Thursday, June 29, 2006

ฝีมือผมเป็นไงบ้างครับ

เออ!!!ช่วงนี้ปารย์ เปลี่ยนจากบรรดาศักดิ์ให้แม่ จาก“แม่”มาเป็น “พี่” ปารย์เรียกแม่ว่าพี่เปิ้ลตามพี่นาม และพี่กานต์หนะสิ

อยู่ด้วยกัน สองคนมาสามวันแล้ว ปารย์ไม่มีตัวเลือกเลยต้องง้อแม่หน่อย อะไรๆก็ต้องมาเรียกพี่เปิ้ล พี่เปิ้ล พี่เปิ้ลฉี่ พี่เปิ้ลอึ

นอกจากนั้นช่วงนี้เพื่อนๆของปารย์ในซอยเดียวกัน จะเข้ามาเล่นในบ้านทุกเย็น บ้านเราเลยกลายเป็นสนามเด็กเล่นไปเลย ของเล่นทั้งหลายมันจึงมาเกลื่อนอยู่ตามพื้น แต่ก็ได้ชื่นใจที่ปารย์ช่วยแม่เก็บของเล่น หลังจากพี่ๆเขากลับบ้านกันไปหมดแล้ว

กิจกรรมสุดโปรดช่วงนี้ของปารย์ก็น่าจะเป็นการขีดๆ เขียนๆ นี่แหละ เชิญชมผลงานเลยละกัน






Friday, June 23, 2006

ไปเที่ยว เรือ Blue Access

ฮะ ฮ่า อย่า อย่าคิดนะว่าครอบครัวเราจะไปเที่ยวเรือสำราญกัน ไม่ซะหละ คนขี้เหนียวอย่างพ่อ กับแม่เหรอ จะยอมจ่ายตังก์ ไปเที่ยวเรือสำราญ

เช้าเมื่อวานลุงสายัญ เพื่อนพ่อโทรมาชวนพ่อไปเที่ยวแหลมฉบัง พ่อก็รับปากอย่างว่าง่าย แล้ว ค่อยหันมาชวนแม่ว่า ไปเที่ยวแหลมฉบังกันนะเย็นนี้สายัญคงอยากให้เราไปหาจริงๆ โทรมาหาหลายครั้งแล้ว ตอนเรืออยู่ญี่ปุ่นก็โทรมา แม่หนะชอบเที่ยวอยู่แล้ว ไปดิ

ระหว่างทางไม่รู้เจ้าปารย์ไปเอาแรงมาจากไหน เล่นต่อสู้กับแม่ ซะแม่เหนื่อย ตลอดทางได้ยินแต่คำว่า ......แรนเจอร์ แล้วพุ่งใส่แม่ สงสัยพี่ๆที่บ้านเด็กจะเอามาเปิดให้ดูแน่เลย แม่ยังไม่รู้เลยหน้าตามันเป็นไง ปารย์มาสงบลงบ้างเมื่อแวะปั๊มซื้อกลูลิโก๊ะป๊อกกี้ให้กิน

แหลมฉบังนี่มันไกลจัง ไม่ถึงซะที แหะๆ พวกเราหลงอีกแล้ว เนี่ยขนาดพ่อมีทั้ง แผนที่ ทั้ง GPS ก็ยังหลง อิ อิ แต่สุดท้ายก็ถึงจนได้ ลุงสายัญยืนรออยู่หน้าทางเข้าท่าเรือ พร้อมหิ้วถุงพะรุง พะรัง มีทั้ง PIZZA & KFC อืมค่อยยังชั่วกำลังหิว

เสียง “ว๊าว” ออกมาทันทีที่ปารย์เห็นเรือลุงสายัญ ถ้าพูดได้มากว่านี้คงบอกว่ามันใหญ่จังนะแม่ แม่ก็ว่ามันใหญ่จัง เรือ MV.SEAFDEC ที่ทำงานแม่เล็กไปเลย แค่บันไดทางขึ้นก็เหมือนเดินขึ้นตึกสามชั้นแบบไม่มีขั้นพัก ดูปารย์ตื่นเต้นจัง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดูโน่นดูนี่ ลุงสายัญพาเดินดูเกือบทั่วเรือ ทั้งสะพานเดินเรือ ห้องเครื่อง ห้องเก็บสินค้า ห้องกินข้าว ห้องครัว แล้วก็เอารูปน้องทะเลใสลูกลุงสายัญมาให้ดู

สินค้าที่เรือ Blue Access ขนเป็นพวกรถครับ เกือบพันคัน จอดเรียงรายอยู่บน 3 ชั้นของเรือ ลุงสายัญบอกเดินทางไปส่งที่ท่า OSAKA ประเทศญี่ปุ่น

แล้วก็ถึงเวลากลับ ก่อนกลับลุงสายัญเอาจักรยาน + เครื่องเสียงติดรถยนต์ให้พ่อมาด้วย สงสัยจะแลกกับหนังสือที่พ่อซื้อมาฝาก ไม่รู้ลุงสายัญจะคุ้มไหมนะลูก...

Thursday, June 22, 2006

เมื่อปารย์....พูด +ร้องเพลง

เดือนนี้ปารย์ก็ 2 ขวบ 7 เดือนแล้วสินะ เจ้าหนุ่มน้อยผู้กลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปากของแม่เริ่มจะพูดออกมาบ้างแล้ว เช่นสั่งให้แม่ทำโน่นทำนี่ “กิน” “นั่ง” “ปิดไฟ” “เปิดไฟ” “แกะ” (กล่องขนม) “สวัสดดีครับคุณครู” เรียกชื่อสารพัดสัตว์ได้ถูกต้องเกือบหมด และก็ร้องเพลงด้วย จากเดิมที่ชอบร้องเพลงแต่งเอง ตอนนี้มาเป็นร้องเพลงที่คนอื่นแต่งบ้างแล้ว เมื่อวานนอนร้องเพลง ชื่ออะไรแม่ไม่รู้เหมือนกัน แต่มีเนื้อร้องประมาณว่า
อย่าทิ้งขยะนะเธอ ลูกเป็ดเขาเจอเดี๋ยวเขาดุเอา
อย่าทิ้งขยะนะเรา ลูกเป็ดเจอเข้าบนกันพึมพำ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
อันที่จริงเนื้อเพลงข้างบนนี่ มาจากเท่าที่แม่พอจะนึกได้แหละนะ แต่ทำนองเพลงที่ปารย์ร้องเนี่ย แม่ว่าต้องใช่เพลงนี้แน่ๆ ถ้าจะให้ถูกต้องตามที่ปารย์ร้อง เพลงนี้ต้องมีเนื้อเพลงว่า
อย่าหิ้ง.....นะเธอ ...เป็ด.....เจอ..............หลุเอา
อย่าหิ้ง......นะเฮา ....เป็ดเจอเห้าบ่............พึ.พำ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ก๊าบ กาบ กาบ กาบ กาบ กาบ
ที่น่าดีใจอีกอย่าคือเมื่อคืนเป็นครั้งแรกที่ปารย์ร่วมมือกับแม่อ่านตามบัตรคำฝึกอ่านที่แม่ทำไว้ให้ปารย์ตั้งแต่ปารย์ยังไม่ครบ 8 เดือน โหน้ำตาแทบไหล แม่รอมาตั้งนานในที่สุดก็ได้ใช้งานจนได้

Wednesday, June 21, 2006

ปารย์…. คุณครูคนนั้นเขาทำได้ไงอะ...

