

ปารย์มีอาการไอเล็กน้อย แม่ไม่อยากให้ปารย์กินยาเยอะ เลยเอาน้ำมะนาว ใส่น้ำมาให้ปารย์ดื่ม อิ อิ ดื่มไปอึกเดียว ทำหน้าแปลกๆ แล้วบอกแม่ว่า “แม่ปารย์จะกินน้ำนะ” คงประมาณว่าแม่เอาอะไรมาให้กินเนี่ย กว่าจะยอมดื่มอีกก็ต้องเจือจางด้วยน้ำเซะจนแทบไม่เหลือรสชาติมะนาว

มื้อเช้ากินข้าวกับหมู ยายอร โหกินข้าวหมดชามเลยแม่ดีใจมากๆ ที่เห็นปารย์กินข้าวได้ (ยายอรก็คงดีใจด้วยที่ปารย์กินข้าวได้เยอะทุกทีที่กินกับข้าวของยายอร ส่วนกับข้าวฝีมือแม่อย่าไปเขียนถึงเลยนะ มันช้ำใจ) อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดนะครับ ปารย์จะได้มีแรงไปเล่น ไปเรียน ที่โรงเรียนไงนะ

เมื่อเช้าแม่ใช้บริการรถแท็กซี่พาปารย์ไปส่งที่โรงเรียน นั่งไปสักพัก ปารย์ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ แล้วบอกว่า “ปารย์นั่งเบียดแม่นะ ปารย์กอดแม่นะ ปารย์จุ๊บแม่นะ” “อ้าวแม่จุ๊บปารย์ด้วยครับ” แม่หละปลื้มชะมัด

สักพักปารย์ก็เริ่มชี้แล้วถามแม่

ชี้มือ.. แม่นี่ไรอะ .......มือปารย์ครับ(แม่ตอบ)

ชี้มือ.. แม่นี่ไรอะ........มือแม่ครับ

ชี้เสื้อ.. แม่นี่ไรอะ.......เสื้อแม่ครับ

ชี้เสื้อ.. แม่นี่ไรอะ.........เสื้อปารย์ครับ

ชี้เสื้อ.. แม่นี่ไรอะ........เสื้อน้าเขาครับ

ชี้ป้ายราคาในรถ... แม่นี่ไรอะ.......ป้ายราคาครับ... อ๋อฝ้ายเหรอ(ปารย์)...ป้ายครับไม่ใช่ฝ้าย(แม่)

ชี้ป้ายทะเบียนในรถ.. แม่นี่ไรอะ.....ป้านทะเบียนรถครับ

ชี้กระจกประตูรถด้านซ้าย.. แม่นี่ไรอะ.. กระจกครับ

ชี้กระจกประตูรถด้านขวา.. แม่นี่ไรอะ.. กระจกครับ

ชี้กระจกประตูรถด้านหน้าซ้าย.. แม่นี่ไรอะ.. กระจกครับ

ชี้กระจกประตูรถด้านหน้าขวา.. แม่นี่ไรอะ.. กระจกครับ

ชี้หลังคารถ.. แม่นี่ไรอะ...หลังคาครับ

ชี้เบาะนั่ง... แม่นี่ไรอะ....เบาะนั่งครับ

...............................

ชี้ที่กระจก...แม่นี่ไรอะ ...................กระจกครับ


ชี้ที่กระจก...แม่นี่ไรอะ ...................กระจกครับ

ชี้ที่กระจก...แม่นี่ไรอะ ...................กระจกครับ

ชี้ที่กระจก...แม่นี่ไรอะ ...................กระจกครับ

ชี้ที่กระจก...แม่นี่ไรอะ ...................กระจกครับ

ชี้ที่กระจก...แม่นี่ไรอะ ..................นี่มันต้นไม้แม่


5555555 แม่หัวเราะก๊าก .............คนขับแท็กซี่อมยิ้ม
ลูกหนะมองทะลุออกไปนอกรถแล้ว แต่อีแม่ยังคิดวนเวียนอยู่แค่เรื่องในรถ...


ภาพไม่เกี่ยว กับเรื่องหรอก แต่อยากใส่

Friday, June 29, 2007

เที่ยวแก่งกระจาน


กว่าจะได้ฤกษ์ มาเขียน Blog ก็ชนอาทิตย์พอดี คือเมื่อวันศุกร์ - เสาร์ที่ผ่านมา เจ้าปารย์ได้มีโอกาสไปเที่ยวแก่งกระจานรอบสองครับ รอบนี้เราอาศัยไปกับเพื่อนๆ ของพ่อที่ START เราไปค้างกันที่ พรฑณา รีสอร์ท(แอ.. ชื่อถูกเปล่าเนี่ย)วันศุกร์กว่าจะไปถึงที่พักก็เกือบ 3 ทุ่ม แฮะๆ เราก็ไม่รู้เลยว่ารอบๆรีสอร์ทเป็นอะไร สว่างหนะแหละถึงได้รู้ว่ารีสอร์ทอยู่ริมแม่น้ำที่ต่อมาจากเขื่อนเลย