แล้ววันนี้ก็เหมือนเมื่อวาน ที่ปารย์ไม่อยากไปโรงเรียน
แต่ทำไมตอนกลับจากโรงเรียนก็เห็นหน้าบาน แสดงว่าอยู่โรงเรียนก็ไม่ได้ทุกข์อะไร
แต่ทำไมไม่อยากไปโรงเรียน
เมื่อเช้าเล่นบทไม่ยอมลุกจากที่นอน
จนแม่ต้องเช็ดตัว เช็ดฟันให้แทนการอาบน้ำ แปรงฟัน
แต่การเช็ดฟันหนะ ไม่ได้ช่วยให้กลิ่นปากที่ปารย์นอนน้ำลายบูดทั้งคืน ลดลงเลย
แล้วก็ยังแผลงฤทธิ์ ไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนอีกด้วย
กว่าจะใส่ชุดนักเรียนเสร็จ เล่นเอาแม่เหนื่อย
ฝนก็ตกด้วยสิ วันนี้กว่าคุณครูจะพาปารย์เข้าโรงเรียนได้ ปารย์อาจเปียกนะ(แม่เริ่มเป็นห่วง)
เมื่อวานคุณครูต้องแย่งปารย์ไปจากพ่อ ปารย์ถึงจะยอมไปอะ ไม่งั้นก็หนีไม่ยอมไปหาครู

พอเจ้าสีกุนเริ่มเลี้ยวเข้าโรงเรียน ฝนซาลงแล้ว
แต่แม่ยังลุ้นอยู่
เอะวันนี้ ครูผู้ชายมารับแฮะ
ครูคนนี้แม่ไม่รู้จักอะ ตอนประชุมผู้ปกครองครูคนนี้ก็ไม่ได้มาแนะนำตัวด้วยสิ
พอคุณครูชายคนนี้มารับ ปารย์ก็ยิ้มให้คุณครู
คุณครูอุ้มปารย์ลงจากรถ
คุณครูบอกปารย์ให้สวัสดีพ่อ ปารย์ก็ยกมือ สวัสดีครับ
คุณครูบอกปารย์ให้สวัสดีแม่ ปารย์ก็ยกมือ สวัสดีครับ
แล้วก็เดินตามครูไป
ปารย์เป็นเด็กว่าง่ายได้อย่างปาฏิหาริย์
คุณครูเขาทำได้ไงครับ.... ลูกปารย์

Tuesday, June 20, 2006

ปารย์ ไม่อยากไปโรงเรียน....

โอ้โห เช้านี้ปารย์ดื้อจัง เริ่มจากไม่ยอมอาบน้ำ จะออกไปเล่นข้างนอก ไม่ยอมแปรงฟัน กว่าแม่จะจับอาบน้ำ และแปรงฟันได้ มีหอบ.... พออาบน้ำเสร็จไม่ยอมใส่ชุดนักเรียนอีก แต่จะใส่ชุดอื่น ทำไงดีหละ ก็โรงเรียนเขายังอยากให้นักเรียนอยู่ในชุดเหมือนๆ กันอยู่อะลูก แม่ไม่รู้จะทำไงดี เลยอุ้มขึ้นรถทั้งๆที่ใส่กางเกงในตัวเดียวอยู่เลย ยังดีนะที่พ่อจับใส่กางเกงในได้ อยู่ในรถก็พยายามกันหลายรอบ สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้เจ้าปารย์ไปถึงหน้าโรงเรียนในสภาพ เกือบจะเป็นชุดวันเกิด พอคุณครูมาเปิดประตูก็ทำเป็นนั่งเขียนหนังสือซะงั้น สุดท้ายคุณครูต้องช่วยแม่แต่งตัวปารย์ โดยมีพ่ออุ้มปารย์ไว้ พ่อแม่คนอื่นที่มาส่งลูกๆกัน เห็นแล้วก็ยิ้มๆ ขำๆ กับครอบครัวอลเวง ของเรา เอ่อ........ ปารย์จะเป็นงี้ไปอีกนานไหมเนี่ย

Saturday, June 17, 2006

วันไหว้ครู


วันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมาเป็นวันไหว้ครู ของโรงเรียนอนุบาลปานตะวัน
ก่อนหน้าสองวัน พ่อก็สังเกตเห็น บอร์ดโรงเรียนประกาศไว้แล้ว แต่ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า "ก็ดี"

แต่เรื่องไม่ง่ายเหมือน เจ้าหญิงในนิยาย (เรื่องอะไร นึกกันเอาเอง) พ่ออ่านสมุดบันทึกปารย์ของวันที่ 14 มิย. ปาไปจะสองทุ่มอยู่แล้ว เนื้อหาชัดเจนและจริงจัง "พรุ่งนี้เป็นวันไหว้ครูของโรงเรียน กรุณาเตรียมดอกไม้ ธูปเทียนให้น้องด้วยนะคะ ลงชื่อคุณครูเย็น" พ่อหันไปมองหน้าปารย์ ปารย์ก็งง มองทำไม สองทุ่มแล้วนะ บอลจะแข่งแล้วด้วย นั้นก็ที่พ่อห่วง!! "ปารย์ไปปั่นจักรยานกันไหม๊" พ่อเอ่ยปาก "ปั่นจักรยานเหรอ" เป็นสูตรสำเร็จของปารย์ที่จะตอบกลับการสนทนา ทำท่าเหมือนยังงง!! คงนึกพ่อพูดผิดหรือเปล่าว๊า มันต้อง ขึ้นข้างบนกันไหม๊ ซิ แต่ก็นั่งอยู่ไม่ได้นาน เพราะพ่อ คว้าจักรยานออกนอกบ้าน เรียบร้อยแล้ว

เราเริ่มจากสวนที่ใกล้ที่สุด ในซอยด้านใน อะฮา มีดอกเข็ม สีแดงข้างรั่ว ดอกเดียวพอไหม๊ปารย์ เราลองปั่นไปที่สนามเด็กเล่นกันนะ เผื่อมีดอกไม้ ออกหัวค่ำ พ่อบอกปารย์ โดยมีคำตอบอะไรออกมาหนึ่งชุด แฮะพ่อฟังไม่รู้เรื่อง ยังมีคนวิ่งอยู่ คนสองคน สลัวมากแล้ว คือไม่มีแสงอาทิตย์แล้ว พ่อแว๊บเห็นดอกอะไรสักอย่าง สีชมพูสวยเชียว แต่ดูท่ามันน่าจะเหี่ยวง่ายนะ เลือกเอาที่มันเป็นตูมๆ หน่อยนะ คิดถึงแม่ปารย์ขึ้นมาอย่างแรง แม่คงทำให้ปารย์ได้ดีกว่าพ่อแน่ๆ ไม่เป็นไร เอาใหม่ปีหน้า

เหลือธูปกับเทียน ที่บ้านคงมี เอาปารย์ไปนอนก่อนนะ ปารย์เข้าใจว่าพ่อจะกินดอกไม้เป็นมื้อเย็น พยายามจะช่วยล้าง ช่วยเด็ด เหมือนล้างผัก เบรคกันจนเคืองไปหลายรอบ กว่าจะได้นอน พ่อแอบย่องไปหาธูปเทียนชั้นสาม แอ๊ ไม่มีเทียนแหะ อ้อ เทียนแพไหวไม่ พอได้ โอเค พรุ่งนี้ปารย์มีทุกอย่างครบแล้ว พ่อก็ไปดูบอลต่อ

หมายเหตุ นึกว่ากล้องถ่ายรูปอยู่บ้านยาย เลยไม่มีรูปชุดไหว้ครูของปารย์ มาอวดเลย

Sunday, June 11, 2006

ดนตรีในสวนธนฯ ... โดยบังเอิญ

พ่อ กับแม่เนี่ยชอบไปดูดนตรีในสวนกันมาก ดูมาตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน จนแต่งงานแล้ว จนมีลูก และแน่นอนก็ต้องพาลูกไปดูด้วย บรรยากาศมันดีมากเลยอะ เพลงเพราะๆ ในสวนสวยๆของกรุงเทพมหานคร คนไม่เยอะมากนัก และก็ฟรีด้วย ชอบๆ สวนที่เรามักไปดูดนตรีกันก็สวนลุม นั่นแหละ แต่ดูดนตรีในสวนตามหัวข้อของวันนี้ไม่ใช่ที่สวนลุมนะ เป็นสวนธนบุรีรมย์ สวนสาธรณะขนาดย่อมๆ ที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุด ที่ว่าโดยบังเอิญก็เพราะว่า พ่อกับแม่กะพาปารย์ไปเดินเล่นในสวนเท่านั้นเอง เพราะถ้าอยู่บ้าน ปารย์ก็จะพยายามจูงมือพ่ออกจากบ้านอยู่เกือบตลอดเวลา เลยพาไปเดินเล่นไกลๆไปซะเลยดีกว่า

เดินไปเห็นเวทีเข้า เลยต้องรอดูสักหน่อยว่าใครมาแสดงบ้าง ปารย์ก็แสดงท่าทีสนใจมากด้วยการเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหน้าสุด แล้วพ่อก็หันหน้ามาบอกแม่ด้วยใบหน้าตื่นเต้นว่า หนึ่งในนักร้องวันนี้เป็นอี๊ด ฟุตบาท ideal man ที่สร้างครอบครัวด้วยเสียงดนตรี กับลูกสาวสองคนที่เล่นดนตรีได้ดั่งใจพ่อ

แต่การดูดนตรีของเราวันนี้ก็มีอุปสรรคเหมือนกันนะ ก็ฟ้าฝนที่ไม่ค่อยจะเป็นใจในฤดูนี้แหละที่ตกซะหนักเลย ต้องหยุดรอให้ฝนหายถึงจะเริ่มเล่นกันใหม่ได้ แต่ก็คุ้มที่รอดูนะ เพราะปารย์ดูด้วยความสนใจมาก พี่น้องสองสาวเล่นเพลงที่ไปประกวดชนะเลิศที่สวิตเซอร์แลนด์มาด้วย คุ้มจริงๆ แม่กับพ่อ และน้า น้าของปารย์ อยากให้ปารย์รัก และเล่นดนตรี ปายจะได้เป็นคนที่มีจังหวะไง เนี่ยพ่อหมายมั่นปั้นมือแล้วนะว่าอยากให้ปารย์เล่นไวโอลิน

Wednesday, May 31, 2006

ไม่ไหวแล้ว...แม่

หลังจากลุ้นมาเมื่อวานทั้งวัน แต่น แตน แต้น คุณครูเขียนมาว่า ปารย์สามารถดื่มนมจากกล่องได้ และไม่ต้องใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปไปโรงเรียนได้แล้ว ไม่ทำเละเทอะเลย เก่งจริงๆ ลูกแม่

มาเสียท่าเอาตอนเย็น แม่ขับรถไปโรงพยาบาล ปารย์เกิดปวดฉี่ขึ้นมาระหว่างทาง อันที่จริงก็บอกแม่แล้วนะ แต่แม่ขับรถอยู่ และทางมันก็แคบมากไม่สามารถจอดรถได้ ปารย์ทำหน้า น่าสงสารมากอะ แบบว่าพยายามกลั้นอย่างเต็มที่ แต่มันไม่ไว้แล้วกว่าแม่จะหาทางจอดรถได้ ปารย์ก็เหลือส่วนที่กลั้นไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าส่วนใหญ่หนะมันเลอะกางเกงไปแล้ว อิอิ

Tuesday, May 30, 2006

ลุ้นจัง..

เป็นวันแรกนะครับ ที่ปารย์ไปโรงเรียนโดยไม่มีขวดนม และโดยไม่ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ก็ปารย์โตแล้วนี่ครับ...
พ่อเขากังวลว่าปารย์จะฉี่ในรถ แม่เลยเตรียมขวดติดรถไปด้วย เด็กชายเนี่ยน่าจะเลิกผ้าอ้อมสำเร็จได้ง่ายกว่าเด็กหญิงนะ อิ อิ ..ก่อนไปโรงเรียนทุกวันปารย์มักจะแว่บไปเล่นที่บ้านป้าแต๋มก่อนเสมอ พอแม่เดินไปรับขึ้นรถป้าแต๋มบอกปารย์เป็นอะไรไม่รู้ไปยืนแอบอยู่ข้างตู้ปลา อิอิ เท่านี้แม่ก็พอจะเดาได้ พอเดินไปใกล้ก็ชัดเลย ปารย์บอกว่าอึแล้ว อึแล้ว แม่เลยต้องพากลับบ้าน แหะ ๆ คิดว่าปารย์ทำเละเทะกางเกงนักเรียนหละซิ ผิดครับ!!! ปารย์อั้นไว้ได้กลับไปถอดกางเกงอึที่บ้าน สบายใจแม่จริงๆ วันนี้คงไม่ต้องใช้กางเกงนักเรียนสำรองที่เตรียมไป
แต่ที่กังวลมากกว่าคือเรื่องขวดนมต่างหาก ไม่รู้จะงอแงไหม ถ้าไม่มีขวดนม ก็ได้แต่บอกคุณครูว่าถ้างอแงมากคุณครูเขียนบอกแม่มาในสมุดบันทึกด้วย พรุ่งนี้แม่จะได้เตรียมขวดนมไปให้ ลุ้นจัง

Thursday, May 25, 2006

ภาษากาย ภาษาพูด...


ตอนนี้ ปารย์ พูดเก่งขึ้นมากแล้ว จากเมื่อก่อนมีแต่คำว่า ไม่ ไม่ ไม่เอา ไม่กิน ไม่ไปซะทุกอย่าง และส่วนใหญ่ก็สื่อสารโดยใช้ภาษากายเป็นหลัก
เมื่อวานได้ยินอีกไม่หนึ่งออกมาจากปากปารย์ “ไม่ให้กลับ” แม่ได้ยินตอนที่ปารย์มัวแต่ห่วงดูไดโนเสาร์ที่บ้านเด็ก จนไม่ยอมกลับบ้าน แม่ก็เลยขู่ว่างั้นแม่พาพี่ปอล (เพื่อนปารย์ที่บานเด็ก) กลับก่อนนะ ปารย์ก็เลยตะโกนว่า “ไม่ให้กลับ” ออกมา ตอนเย็นไปเล่นกับพี่แพท พี่พั๊น สักพัก พี่ฝ้ายก็มาชวน แพท และพั๊น ไปเล่น เจ้าปารย์ก็รีบวิ่งตามไปพร้อมพูดว่า “เล่นด้วย” เหอะ ๆ คำพูดหลายคำของปารย์ พ่อ กับแม่ไม่เคยสอน แต่ปารย์มักพูดออกมาได้ตรงกับสถานการณ์
ปารย์นี่คงมีวิธีหัดพูดที่แม่เองยังงงๆอยู่ ว่าจะช่วยปารย์ฝึกพูกยังไง ให้พูดตามก็ไม่ค่อยพูด แม่ก็คงได้แต่พูดเอง เออ เองกับปารย์ไปเรื่อยๆ และวันหนึ่งเมื่อปารย์อยากจะพูดก็คงพูดออกมาเอง มั้ง...

Tuesday, May 23, 2006

ไปโรงเรียนครับ ไปโรงเรียน

เป็นวันที่สาม แล้วจ้าที่ ลูกปารย์ของแม่ไปโรงเรียน และก็หลังจากไป summer มาสองอาทิตย์ แล้วด้วย ปารย์ก็ยังไม่ชินกับการไปโรงเรียนซะที ยังคงร้องกอดพ่อ ไม่ยอมไปกับคุณครู เอ!! ครูเย็นกับครูณี ของหนู เขาดุหนูหรือเปล่านะ แต่เท่าที่แม่สังเกตก็รู้สึกว่าครูเขาเป็นคนรักเด็กดีอะ พอหนูร้องไห้แม่ก็เลยมีเวลาคุยกับครูไม่มาก ยิ่งอยู่ให้เห็นหน้านานหนูก็ยิ่งร้อง

เมื่อวานครูแอบบอกว่า ร้องอ้อนแม่อะค่ะ พอพ่อกับแม่ไปก็เห็นเล่นกับเพื่อนดี ไม่มีปัญหาอะไรวันหลังคงต้องหาโอกาสไปแอบดูมั่งหละมั้ง