รายการเที่ยวรายการแรกคือไปดูทะเลหมอกบนเขาพะเนินทุ่ง ออกเดินทางกันตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ปารย์ก็งงๆเล็กน้อย แม่ยังมืดอยู่เลยอะ ระหว่างทางมีแวะซื้อน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ด้วยนะ

ทะเลหมอกบนพะเนินทุ่งยังสวยเหมือนเดิม ทางขึ้นพะเนินทุ่งยังลำบากเหมือนเดิม แต่เที่ยวนี้ไปรถรับจ้าง 4W เลยขึ้นได้สบายๆ ไม่เหมือนตอนพ่อขับขึ้นไปนะ ลุ้นระทึก


กินน้ำเต้าหู้ ดูทะเลหมอก

ระหว่างทางมีผ่านลำธาร 3 ที่ แต่ละที่ก็มีปลาให้ดูด้วยนะ เจ๋งจริงๆ ปารย์ดูจะสนใจกับลูกอ๊อด ตัวเท่านิ้วก้อยมากกว่า ปลา ส่วนตอนอยู่บนพะเนินทุ่ง ปารย์ก็ดูจะสนใจกับรังมด มากกว่าทะเลหมอก ที่ผู้ใหญ่ทุกคนตื่นเต้นกันใหญ่ เออ.. ไม่เป็นไรลูก ไม่จำเป็นต้องสนใจเหมือนใครนี่นะ




ขึ้นพะเนินทุ่งครั้งนี้ คนไม่มากน่าจะเป็นเพราะเข้าหน้าฝนแล้วอะนะ เราเจอแค่ 2 กลุ่มเล็กๆ เป็นทีมดูนกทั้งสองกลุ่ม อุปกรณ์เพียบ เห็นแล้วน้ำลายไหล พี่ชายใจดีให้แม่ กับปารย์ยืมกล้องมาส่องดูนกด้วย สวยจริงๆ แต่ปารย์ทำหน้างง ๆ


ลงจากพะเนินทุ่งเราก็ไปพายเรือยางกัน ปารย์ยิ้มหน้าบานเลยที่ได้จับพาย แต่แม่เมื่อยอะ เส้นทางที่นี่ไม่โหดนะ เด็กๆ ไปได้สบายมาก จากนั้นก็ถึงรายการเล่นน้ำ ตามระเบียบ ปารย์ยืนดูอาๆ เขาเล่นโดดหอ ไต่เชือกกัน หัวเราะเอิกอ๊าก อยากเล่นมั่งอะดิ แต่เสียใจงานนี้ต้องรอให้โตช่วยเหลือตัวเองได้ก่อนนะลูก


อืมเสียดายถ่ายรูปมาได้ไม่กี่รูปเอง มีแต่รูปตอนเรืออยู่ยนบก เพราะส่วนใหญ่จะเปียกกันทุกคน

Wednesday, June 20, 2007

ศิลปะปลายนิ้ว

แม้ไม่มีพู่กัน ( และแม้ไม่ใส่เสื้อ) เจ้าปารย์ก็ยังสนุกสนานกับการเล่นสีได้





ชื่อภาพ " ปลาวาฬ " (คนวาดเขาว่างั้น)
โดย " ศิลปินไม่ใสเสื้อ " (แม่กลัวเสื้อเลอะ)

Monday, June 18, 2007

ไปหาครูอี๊ด

สำหรับปารย์ไปหาครูอี๊ด แปลว่าไปเรียนดนตรี นั่นเอง หลายอาทิตย์ที่ผ่านมา แม่เหนื่อยใจมักๆ กับการไม่ให้ความร่วมมือในการเรียนดนตรีของปารย์ เออ.. ไม่ใช่ว่าจะไม่ยอมไปนะ ยอมไปแต่โดยดี บอกแม่ว่าอยากไปด้วยซ้ำไป แต่พอเริ่มเรียน อิ อิ หนังคนละม้วนครับท่าน ปารย์เอาของเล่นในห้องมานั่งเล่นมั่ง เข้าไปมุดอยู่ใต้เก้าอี้มั่ง บอกว่าปวดฉี่ แล้วออกไปวิ่งเล่นข้างนอกมั่ง คุณครูให้ทำอะไรก็ไม่ยอมทำ จนแม่ชักท้อว่าเราเริ่มเร็วไปหรือเปล่า เจ้าปารย์ยังไม่พร้อมหรือเปล่า อีกอย่างแม่ชักเขินแม่ของน้องตาล น้องอ้อ น้องโมนา ที่เรียนห้องเดียวกันแล้วสิ แบบว่าครูต้องเสียเวลากับเจ้าปารย์มากกว่าคนอื่น