วันนี้ปารย์จะได้ว่ายน้ำด้วย คุณครูเย็นเขียนใส่สมุดบันทึกเมื่อวานว่าให้เตรียมชุดว่ายน้ำมาให้ปารย์ด้วย น่าสนุกจัง แต่ปรกติปารย์เล่นน้ำกับพ่อแม่ทีไร ก็เกาะพ่อกับแม่แจเลยเหมือนกัน แล้ววันนี้หละจะเกาะใครเนี่ย อยากให้ปารย์เล่าให้แม่ฟังบ้างจังว่าไปโรงเรียนทำอะไรมาบ้าง ปารย์เล่นไม่ยอมบอกพ่อกับแม่เลย อมพะนำทุกวัน อยากรู้ อะ อยากรู้

?? ทำไมวันนี้ใส่รูปไม่ได้ซะหละ

Friday, May 19, 2006

เที่ยวระยอง อีกแล้วครับท่าน

แม่กับบรรดา เพื่อนร่วมก๊วนลูกอ่อนเนี่ย เอะอะ อะไรก็ไปเที่ยวระยองซะเรื่อยเลย เฮะๆ ก็มันสะดวกดีหนะ เดินทางไปก็ง่าย แถมมีบ้านพักแสนสบายของเพื่อนสำรวยให้พักฟรีๆด้วย ใครหละจะปฏิเสธ ขนาดแม่ตอนนี้กระเป๋าแฟ้บ อยู่ยังดันทุรังไปจนได้เลย

ตามแผนเนี่ยจะมี 4 ครอบครัวแหนะ แต่แม่มดของเจ้าเมืองปายคงจะแพ้ท้องมากเลยต้องขอบายงานนี้ ก็เลยเหลือแต่ครอบครัวพี่ปิ๊งๆ ครอบครัวเจ้าขนุน และแน่นอนครอบครัวเรา…

ต่างครอบครัวก็เดินทางไประยองโดยมีเป้าหมายเป็นบ้านอาสำรวย แบบถือฤกษ์สะดวกจริงๆ ใครใคร่ไปก่อนไป ใครใคร่ตามไปทีหลังก็ไม่ว่ากัน ก็ลูกอ่อนกันทั้งนั้นจะให้เร่งกันได้ไง

เราเริ่มกันด้วยกิจกรรมเที่ยวสวนผลไม้สวนสุภัทรา ที่เจ้าขนุนบอกว่าเป็นสวนอาหยอย (โหอาหยอยนี่มีที่เยอะ จังหนิ)เด็กๆ ก็สนุกไปคนละแบบ เจ้าขนุนนี่สนุกกับการหม่ำผลไม่ทุกประเภท พี่ปิ๊งๆ สนุกกับการดูผลไม้ ดูต้นไม้ โดยเฉพาะที่มันใหญ่มาก มาก ส่วนเจ้าปารย์สนุกกับการวิ่งไล่ตามไก่ ส่วนบรรดาพ่อแม่ก็สนุกกับการกิน ถ่ายรูป คงจะมีแต่แม่เปิ้ลที่สนุกกับการคิดเลขว่าเจ้าของสวนจะได้กำไรเทาไหร่นะ กับค่าเข้า 150 บาท ทำธุรกิจนี้จะดีไหมนะ….

ที่ขาดไม่ได้ก็เป็นการเล่นน้ำทะเล คราวนี้พี่ปิ๊งๆ ไม่กลัวทะเลแล้ว เฮ้ เฮ้… ก็ไม่ต้องไปไหนไกล หาดแม่รำพึงเจ้าเก่านี่แหละ

เวลาส่วนใหญ่ของพวกเรา ก็หมดไปกับการกิน นอน วิ่งเล่น แค่นี้ก็สุขที่ซูด… พอพวกเราอยู่รวมกันในบ้านอารวยนะ ดูบ้านอารวยแน่นไปเลย แต่แม่ว่าก็สนุกดีเหมือนกันนะ มันดูวุ่นวายไปหมด เนี่ยพอพวกเรากลับบ้านอารวยคงเหงาหูพิลึก

ขากลับ ครอบครัวเรา กับเจ้าขนุนแวะเขาเขียวกัน เขียวดีจริงๆนะเขานี่แถมด้วยฝนชุ่มช่ำอีกตะหาก แม่กับปารย์เที่ยวกันจนป่วยเลย อิอิ ปารย์เลยอดไปโรงเรียนเลย คงต้องรอให้หายซะก่อนค่อยไป ก็ตอนนี้เชื้อโรคอะไรๆ มันเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะเจ้าแบคทีเรีย Streptococcus ที่กำลังดังเพราะดันไปเกิดกับคนดังอย่าง นก ฉัตรชัย นี่นะ

Monday, April 24, 2006

สัปดาห์แรก โรงเรียนปานตะวัน!!

หลังจากวันแรกผ่านไปด้วยดี (แม่นะดี ปารย์ไม่รู้ดีด้วยหรือเปล่า) เป็นหน้าที่ของพ่อ ที่พาลูกปารย์ไปส่งโรงเรียน
วันแรก เราไปถึงกันแต่เช้า เพราะพ่อยังกะไม่ถูกว่าต้องขับรถ สักกี่นาที ลูกปารย์ไปโรงเรียนคนแรกเลย เริ่มด้วยการเล่น สารพัดของเล่นที่ลานของเล่นกลางแจ้ง (มันน่าจะมีป้ายบอกหน่อยนะ สนามเด็กเล่นชินวัตร อะไรทำนองนั้น) แต่พอถึงเวลาที่ต้องเข้าห้องสัปรด ปารย์ก็เริ่มเล่นบทพระยาโศก แถมกอดรัดอยู่กับพ่อ ไม่ยอมไปหาคุณครูณี ร้องไห้ไป 1 ยก

วันต่อมาเป็นวันหยุด ตื่นสายกันตามสบาย พ่อลูก นอนกันอืด ตกเย็นเพราะความที่ปารย์ไม่ยอมนอนกลางวัน เลยสร้างวีรกรรมหลับคาอานจักรยาน ซึ่งนั่งซ้อนพ่อออกไปเที่ยวกันหน้าหมู่บ้าน กว่าพ่อจะเข็นจักรยานพร้อมกับอุ้มปารย์ที่หลับอยู่ถึงบ้านได้ มันแย่จริงๆนะ

วันที่สามของปานตะวันสำหรับปารย์ ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างเลวร้ายลง ความที่นอนดึก พ่อจึงต้องปลุกปารย์ไปอาบน้ำ ด้วยอาการหงุดหงิดเอามากๆ เอาน่าวันศุกร์แล้ว วันพรุ่งนี้ก็ไปเที่ยวบ้านยายแล้ว พ่อบอกปารย์ (นึกในใจ ปารย์จะรู้ไหม๊นะ)
แค่พ่อเลี้ยวรถเข้าประตูโรงเรียน ปารย์ก็จำได้ เริ่มโวยวาย ไม่เอา ไม่เอา ชี้ไปที่ประตูโรงเรียน ยิ่งพ่อลงจากรถ ปารย์พยายามบังคับพ่อให้นั่งประจำที่คนขับ ทั้งน้ำตาและเสียงโวยวาย หนีลนลานไปอีกด้านของรถ น่าสงสารซะจริงๆ อดคิดไม่ได้ว่าคุณครูทำอะไรปารย์นะ จึงได้ไม่ถูกใจเอาขนาดนี้ แต่นั่นแหละพ่อก็จำใจส่งปารย์ ให้คุณครูวรรณอุ้มไปห้องเรียน ทั้งน้ำตาทั้งเสียงโวยวาย แย่จริงๆเลย พ่อขับรถออกไปด้วยความเครียด....

Saturday, April 22, 2006

17 เมษายน 2549

เปล่าไม่ได้มีความสำคัญทางการเมือง อะไรกับประเทศไทย แต่เป็นวันที่ชีวิตน้องปารย์ ก้าวไปอีกก้าว ด้วยน้ำตา และเสียงหวีดร้อง (ประชาธิปไตย ไม่เคยได้มาด้วยการ เจรจา อย่างสันติ ใครกล่าวไว้ ทำไม!)

ไม่ใช่! ไม่ใช่การเมือง เอ๊ะ พูดไม่ฟัง!! แต่เป็นวันแรกที่น้องปารย์ ต้องย้ายการใช้ชีวิตประจำวันจาก บ้านเด็ก อันอบอุ่น (พ่อว่าบางวัน มันค่อนไปทางร้อนนะ) ไปสู่โลกกว้างที่โรงเรียนอนุบาลปานตะวัน (แต่มันก็ยังมีรั้วอยู่ดี อย่าแปลกใจไปเลย ประเทศจีนมันยังมีกำแพงเลย ลูก!!) วันแรกลูกปารย์ ใช้ชีวิตในโรงเรียน ย้ำโรงเรียน โดยมีแม่เปิ้ล คอยเป็นกำลังใจ อยู่ห่างๆ จากคำบอกเล่าของผู้เป็นแม่...

(ต้องอ่านดัดเสียงนิดนึงนะ) เออเดี๊ยนว่า... ไม่แม่ไม่เคยพูดคำนี้ แม่เล่าว่าลูกปารย์ ออกอาการงง!พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการเข้าแถวฟังเพลงชาติ คือต้องเข้าใจ ครั้งแรกของชีวิต แต่เป็นเพลงชาติไทย ประสานกับเสียงสะอื้นไห้ ของเพื่อนร่วมชั้น ปารย์เข้าใจ ว่าต้องประสานเสียงเพื่อความไพเราะ แต่ทำไมต้องแสดงกันจริงจัง มีน้ำตากันเห็นๆ ขนาดนั้น สวดมนต์ ออกกำลังกาย หน้าเสาธง (มันยังมีอยู่อีกหรือ พ่อนึกว่า มติ ครม. อนุมัติให้ยกเลิกไปนานแล้ว) เพื่อนร่วมห้องยังประสานเสียงเหมือนเดิม จนเข้าห้องสัปรด อ้อ แม่บอกว่าปารย์เรียนอยู่ห้องสัปรด (ครูคงเข้าใจ ว่าเด็กทุกคน อยากลองเรียนห้องสัปรดดูสักที เลยจัดให้ตั้งแต่ปีแรก จะได้ลองห้องอื่นๆ ต่อไป) ลูกปารย์เห็นคุณครูนี นำเพื่อนร่วมห้อง ทำโน้น ทำนี่ โต๊ะครูว่างอยู่นิ ปารย์เลยขอยึดเป็นทำเล สังเกตการณ์ อยู่ตรงนี้แหละ แม่เล่าต่อว่า ปารย์ได้กินก๋วยจั๊บ ที่อร่อยที่สุดในชีวิต (ดูจากปริมาณที่กินเข้าไป หรือหิวจน อะไรก็ได้มั๊ง... หลังมื้อเที่ยง คุณครูก็จัดให้ เพื่อนร่วมห้อง อ้าว!ปารย์ด้วยเหรอ นอน น้องปารย์ มานอน....

วันแรกแม่นั่งรถตู้กับปารย์ กลับไปรอพ่อที่บ้านเด็กด้วย วันนี้สนุกจริงๆ เลย แม่ว่า.....อ้าว

วันต่อมาถึงเวรพ่อไปส่ง แม่ติดภารกิจทัวร์ต่างประเทศ.....แล้วจะมาเล่าให้อ่านกันนะ

Wednesday, March 29, 2006

ตักแม่

เมื่อเช้าจู่ๆ ปารย์ก็คลานมานอนตักแม่ ตอนแม่รีดผ้า เออ! รู้สึกมีความสุขแบบอิ่มใจดีจัง ถือเป็นความสุขเล็กๆของคนมีลูก (แอบคิดว่า ถ้าปารย์โตแล้วยังกลับมาหนุนตักแม่บ้างคงจะดี)

ลุย Dino Park



พาเจ้าปารย์ ไปลุยสวนไดโน มา แหม! อันที่จริงแม่อยากเรียกว่าสวนกินตังก์มากกว่านะ แต่ก็เพื่อให้ปารย์ได้มีโอกาสเห็นอะไรๆ ที่มันแตกต่างไปจากชีวิตประจำวัน ก็คุ้มแหละ ที่เห็นว่าประสบความสำเร็จในการพาไปบ้างก็ตรงที่ปารย์เรียกเจ้ายักษ์ทั้งหลายที่ขยับไปมาว่าไดโนเสาร์( อันที่จริงเรียก .. เสาๆ ต่างหาก) แทนที่จะเรียกสัตว์ที่เดินสี่เท้าว่าหมาๆไปซะทั้งหมด

งานนี้คนที่สนุกที่สุดน่าจะเป็นพี่กาญจน์นะเพราะวิ่งไปมาซะทั่วงาน แม้จะกลัวๆเจ้ายักษ์เหล่านั้นอยู่บ้าง ขนาดให้ถ่ายรูปกับไดโนเสาร์ยังหันรีหันขวางตลอด คงกลัวเจ้ายักษ์งาบเอาเหมือนอย่างในหนัง แม่นะอยากจะบอกพี่กาญจน์ว่า เจ้านั่นหนะไม่กินเด็กหรอก กินแต่ตังก์

คนที่รับบทหนักที่สุดงานนี้มีสองคนคือตายุทธ์ กับยายหญิงของปารย์ เพราะต้องผลัดกันอุ้มเจ้าปารย์ที่ทำเป็นเดินไม่เป็น ส่วนแม่หนะรอดตัวเพราะเวลาปารย์อยู่กับยาย ปารย์ก็ไม่สนใจแม่อยู่แล้ว

Wednesday, February 15, 2006

ลุยป่าครั้งแรก ที่แก่งกระจาน


แม่ไปทำงานที่กัมพูชามา 1 อาทิตย์ ลูกปารย์เลยต้องอยู่บ้านกับพ่อ 2 คนอีกแล้ว น่าสงสารจัง ช่วงนี้พ่อเขางานยุ่งเลยต้องรอแม่มาแปะรูปให้

ลูกปารย์ขมักเขม้น กับการช่วยแม่ทำกับข้าว มาก ๆ โดยเฉพาะขั้นตอนจุดไฟนะ หาทางเอาเจ้าก้านไม้หัวสีแดงมาวางบนเตาแก๊สแม่ แต่คงอยากจะถามนะว่าทำไมมันไม่มีไฟขึ้นมาเหมือนแม่ทำหงะ

มาถึงปุ๊บเราก็เตรียมอาหารปั๊บ แม่บอกท้องอิ่มไว้ก่อน

กำลังตั้งใจ ช่วยกางเตนท์อย่างเต็มกำลัง น้อยๆ ที่ลานผีเสื้อ

อันนี้เต้นท์ผม มุดเข้ามุดออกสนุกมมักๆๆ


ต้องถ่ายรูปกับป้าย ก่อนเดินป่าซะหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าผมโม้


อิ อิ ใครทำอย่างผมได้บ้าง เดินป่าโดยเท้าไม่ติดพื้น


ที่นี่ พะเนินทุ่ง เพื่อนแม่บอกว่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เขาใช้เวลาเกือบ 2 วันจากลานผีเสื้อ กว่าจะเดินขึ้นมาชมทะเลหมอกที่นี่ แต่พวกเราใช้เวลา ชั่วโมงกว่าๆ เองอะ ว่าแต่ไหนหละแม่ ทะเลหมอก ผมเห็นแต่พื้น

Tuesday, February 07, 2006

แก่งกระจาน!!!

วันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา ครอบครัวเรา (แน่นอน มีผมด้วย พ่อ แม่ ยาย และน้าปุ๊ก) ย้ายที่นอนไปนอนเต็นที่อุณทยาน แก่งกระจาน เพชรบุรี นั่งรถ ตุเลง ตุเลง กันไป ดูเหมือนแม่ ถ่ายรูปไว้เยอะ รอแกกลับมาจาก กัมพูชาก่อน เราค่อยมาดูกัน

เป็นครั้งแรก ที่ผมได้โอกาสนอนเต็น ตื่นเต้น ระคน ระทึก กว่าจะหลับกันได้ เดินเข้า เดินออก กันหลายรอบ สุดท้าย หลับไปเมื่อไร ไม่รู้!!!
มีเรื่องราวมากมาย ผมยังไม่มีเวลาเล่า เดี๊ยวเรียบเรียงเรื่องราวหน่อย เพราะรู้ตัวอีกที ก็มานอนอยู่ที่บ้าน ร้องไห้แทบแย่

Monday, January 23, 2006

ลอยคอ !!!