อาทิตย์ที่ 5 เจ้าปารย์แผลงฤทธิ์ ปารย์สามารถเต้นตามเพลง ปรบมือ กระทืบเท้า หมุนตัว ... ได้ถูกจังหวะ สามารถกดคีย์บอร์ด ตามจังหวะได้ถูกต้อง เล่นเอาแม่ใจเต้นตูมตาม ปารย์ทำได้ ปารย์ทำได้ แม้ทำเป็นไม่สนใจเรียน

พ่อบอกว่า ลูกชอบแอบเรียน แม้จะมุดอยู่ใต้เก้าอี้ หันข้างนั่งเล่นของเล่น แต่ก็แอบเหล่ตามาดูครู และเพื่อนๆ ว่าเขาทำอะไรกัน เออเป็นวิธีการเรียนที่ประหลาดสำหรับแม่นะ แต่พ่อเขาเฉยๆ สงสัยจะเคยทำ

อิ อิ แต่เดี๋ยวแม่จะดีใจเกินไป พอครึ่งชั่วโมงหลัง ปารย์ก็เป็นเหมือนเดิม คือเลื้อย เล่น ทำตัวเป็นเด๊ก.. เด็ก แม่ว่าทำตัวอายุลดลงไปกว่า 1ปี นะ เริ่มฟังครูและแม่ไม่เข้าใจ เริ่มพูดไม่เป็นภาษามนุษย์ เออลูกฉัน

Thursday, June 14, 2007

ไม้หนีบผ้า

วันอังคารที่ผ่านมา แม่ลูกไปเดินจ่ายตลาด ที่ตลาดนัดหน้าหมู่บ้านกัน เราไปด้วยกัน แต่มีเป้าหมายต่างกัน แม่มีเป้าหมายอยู่ที่ร้านขายผัก และร้านขายผลไม้ ส่วนปารย์มีเป้าหมายอยู่ที่ร้านขายของเล่น และร้านขายปลา

ร้านขายปลานี่ ปารย์ชอบซื้อปลาดุกไปปล่อยครับ ปล่อยแล้วก็นั่งดู แต่ปลาดุกมันไม่ค่อยจะร่วมมือเท่าไรหรอกนะ ส่วนใหญ่พอลงน้ำได้ก็จะว่ายหายไป ไม่เป็นไรคราวหน้าซื้อมาปล่อยใหม่

ร้านขายของเล่นนี่มันคู่กับเด็กอยู่แล้วนิ ไม่มีเหตุผลใดๆ นอกจากความอยากได้ แม้ของที่มีแล้วก็อยากจะมีอีก แต่แม่มักไม่ค่อยใจอ่อน

อังคารที่ผ่านมา ปารย์อยากได้ของเล่นเหมือนเคย แม่เลยพาไปร้านขายของประมาณว่า ทุกอย่าง 15 บาทคงนึกกันออก ว่าขายอะไรบ้าง แน่นอนไม่มีของเล่น มีแต่ของใช้ แม่หยิบไม้หนีบผ้าหลากสี ให้ปารย์ แล้วจ่ายตังก์ 15 บาท ปารย์ทำหน้า งง งง "อะไรอะแม่ "

"ไม้หนีบผ้าครับ" อืมไม้หนีบผ้า แล้วปารย์ก็เดินถือกลับบ้านโดยลืมเรื่องของเล่นไปเลย

เรื่องของเรื่องคือ มีแม่ คนหนึ่งเขาแนะนำไว้ใน web รักลูกว่า การให้ลูกเล่นไม้หนีบผ้า บีบไปบีบมา กล้ามเนื้อมือจะแข็งแรง เขียนหนังสือได้ดี

แม่เลยจะลองดูมั่ง กะว่าถ้าปารย์ไม่เล่น แม่ก็เอาไปหนีบผ้า ไม่เสียหาย ได้ผลเกินคาดครับ แต่ไอ้ที่เกินคาดหนะ ไม่ใช่เรื่องกล้ามเนื้อมือแข็งแรงหรอกนะ เรื่องนั้นมันคงต้องดูกันยาวๆ มันเป็นเรื่องความเพลิดเพลินในการเล่นมากกว่า ปารย์เอาไม้หนีบผ้ามาหนีบต่อกันเป็นรูปโน้นรูปนี้ เป็นกวาง เป็นนก เป็นปืน เป็นพระอาทิตย์ ฯลฯ เล่นได้เป็นชั่วโมง ๆ ปารย์เล่นได้นานามากกว่าตัวต่อเลโก้ที่แม่กัดฟันควักกระเป๋าซื้อให้ซะอีก

อืม .. กระบี่มันอยู่ที่ใจจริงๆ

อะนะสำหรับปารย์ก็ต้องเป็นของเล่นมันอยู่ที่ใจ อะไร อะไร ก็เอามาเป็นของเล่นได้หนิ

Monday, June 04, 2007

ควันหลง ดอนหอยหลอด


พ่อเล่าเรื่องดอนหอยหลอดไปแล้ว แต่พ่อหารูปไม่เจอ ไม่มีรูปก็ขาดรสชาติไปนะ พอหารูปเจอ แม่เลยต้องเอารูปมาลงซ่อมซะหน่อย

ภาพแรก ลูกฉัน โต-ตระ-ระ ลุยเลย ดูดิ เท้ายังไม่ยอมให้ติดโคลนเลย เดือนร้อนยายกะแม่ ลากไปตลอด กว่าจะทำใจเหยียบโคลนได้...

พวกเราพยายามจิ้มปูนขาวลงรูกันอยู่นาน ก็ไม่ปรากฏหอยหลอดสักตัวพุ่งขึ้นมาเหมือนที่เคยดูในทีวี เกือบถอดใจ นึกว่าโดนหรอกให้ซื้อปูนขาวมาหยอดใส่รูแก้ดินเป็นกรดแถวนี้ ว่าจะไปร้องเรียนผู้ว่าฯอยู่แล้วเชียว โชคดีนะที่มีมืออาชีพผ่านมา โฮะๆ เธอหยอดปูนได้หอยมาเป็นถัง พวกเราเลยถึงบางอ้อ ว่าหอดนะมีอยู่จริง แต่พวกเราไม่มีปัญญาจะเอามันขึ้นมาเท่านั้นเอง อิ อิ



งานนี้เด็กๆสนุกสนานกันมาก ขาลุยสุดๆคงหนีไม่พ้น น้องหนุน นี่ถ้าคุณแม่ she ยอมให้ลงไปกลิ้ง ก็คงลงไปกลิ้งโคลนเล่นไปแล้ว ถัดมาก็น้องปิ้ง ที่เห็นน้องหนุนลุยโคลนท่าทางสนุกสนาน เลยลุยบ้างให้มันรู้กัน เหลือแต่คุณลูกปารย์ของแม่ที่กว่าจะคุ้นกับโคลนก็ได้เวลากลับพอดี ทำไงได้ที่บ้านมีแต่พื้นปูนนี่นะ

Saturday, May 19, 2007

เสียงหนู กับ เสียงหมี!!!


นานมากแล้วที่ไม่ได้ คุยเรื่องปารย์ ในคนอื่นอ่านเล่น มีขาประจำ ท้วงมาเป็นระยะ ๆ ไม่ได้ตั้งใจเช็ค rating หรอกนะ เพียงแต่ นัดกันยุ่ง ทั้งพ่อและแม่ แต่จะยุ่งอย่างไร ก็พักให้ปารย์ มีกิจกรรมอยู่เสมอ ๆ นั้นแหละ เพียงแค่ไม่ได้ update เท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง โครงการถ่ายรูปนกพร้อมพิกัด (พ่อมันเรียน) แต่กลับได้เพียงตะกวด เพราะตัวใหญ่และชัดดี นกได้เพียงจุด ๆ มองให้เห็นว่าเป็นชนิดอะไร แถมพ่อก็ไม่รู้จะบินขึ้นไปเก็บพิกัดยังไงดี ปารย์เล่นถ่ายทุกตัว ในระยะสายตา (บนฟ้า) แต่ตะกวดมันไม่หนีไปไหน (เจอพวกหรือเปล่า)

โครงการหาหอยหลอด อันนี้เป็นโครงการใหญ่ของแม่และแก๊ง รวมทั้งลูก ๆ ของ แก๊ง มีภาพมาอวดเหมือนกัน แต่พ่อหากล้องไม่เจอ ต้องรอแม่ว่างนะ

แต่วันนี้พ่อจะมาเล่าเรื่อง หนูกับหมี!! (อ้าว) จริงๆ เป็นโครงการที่วางไว้ค่อนข้างนานแล้ว แต่ต้องหรือเวลาและ โอกาส (สองอย่างนี้ มักไม่ค่อยสัมพันธ์กัน คนไม่สมหวังมักบอกอย่างนี้เสมอ)
เข้าเรื่องเถอะพี่ !! พ่อพาปารย์ไปเรียนดนตรี ที่บ้านตัวโน๊ต (ใช่ไหม๊ว้า เก็บรายละเอียดไม่ค่อยได้เลย)

กว่าปารย์จะยอม ญาติดีกับคุณครู เล่นเอาพ่อเครียด กลัวโดนไล่ออก ตั้งแต่วันแรก ปารย์เล่นเอาแต่วิ่ง ไม่ยอมฟังใคร จนเมื่อคุณครูเอา รูปหมีกับหนูมาให้ระบายสี ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ปารย์ถนัด จริงดูจะเข้าเค้า แถมเล่นคีย์บอร์ด ปารย์ก็ทำได้น่าประทับใจจริง ๆ เสียงหมีเป็นยังไง ปารย์ก็กดกลุ่มเสียงต่ำ คุณครูถามว่าเสียงหนูเป็นยังไง ปารย์ก็กดกลุ่มเสียงสูง เสียงหมี เสียงหนู หมีกระโดด 2 ครั้ง หนูกระโดด 1 ครั้ง เออ คุณครูเก่ง จริงๆ หรือหลักสูตร Musical for Little mozart อะไร สักอย่างนี้แจ๋วจริง แีค่หนูกับหมี ทำให้ปารย์รู้จักเสียงต่ำ เสียงสูงได้