กิจกรรม ลอยตามน้ำ เป็นอีกกิจกรรมที่เราสามแม่ลูก ถือว่าเป็น Highligh ของการไปเที่ยวกาญจนบุรี ก่อนลงแม่ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะกลัวลูกปารย์จะหลุดมือพลัดไปตามน้ำ แต่พ่อเขาบอกว่าปารย์จะได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ เลยตกลง แล้วก็สนุกจริงๆอะนะ ปารย์ก็สนุกแม้ว่าตอนแรกจะทำหน้าตื่นๆ แต่พอเริ่มคุ้นก็เอาขาตีน้ำใหญ่ แม่มาลุ้นก็ตอนต้องลากปารย์ต้านน้ำมาขึ้นแพนี่แหละ (ภาพนี้ได้มาจากเพื่อนของพ่อลูกปารย์)

Wednesday, January 18, 2006

ควันหลงวันเกิด ลูกปารย์


พี่กานต์ ให้การ์ดวันเกิดน้องปาร์ยอันนี้มาตั้งแต่ วันที่ 27 พย. แล้ว แต่แม่เก็บดีเกินไปจนนึกว่าหายไปแล้ว พอหาเจอเลยต้องรีบเอามา scan ไว้ก่อน

เป็นการ์ด 3 มิติด้วยนะ แม่ว่าใบหน้าที่ใหญ่ที่สุดหนะ น่าจะเป็นพี่กานต์นะ เพราะหูกางหนะเหมือนเลย ส่วนเด็กถือดาบ พี่กานต์ยืนยันว่าเป็นลูกปารย์ เจ้าหมากับหมีในภาพพี่กานต์ก้ไม่รู้จะอธิบายความหมายยังไงเหมือนกัน แม่เดาเอาว่าน่าจะวาดเพิ่มเติมเข้ามาเพื่อให้ภาพมีองค์ประกอบมากขึ้น

ปาร์ยชอบหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่แม่ชอบการ์ดใบนี้จัง

Tuesday, January 17, 2006

ที่น้ำตก เอราวัญ

ชั้น สองของน้ำตกเอราวัญ มีปลาเยอะสมชื่อ"วังมัจฉา"

ปารย์สนใจป้ายอันนี้มาก อ่านออกเสียงดังอยู่นาน (แต่ความสามารถของแม่น้อยเกินกว่าจะเข้าใจ) ดีใจมากที่ลูกสนใจอ่าน ขยันอ่านเข้าไว้ลูก "ปารย์" แปลว่าผู้รู้นี่นะ ถ้าไม่อ่านจะรู้ได้ไง..

เสื้อชูชีพขนาดเดียวกัน


อันนี้ไม่รู้ว่าลูกตัวใหญ่หรือแม่ตัวเล็กกันแน่ แต่ที่แน่ๆเราใส่ชูชีพขนาดเดียวกัน อิ อิ

วันเด็กปีที่ 2 ของ ด.ช. ปารย์


เราสามคน หนียายของปารย์ (ยายคงอยากไปด้วย) ไปเที่ยวกาญจนบุรี กันสนุกดี (อันที่จริงสำหรับแม่ก็สนุกทุกที่ ที่มีปารย์แหละนะ คราวนี้ถือว่าเป็นสนุกนอกสถานที่) ภาพนี้ถ่ายตอนเช้าที่รีสอร์ท บรรยากาศดีมักๆ เลยไปด้านขวาของภาพนี้นิดเดียวเป็นใต้ต้นหางนกยูงที่ ปารย์กับแม่เก็บเอาฝักที่ร่วงตามพื้น มาเหวี่ยงเล่น กะจะให้เป็นบูมมาแรง ที่ไม่ยักกะย้อนกลับมา คิดอยากถ่ายภาพเก็บไว้แต่ก็เสียดายความสนุกที่คงไม่ต่อเนื่อง ถ้าจะต้องวิ่งไปเอากล้องบนบ้านพัก

Monday, January 16, 2006

พ่อ..เจ้านี่จะงาบเราไหม?


พาลูกปารย์เที่ยว สวนสยาม ทะเลกรุงเทพที่เคยแสนจะฮิตในอดีต วันนี้คนไม่มากนัก แต่ก็ยังมีอะไรๆ ให้ปารย์พอตื่นเต้น อย่างเจ้าตัวในภาพนี้เป็นต้น อีกอย่างปารย์ชอบเล่นน้ำที่สวนน้ำ มากๆๆๆ เล่นจนเป็นเด็กดำปากเขียวไปเลย อิอิ

สนุกกับงานปีใหม่


เข้าใจว่าเป็นงานปีใหม่แรก ที่ปารย์รู้สึกสนุกด้วย ก็จะไม่ให้สนุกได้ไงนะ มีทั้งพี่กาญจน์ และพี่นัฏ เต้นเป็นเพื่อนอย่างนั้น งานนี้ปารย์เลยเต้นซะ....

Wednesday, January 04, 2006

ไปฟัง + ดูดนตรีในสวน


ปารย์ + พ่อ + แม่ + ยาย ไปฟัง + ดูดนตรีในสวน ที่สวนลุมพินี งานนี้นอกจากได้ฟังเพลงเพราะๆ จากวง Bangkok Symphony Orchestra แล้ว ยังได้ดูไฟสวยๆ ฉลองวัน Christmas ด้วย
ปารย์ตื่นเต้น หรือว่าตกใจก็ไม่รู้นะ ใจเต้นตึก ตึก เลยเวลาไฟทำเสียงดัง

Friday, December 30, 2005

วันพ่อ ปีที่ 2 ของลูกปารย์


ลูกปารย์ ได้จุดเทียนถวายพระพรในหลวง กะพ่อ และเพื่อนบ้านด้วยแหละ ไม่รู้ปารย์รู้สึกไงนะ เห็นทำหน้างงๆ และฮำเพลงความถี่ต่ำที่แม่ไม่เข้าใจ

Tuesday, November 29, 2005

เย้ สองขวบแล้ว แล้วยังไงต่อ!!

ผมครบสองขวบเต็มเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่นั้นแหละไม่ต่างอะไรจากวันก่อนๆนะหรอก
ตื่นสาย เพราะพ่อไม่ยอมตื่น โดนจับอาบน้ำเหมือนทุกวัน ดีแต่เป็นน้ำอุ่น พ่อพาไปนั่งรถเล่น... อ้าวไปบ้านยาย...

แม่ไม่อยู่ หลายวันแล้ว เหมือนโดนทิ้งในนิยายรันทดเลย เปล่าแม่ไปทำงานไกล วันเกิดผมเลยต้อง จดๆจ้องกันอยู่
มีพี่กานต์ วาดรูปให้เป็นการ์ดวันเกิด นึกว่าวาดรูปเหมือนผม แกบอกรูปลิง ที่เขาเขียว พ่อก็ดันลืมไว้บ้านยายอีก พี่นามให้กระบี่ไร้ใจมาหนึ่งอัน ญาติๆเลยเจ็บกันไปตามๆกัน

ยายอี๊ดให้หมวกหมา สำหรับหมาหรือเปล่า ทวดหนูไม่สบายอยู่ ยังหาเสื้อสวยมาให้ตั้ง 2 ตัว ที่ถูกใจ พ่อเอารถคันสีแดงสวย มาจากไหนไม่รู้
แว่วๆ ว่าน้าที่ทำงานให้มา อันนี้หวง ขอบอก ว้าเมื่อไรแม่จะกลับ คิดถึงแล้ว เบื่อพ่อ อ่านแต่รามเกียติ์อยู่นั้นแหละ

Monday, November 07, 2005

เข้าแล้วพ่อ!!!