แต่ปารย์ถามพ่อว่า ไม่มีหมีแพนด้าเหรอ!! พ่ออยากฟังแต่ผีกาก้า นะลูก

Tuesday, April 10, 2007

ปารย์ไปทำงานด้วย

พ่อกลับจากประชุมที่สิงคโปร์ ก็เผ่นไปเยี่ยมปารย์ ที่บ้านยายเลย กะว่าไปถามสาระทุกข์ สุกดิบ กัน พ่อลูก ครั้งแรกที่เจอหน้าพ่อ ปารย์บอกว่า "กลับบ้านกัน" ดูน่าเศร้าจัง พ่อบอกปารย์ว่ารอแม่ก่อน แม่ไปทำงาน ปารย์บอกว่า "ปารย์จะไปทำงานด้วย" พ่อค่อนข้างเครียดนิดหน่อย ใจอยากพาปารย์กลับมาอยู่บ้าน อีกใจลังเล กลัวว่าปารย์จะไม่เป็นสุข พ่อเองก็อยากอยู่กับปารย์นะ เราเคยอยู่กันได้นิน๊อะ

สุดท้ายก็ต้องฟังผู้ใหญ่เค้าน๊อะ รอแม่อีกหน่อยนะปารย์ พักนี้พ่อเครียดจัง ปารย์อยู่ห่าง ๆ พ่อก็ดีเหมือนกัน

Wednesday, April 04, 2007

Update blog over a board

ตั้งชื่อตอน ดูแปลกหน้า ไหม๊ ใช้ภาษาปะกิตด้วย
เพราะเป็นครั้งแรกที่ update blog ปารย์ จากต่างประเทศเลยทีเดียว
ด้วยความโชคดี หรือเคราะห์ร้ายก็ไม่รู้ พ่อต้องไปประชุมที่สิงคโปร์
เป็นการเดินทางไปสิงคโปร์ด้วยเครื่องบิน เป็นครั้งแรก ต้องไปสวัสดี ชางกิง กันสะหน่อย

ระทึกดีเหมือนกัน เดินทางคนเดียว โรคกลัวฝรั่ง เพิ่งจะสางได้ไม่นาน มันจะกำเริบอีกไหม๊น๊อ
ไม่หรอกน่า สิงคโปร์ มันก็พอ ๆ กับ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษบ้านเราแหละ

เพิ่งจะจากปารย์มาแค่ 3 วัน แต่พอมาอยู่ไกลบ้านอย่างนี้ อดคิดถึงไม่ไหว โรคติดลูกกำเริบแหง ๆ
โทรหายายอร ก่อนขึ้นเครื่อง เพราะยังไงเสีย ปารย์คงไม่ยอมคุยโทรศัพท์ด้วยอยู่แล้ว พ่อเข้าใจ
ได้ข่าวว่า เริ่มรู้จักใช้อำนาจ ในการเรียกร้อง จะเอาโน้น จะเอานี้ กันใหญ่แล้ว พ่อถึงไม่อยากให้ปารย์ ไปอยู่กับใคร ก็เพราะอย่างนี้แหละ ปารย์จะกลายเป็นคนเอาแต่ใจ ไม่ยอมอดทน โตขึ้นปารย์ก็จะกลับมาว่าพ่อกับแม่ได้ว่า "พ่อแม่รังแกฉัน"
ร้องไห้ตอนนี้ คงไม่ทำให้ ช้ำใจมากกว่า ไปร้องตอนเป็นวัยรุ่นแล้วนะ


จริงๆ ตอนนี้ พ่อนั่งทำงานอยู่นะ เวลาบ้านเราก็ 5 ทุ่มกว่า ที่นี่เร็วว่า 1 ชั่วโมง
กว่าจะถึงที่พักได้ ต่อรถไฟ กันสนุกสนาน ดูแล้วไม่ยาก แต่ค่าห้องพัก แพงบรรลัย นอน 2 คืน เงินเดือนหมดพอดี อยู่ที่ Seattle ได้ตั้งเดือน บ้าไปแล้ว สิงคโปร์ ตอนมากับเรือ ก็ไม่รู้สึกอะไร พอตกเย็นก็ลงเรือ เที่ยวมันทั่วเกาะ หารู้ไม่ ไอ้โรงแรมที่นี่ มันโหดชะมัด ไม่เอามื้อเช้า ก็ไม่ยอม
ดูเหมือนโดนแขกมันหลอก ยังไงไม่รู้

มันเกี่ยวอะไรกับปารย์บ้างไหม๊เนี้ย
หึ หึ พ่อไปทาง แม่ไปทาง ฉันจะอยู่กับใคร
"ปารย์จะอยู่กับยาย" ปารย์บอกก่อนวันที่พ่อจะหนีมา
พ่อพยายามจะหา ไดโนเสาร์ ไปฝากปารย์นะ คิดถึงจัง

Friday, March 23, 2007

ทดสอบความอดทน

อ่า ไม่ใช่ใครที่ไหน ปารย์ทดสอบความอดทนแม่หนะเอง
เรื่องมันก็มาจากกรณีไม่มี TV แหละ แม่ก็คอยหากิจกรรมอื่นมาเสริม
ไม่ว่าจะเป็นเล่นระบายสี เล่นนับเลข เล่นต่อจุด และ...
เมื่อวานเล่นนับเลข
ตอนแรกก็นับดีๆ ผ่านไป 5 นาทีชักแกล้งแม่

แกล้งยังไง???
ก็แกล้งนับผิด แกล้งติดสติกเกอร์ผิดที่ ทั้งๆที่ เคยนับได้ถูก และติดถูกที่เมื่อ 5 นาทีที่ผ่านมา

อันที่จริงไอ้เรื่องผิดถูกหนะ มันไม่เท่าไหร่
แต่ที่น่าโมโหคือ ก่อนจะทำให้ผิด ก็คอยเหลือกตาดูแม่ ว่าถ้าทำผิดแม่จะทำยังไง
ฮึ ฮึ มันน่า....ไหมหละ ทดสอบความอดทนของแม่อีกแล้ว

(ทีนี้ตำราหลายเล่มของแม่เคยแนะนำว่า ไม่ควรเล่นต่อถ้าลูกไม่พร้อมหรือลูกเบื่อ)

แม่ก็เลยทำเป็นไม่ว่าอะไร แต่บอกปารย์ว่า “ถ้าปารย์ไม่อยากเล่นนับเลขแล้ว เราก็เลิกเล่นละกัน” แล้วเอาสมุดไปเก็บ

ฮึ ๆ ไม่นาน เจ้าปารย์ก็สวมบทบาทพระเอกเจ้าน้ำตา ฮะฮะ ไม่มีโวยวาย ไม่มีร้องไห้จ้า
มีแต่น้ำตาที่ค่อยๆ ไหล กับเสียงสะอื้นไห้เบาๆ แล้วเข้ามาซุกที่ตัก

แม่ไม่รู้ว่าจะขำ จะโมโห หรือจะสงสารดี
ถามว่าปารย์ร้องทำไม
“ปารย์จะเล่นนับเลข” ปารย์ตอบ

เอา!! ถ้าจะเล่นก็ไม่ต้องร้อง
แม่หยิบสมุดนับเลขมาให้เล่นใหม่
ปารย์นับไป น้ำตาไหลไป
...เศร้าจัง...

เหมือนเป็นอีแม่ใจร้าย บังคับให้ลูกทำแบบฝึกหัดทั้งน้ำตา
55555 แม่เลยได้ข้อคิดว่า อย่าด่วนสรุปเรื่องจากภาพที่เห็น เพียงขณะหนึ่ง ...นะจ๊ะ

Wednesday, March 21, 2007

เมื่อบ้านไม่มี TV

แล้วแม่ก็ตัดสินใจ เอา TV ไปซ่อมทั้งๆที่มันไม่ได้เสีย
อะนะ จนกว่าปารย์จะพูดคุยโต้ตอบกับแม่ได้คล่อง แล้วบ้านเราค่อยต้อนรับ TV กันใหม่
แล้วพอไม่มี TV มาแย่งเวลาของเราไป เราก็มีเวลาทำอะไร อะไรเล่นกันได้ตั้งเยอะแหนะ


ปารย์ถ่ายรูปกับ ผลงานวันที่ 20 มีค. 50

ปารย์พยายามจัดวางไดโนเสาร์ แม่ช่วยเอา snoopy ไปวาง แม่หันหน้า snoopy ไปทางขวา ปารย์โวยวายว่า "ทางซ้าย ทางซ้าย" (แม่ งง!!เล็กน้อย ไม่คิดว่าปารย์จะเข้าใจ ซ้าย ขวาแล้ว)
ตั้งสติได้ก้จับ snoopy หันไปทางขวา เออ! ปารย์ยิ้ม และเลิกโวยวาย เออ ลูกเราเข้าใจซายขวาแล้วแฮะ..
สุดท้ายที่พลาดไม่ได้คือปารย์พยายามออกท่าทางเป็นไดโนเสาร์ชนิดต่างๆ อยู่ด้านหลังให้แม่ถ่ายรูป

เจ้าไดโนเสาร์ 3D นั่นแม่ได้แบบมาจาก
http://www.rain.org/%7Ephilfear/download-a-dinosaur.html

ส่วนเจ้าหมาน้อยนั่นก็มาจาก
http://www.dltk-kids.com/crafts/peanuts/msnoopymobile.html


เจ้า Iguanodon นี่ สีแดงอย่างนี้ เป้นฝีมือปารย์ล้วนๆ ไม่รู้ทำไมชอบสีแดงจัง


เจ้า snoopy ตัวขวานั่น ฝีมือปารย์ล้วนๆ ทั้งระบายสี และตัด ปารย์เติมหนวดให้ snoopy ด้วย เติมไปก็พูดไปว่า เป็นแมว ฮึ ฮึ เป็นแมว