น้าเจิด ยิงงงงง
งานนี้ช่วยพ่อลุ้นเหนื่อย

Sunday, November 06, 2005

เที่ยวเขาดิน อีกที


วันนี้ ปารย์ พายายไปเที่ยวเขาดิน ตามแผนที่แม่วางไว้
พ่อ เปลี่ยนแผนจากไปทำงาน เป็นไปกับเราด้วย

แม่บอกจะไปตั้งชื่อ ลูกม้าลาย ที่เกิด เมื่อวาน "4 พย" มั๊ง (ตามข่าว)
แม่บอกว่า เกิดในไทย ก็ต้องชื่อ "ลายไทย" เก๋ไหม๊ล่ะ

งานนี้ได้ดู เผ่ามาไซ (กระโดดสูง) กับหนุ่มเคนยา (Kenya boy) เป็นของแถม
สิ่งที่ประทับใจปารย์ มากที่สุด นอกจากลงจักรยานน้ำ แล้ว คงเป็นตัว อา อา อา อา นกสีดำสนิท อา อา อา

ไหนพ่อบอก ว่า กา ไง มันเป็นตัว อา อา อา ต่างหาก

Thursday, August 18, 2005

ผมหล่อไหม๊ครับ

เป็น Version ใหม่ล่าสุด ต้อนรับ 2 ขวบเต็ม

Thursday, July 28, 2005

ผมพามาเยี่ยมบ้านครับ

....พ่ออาสา บินขึ้นไปถ่ายรูป หลังคาบ้านมาให้ดู
ปารย์เลย เอามาฝาก ใครมาบ้าน จะได้ไม่หลง

...ว่าแต่ใครจะมา ยกมือขึ้น...

Sunday, July 24, 2005

วันนี้สอนน้าๆ update website ที่บ้านน้าเอ๋

..น้าๆ อยากมีส่วนร่วมกับ webblog ของนู่ พยายามจะทำ web ซึ่งปารย์ก็ยินดีจะแนะนำเทคโนโลยีให้อยู่แล้ว
ยังไง ก็พยายาม update กันบ้างนะ

Thursday, July 07, 2005

พาปารย์ไปดูละครใบ้

แม่พาปารย์ไปดูละครใบ้ (Pantomime in Bangkok ครั้งที่ 8) กับน้าปุ๊ก น้าปุ๋ย น้าฉัตร พี่นาม พี่เอริทร์ ที่หอประชุมใหญ่เมืองไทยประกันชีวิต เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา น้าปุ๋ยเขาเป็นขาประจำ รู้สึกว่าจะติดตามมาตั้งแต่ครั้งที่ 3 หละมั้ง จนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 แล้ว (เหนียวแน่นจริงๆ) ตอนแรกแม่ก็ลุ้นนะว่าปารย์จะยอมนั่งดูอยู่นิ่งๆได้ไหม ถึงกับเตรียมจองที่นั่งริมแถว เผื่อปารย์เบื่อจะได้รีบอุ้มออกไป ไม่อยากให้เสียงปารย์ไปรบกวนการดูละครของคนอื่น ก็มันละครใบ้นี่นะ ถ้ามีเสียงอื่นแทรกก็คงเสียอรรถรสแย่เลย แต่เชื่อไหมตลอกเวลา 4 ชั่วโมงจาก บ่าย2 ครึ่ง ถึง บ่าย 4 ครึ่งปารย์ไม่โวยวายเลย มีแต่ช่วงพักครึ่งเท่านั้นที่ออกลายวิ่งเล่น ขึ้นลงบันไดหอประชุมซะทั่ว แต่พอเริ่มการแสดงก็นั่งตั้งใจดู ถึงแม้จะมีขยับไปมาบ้างแต่ก็ไม่มาก ดูสนใจกับการแสดง บางครั้งก็นั่งดูเงาสะท้อนของการแสดงบนเวทีไปที่เสา ซึ่งแม่เดาเอาว่าอาจเป็นวิธีการดูเฉพาะตัวที่เพิ่มอรรธรสให้กับละครก็ได้มั้ง มีบางครั้งหัวเราะออกมา แต่ก็ไม่รู้หัวเราะตามคนอื่นหรือดูเข้าใจแล้วหัวเราะในการแสดง แต่อะนะ อย่างหนึ่งที่แม่รู้ก็คือปารย์ชอบดูการแสดง คราวหน้าแม่จะพาไปดูอีกนะ

Wednesday, June 01, 2005

ไปเยี่ยมปู่กะย่า!!

...หลังจากที่แม่กลับมาจากเรือวันที่ 18 พค. เราก็ได้เดินทางไกลกันโดยมีพ่อเป็นสารถี คราวนี้พ่อกะแม่ พาผมนั่งรถเล่น โดยมียาย กะน้าปุ๊ก อ้อ อาลัก อีกคนไปด้วยกัน รวมผมก็ 1..2..3..4... 6 คน ผมก็สนุกสนานซิครับ ปีนไปหน้าที กระโดดมาหลังที แถมมีฝนตกให้ดูเป็น MV โศกๆ ไปตลอดทาง

...แม่ขอยืมกล้องวีดีโอ น้าปุ๊ย ไปด้วย นัยว่าจะทำ สารคดี การเดินทาง อะไรเทือกนั้น เราไปถึงบ้านย่า กันจริงๆ วันที่ 22 พค. ยังหรอก ผมจะยังไม่เล่าอะไร มากมาย เห็นพ่อกำลังยุ่งๆ กับ วีดีโอ กับรูปถ่าย ผมเลยอยากให้พ่อทำให้เสร็จ ก่อนแล้ว จะมาเล่าให้อ่านเล่นกัน ไม่รู้รอจนลืม หรือเปล่า เร่งหน่อยพ่อ!!!

Friday, May 13, 2005

พ่อหนีปารย์ไปไหน!!

...วันที่ 10 กับ 12 ที่ผ่านมา อาลัก อุ้มปารย์ขึ้นไปนอน ปารย์รอพ่อไม่ไหว มันง่วง
แต่ตกดึก พ่อก็เป็นคน เอาน้ำให้ปารย์กิน ทุกครั้ง และก็นอน ด้วยกัน ยันสว่าง

...พ่อหนีปารย์ไปเที่ยวที่ไหนมาเหรอ??? แว่วๆ ว่าพ่อบอกปารย์ไว้เหมือนกัน แต่ไม่ค่อยได้สนใจฟัง
พ่อจะงาน สวด ที่วัด อะไรสักอย่างนี้แหละ

...พ่อต้องไปอีกกี่วันเหรอ จะปล่อยให้ ปารย์นอน โดยมี อาลักนั่งเฝ้า อีกไหม๊น๊อ!!

Monday, May 09, 2005


ลุงสายัญ!! Posted by Hello

ลุงสายัญ มาเยี่ยม!!

...วันศุกร์ที่ 6 พฤษ์ ที่ผ่านมา ลุงสายัญ โทรหาพ่อแต่เช้ามืด บอกว่ามาถึงแล้ว เป็นอีกวันที่ลุงมาเยี่ยมบ้านเรา ลุงสายัญเป็นเพื่อนพ่อ มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม (นานแค่ไหน ปารย์ไม่รู้) เป็นคนเรือ พ่อบอกอย่างนั้น คงหมายถึงทำงานบนเรือมั๊ง

...พ่อถามลุงได้ความว่า จะบินไปรับตำแหน่ง "ต้นกล" ที่สิงคโปร์วันอาทิตย์นี้ (มันหนักไหม๊ ไอ้ตำแหน่งนี้) ลุงแกตัวใหญ่ดี เช้าๆอุ้มปารย์เที่ยวได้ไม่เบื่อ ชอบซื้อผลไม้ คราวละเยอะๆ มาไว้ที่บ้าน คราวนี้ มีกลิ่นทุเรียนหึ่งบ้านเลย

...แว่วๆจากพ่อว่าลุงสายัญกำลังมีน้องเป็นของตัวเอง หลังจากเล่นอยู่กับลูกคนอื่น ไปทั่วแล้ว (รวมถึงปารย์ ด้วยไหม๊เนี้ย) แต่เห็นลุงบอกพ่อว่าจะกลับมาอีกที ก็เดือนพฤศจิแน้ อีกกี่เดือนละ