Monday, March 19, 2007

เที่ยวพิพิธภัณฑ์เด็ก

ช่วงนี้พิพิธภัณฑ์เด็ก จัดแสดง Robot Zoo แม่เลยชวนยายพาปารย์ไปเที่ยวกัน
แม่คิดเอาเองว่าปารย์น่าจะชอบ

โอกาสดีเป็นของเราที่บังเอิญเราไปในวันที่เด็กเข้าฟรี อิ อิ ไม่รู้เนื่องในวันอะไรเหมือนกัน แม่ก็ลืมถามไป รู้แต่ว่าแม่ประหยัดไปได้ 130 บาท

สังเกตจากอาการตื่นเต้น วิ่งไปดูทางโน้นที ทางนี้ที จับโน่น ขยับนี่ แม่ก็คิดเอาเองอีกแหละว่าปารย์ชอบ


ทดสอบดู ว่าหนวดหมึกมันดูดยังไงนะ



ปารย์ให้ความร่วมมืออย่างดีในการถ่ายรูปกับเจ้ากิ้งก่าคิมิเลี่ยน ที่เด็กสามารถ บังคับให้เปลี่ยนสีได้ ขยับหัว กลอกตา และแลบลิ้นออกไปจับแมลงกิน


ปารย์เสียฟอรม์เลย กำลังปีนรั้วดูยีราฟอยู่ดีๆ ยีราฟหันมา
ปารย์โดดจากราวแบบยายแทบจับไม่ทันเลย

ปารย์จะเป็นจระเข้

พ่อ เรียงให้หน่อย




แล้วปารย์ก็นอนคว่ำลง
แล้วพ่อก็เรียงให้
แล้วปารย์ก็แปลงกาย
แล้วกลายเป็น...จรเข้ แฮ่ แฮ่

Sunday, March 18, 2007

ปารย์โตขึ้น!

ด้วยพ่อไม่อยู่บ้าน หลายวัน (หลายสัปดาห์) ไม่อยากอ้างว่ามันเป็นงาน
(อุส่าห์ หนีเรือมาแล้วเชียว) พ่อก็พยายามโทรมาคุยกับปารย์บ้างเป็นครั้งคราว
รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้บ้าง เป็นธรรมดา แต่หลังๆ พ่อสังเกต ปารย์ตอบโต้ ประโยคได้มากขึ้น
เช่นพ่อถามปารย์ว่าทำอะไรอยู่ ปารย์ก็บอกได้ว่าระบายสี พ่อถามต่อว่าปารย์กินข้าวแล้วยัง ปารย์ก็ตอบว่าไดโนเสาร์!! คงนึกต่อไปเลยว่าพ่อจะถามว่ากินกับอะไร คาดการณ์ไปล่วงหน้าเลย
พ่อเลยหมดคำถาม!! มารู้จากแม่ว่า ปารย์ระบายสีไดโนเสาร์ อ้าว!

พ่อกลับมาเมื่อวาน ปารย์หลับกลางวันอยู่ ดูยาวขึ้นเยอะ ก็ปารย์นอนอยู่ จะให้สูงขึ้นยังไงได้
ปารย์ตื่นขึ้น เห็นพ่อนั่งยิ้ม คงงง งง หรือนึกว่าฝันไป หรือ....
พ่ออ้าแขนจะอุ้ม ปารย์ก็ค่อยกระดืบ (เขียนยังไง) โอ๊ย หนัก ปารย์หนักขึ้นหรือเปล่า!!

การที่ไม่อยู่ด้วยกันหลายวัน มัีนทำให้ปารย์โตเร็วขึ้นเหรอ พรุ่งนี้พ่อก็ต้อง ออกต่างจังหวัดอีกแล้ว
ปารย์โตขึ้นอีกนะ...

Friday, March 16, 2007

ความประทับใจเล็กๆ

เจ้าปารย์นี่มีอะไรให้แม่ค้นหา ให้ทำความเข้าใจได้เยอะดีจัง

เมื่อคืน ประมาณ 3 ทุ่ม แม่นั่งซ่อมนาฬิกา อะบะเรนเจอร์ ให้ปารย์
สายมันสั้นไป ปารย์ชอบใส่ แต่ใส่แล้วจะบ่นว่าเจ็บ

ปารย์คงอยากช่วย
พยายามมานั่งใกล้ๆ แต่ก็นั่งไม่ไหว ท่าทางง่วงมากๆ
ปารย์นอนลงไปข้างๆ แม่ แล้วพูดว่า “แม่ระวังมันหนีบนะ” ชัดแจ๋ว แบบไม่ต้องเดา
แม่ยังไม่ทันได้ถามว่าอะไรจะหนีบแม่เหรอ ปารย์ก็หลับสนิทไปซะแล้ว

เออ!! คราวนี้แม่ไม่ต้องเดาว่าปารย์พูดว่าอะไร แต่ต้องมาเดาว่าให้แม่ระวังอะไรแทน
อาจหมายถึงระวังสาย อะบะเรนเจอร์ มันหนีบเหมือนที่ปารย์เคยถูกหนีบ
หรืออาจอยากบอกให้แม่ระวังเข็มแทง เพราะแม่กำลังใช้เข็มเย็บสายอยู่ แต่เลือกใช้คำผิด
แต่ยังไงซะ แม่ก็ดีใจ ที่ปารย์เป็นห่วงแม่ด้วย อิ อิ

Thursday, March 15, 2007

เล่นปั้นๆ เล่นต่อบล็อก ของชอบเลยคร๊าบ


จะเรียกว่าปั้นได้ไหมนะ อันที่จริงออกไปทางขยำๆ โปะ โปะ มากกว่า


ชื่อผลงาน "ไม่มีชื่อ"
ศิลปิน "ด.ช.ปารย์ ละอองมณี "
แม่ไม่รู้จะตั้งชื่อผลงานนี้ว่าอะไรดี ถามปารย์ ปารย์บอกแต่ว่า ช๊อกโกแลต ช๊อกโกแลต อะ


ชื่อผลงาน "ไม่มีชื่อ 2"
ศิลปิน "ด.ช.ปารย์ ละอองมณี "


บล๊อกนอกจากสามารถเป็นส่วนหนึ่งของงานประติมากรรมของปารย์แล้ว
ยังสามารถเข้าไปอยู่ในกล่องได้ด้วย
ปารย์กำลังง่วนกับการเอาชิ้นส่วนต่างๆเข้ากล่อง ขอบอกว่าเวลาแม่เล่นของเล่นปารย์ชุดนี้ แม่เองก็ใช้เวลานานอยู่เหมือนกัน
ปารย์ทำได้ แสดงว่าเรามีสติปัญญาใกล้ๆกัน แล้วดิ 5555
พ่อบอกว่า สงสัยฟลุก แต่ก็เห็นตรงกับแม่ว่าการจะต่อได้สำเร็จ อย่างน้อยก็ต้องมีสมาธิดีพอสมคววร


ผลงานปารย์ล้วนๆ โดยมีแม่ลุ้นอย่ห่างๆ

Saturday, March 10, 2007

หาดแม่พิมพ์

อิ อิ แม่กลับมาจากออกทะเล ก็พาปารย์ไปเที่ยวทะเลอีกแล้ว
พ่อต้องไปทำงานที่ระยอง 2 วัน แม่เลยได้โอกาสติดสอยห้อยตามพาปารย์ไปเที่ยวด้วย
พ่อไปทำงาน เราสองคนไปเที่ยว



วันแรกประเดิมด้วยการเดินเล่นที่อ่าวมะขามป้อม
ใกล้ที่ทำงานของลุงจี้ และน้าอัญ

ปารย์พาไดโนเสาร์เพื่อนรักไปเที่ยวทะเลด้วย
แล้วปารย์ก็ยอมใส่หมวก ของฝากจากพม่า


แม่ชอบรูปนี้จัง
ที่หาดแม่พิมพ์
ทะเล วาฬ(เป่าลม)ปารย์ พ่อ



เห็นปารย์เล่นน้ำทะเลสนุกแบบนี้
แม่แทบลืมไปเลยว่าเมื่อก่อนปารย์เคยไม่ยอมเหยียบทราย และกลัวทะเล



เล่นไม่ยอมเลิก
จนเย็น



จนค่ำ

Thursday, March 08, 2007

แม่กลับมาแล้ว

แม่กลับมาก็รีบไปหาปารย์ที่บ้านยายเลย
พอยายเห็นแม่ ก็หันไปถามปารย์ว่า "ใครมาแล้วนั่น"
ปารย์หันมา แล้วรีบวิ่งเข้ามาหา เรียกแม่ว่า “คุณแม่” (ฟังแล้วจักจี้)
เข้ามากอด ให้แม่หอม แล้วปารย์ก็หอมแม่
ชื่นใจ จริงๆ

ไปพม่าเที่ยวนี้ได้หมวกทหารมาฝากปารย์ 1 ใบ
แต่ปารย์ไม่ค่อยสนใจเลย (ตามเคย) จะเอาแต่ของเล่น
ไม่เป็นไร แม่เข็นให้ใส่จนได้เองแหละ

เมื่อเช้าแม่เอาแป้งพม่า (Tanaka) มาทา แบบว่าอยากสวยเด้ง เหมือนสาวพม่า
ปารย์เห็นแล้วยิ้ม ๆ พูดว่า “แม่ทาแป้ง”
แม่ถามว่า “สวยไหมหละ”
ปารย์ตอบ “สวย” ตามด้วยเสียงหัวเราะ
เอะ! สวยทำไมต้องขำอะลูก
ปารย์ไม่ตอบ...