...เย็นวันเสาร์ ลุงชวนพ่อ อาลัก และเอาปารย์ไปด้วย กินข้าวนอกบ้านกัน ปารย์ชอบซิ มีสาวๆ มาอุ้ม ไปโน้นที ไปนี้ที ไม่ค่อยได้กินอะไรกับเค้าเลย

...เช้าวันอาทิตย์ ปารย์ตื่นสายหน่อย พ่อไม่รู้ไปไหนแล้ว ปารย์เดินเรียกหา (แถมน้ำตานองแก้มไปด้วย) พ่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ปารย์เลยช้าที่สุด เดินออกนอกบ้านมา เอ๊ะ ทำไมคนเยอะแยะไปหมด ลุงสายัญแต่งตัวหล่อ นอนที่เปล บอกว่าเค้าแต่งงาน บ้านตรงข้าม ปารย์ไม่สนใจ แต่จะเดินยังไงล่ะ นี้มันที่ผมเดินประจำนะ

...พ่อจัดตะกร้านม กับกระเป๋าผ้า เอ๋ ลุงสายัญ ไปบ้านยายกับเราด้วยเหรอ พ่อบอกให้ติดรถเราไปหาแท็กซี่ จะง่ายกว่า อ้อลุงบอกจะไปรับตำแหน่งใหม่ ล่ะซิ กลับมาเยี่ยมปารย์อีกนะ...

Monday, May 02, 2005

น้าปุ๊ยเก่ง!!

...วันเสาร์ที่ผ่านมา(30 เมษายน) พ่อเอาผมไปทิ้งไว้กับ น้าปุ๊ย น้าปุ๊ก บ้านยาย เหตุเพราะจะหนีเที่ยว ผมก็ชอบซิครับ มีคนเอาใจเยอะกว่าอยู่กับพ่อเป็นไหนๆ

...แต่วันนี้ แปลกเพราะ น้าปุ๊ก จับผมนั่งรถ ไปไกลลิบ มีน้าปุ๊ย พี่นาม(น่าจะเป็น "น้านาม" นะ แต่แกไม่เล่นด้วย หากเรียกแกว่าน้า คนเราไม่ชอบแก่ กันเหรอ) พาไปดูละครใบ้ ผมก็ งงๆ แต่ หนุกดี กว่าจะกลับบ้านกัน ผมอดกินข้าวกลางวันเลย ตื่นอีกที ถึงบ้านซะแล้ว

...งานนี้ เห็นเล่ากันว่า น้าปุ๊ย ไปรับรางวัล จากการประกวด "นิทานสำหรับเด็ก" ของมูลนิธิเด็ก เป็นรางวัล อะไรไม่รู้ แต่น้าแกก็เก่งจริงๆนะ คว้ารางวัลมาได้ เอาไว้ผมไปถามแกใหม่ ว่าแกได้รางวัลอะไร กันแน่ เห็นแกเก่ง ทำขนมนึกว่าประกวดขนม แต่ผมงอม เพราะกลับมาแถมเอาน้ำมูกใสๆ มาฝากให้พ่อด้วย เลยโดนบังคับบีบคอให้กินยาหวานอีกแล้ว

...แต่....ไม่เห็นแกเล่านิทานให้ผมฟังบ้างเลย เก็บมุกไว้ล่ารางวัล หรือเปล่า น้า

I'm growth up! Posted by Hello

Friday, April 29, 2005

หนึ่งขวบกับห้าเดือน!!!

...27 เมษายน ที่ผ่านมา เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ ตั้งฉากกับกรุงเทพฯ แต่ขอโทษ ฝนกระหน่ำแต่เช้า จนบางเขตของกรุงเทพฯ แปลงสภาพเป็นทะเล ดีว่าไม่มี ซึนามิ ตามมาด้วย

...เปล่า ปารย์ไม่ได้ไปไหนหรอก สำหรับวันครบรอบ "หนึ่งขวบกับห้าเดือน" เช้าก็ไปบ้านเด็ก กับพ่อ แทนที่จะได้ซิ่งจักรยาน ก็ต้องถูกมัด ไปใน "สีกุน" แต่บรรยากาศ ก็แปลกไปอีกแบบ เพราะมีฝนตก มาให้ปารย์ดูเล่น เย็นพ่อก็ไปรับ ถึงแม้จะเย็นกว่าปรกติ แต่ปารย์ก็ยัง เต้นได้อย่างมีความสุข หน้าทีวี

...สิ่งเป็นบ่งบอกว่า ปารย์ โตขึ้น ก็เห็นจะเป็น อารมณ์ที่ ฉุนเฉียว ง่ายขึ้น (อาจจะเป็นเพราะหน้าร้อน หนุ่มหน้าหนาว ไม่ชอบเอามากๆ) การพยายามสื่อสาร กับคนรอบข้าง แต่ขอโทษ ปารย์จะพูดแต่ภาษาปารย์ เท่านั้น จนบางที พาลโกรธพ่อ เพราะไม่ยอมเข้าใจว่าปารย์พูดอะไร พ่อเองก็พยายามบอกให้ปารย์ พูดในสิ่งที่ผู้ใหญ่เค้าพูดกัน เช่น เรียกหมาว่าหมา ไม่ใช่พ่อ หรือพยายามให้พูดว่า นม หรือ น้ำ แต่ปารย์ก็ทนไม่ไหว เดินไปหยิบ มากินเอง ด้วยความรำคาญ เพราะ ปารย์บอกแล้ว แต่ไม่มีใครเข้าใจ

...มีวันหนึ่ง ย่าโทรมาคุยกับอาลัก ปารย์ก็อยากคุยบ้าง มีแต่ "อึก" กับ "อัก" จน ย่างง! ว่าปารย์พูดอะำไร

...ระหว่างที่แม่ไปทำงานบนเรือ ปารย์ก็สบายหน่อย ตรงที่ไม่มีใครบังคับ ให้กินโน้น กินนี้ บังคับให้แปรงฟันก่อนนอน เพราะพ่อยอมปารย์เสมอ ขอเพียงให้ปารย์อารมณ์ดีไว้ก่อน แต่หลายครั้งพ่อก็ตีปารย์เจ็บๆ เหมือนกัน กว่าปารย์จะโต พ่อคงตีปารย์นับไม่ถ้วน แน่ๆ

...ในวาระที่ครบรอบ เดือน พ่อก็หวังว่า ปารย์คงสนุก กับการใช้ชีวิต ที่โตขึ้นเรื่อยๆ เพราะยังไม่ต้องมีหน้าที่ทำอะไร (ฮา) ยังไงก็พยายามกิน มื้อเช้าที่อาลักอุส่าห์ลุกจากที่นอนมาทำให้ปารย์กิน บ้างก็น่าจะดี ดีกว่าจูงมืออาลักไปซื้อยาคูล อย่างเดียว

Tuesday, April 26, 2005

น้องปารย์ตื่นสาย!!

...ที่ต้องพูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากปรกติน้องปารย์เป็นคนตื่นเช้า ถึงเช้ามากประมาณ ตีห้า ตีห้าครึ่ง ก็ไม่อยากจะนอนแล้ว ด้วยเพราะเข้านอนเร็วมั๊ง

...แต่เมื่อวานเย็น พ่อไปรับน้องปารย์จากบ้านเด็ก เห็นน้องปารย์เต้น อย่างเมามัน ที่หน้าทีวี เพลงอะไร พ่อก็ไม่เคยได้ยิน ขณะที่พี่ๆ น้องๆ คนอื่นนั่งดูกันอย่างเสียไม่ได้ ดูมันไปอย่างนั้นแหละ
พ่อเรียกปารย์ หลายครั้ง ปารย์ก็หันมายิ้ม และเต้นต่ออย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนจบเพลง และอีกเพลง พ่อเห็นว่า น้องปารย์คงไม่ยอมกลับบ้านแน่ๆ หากปล่อยให้เป็นเช่นนั้น ต่อไปเรื่อยๆ จึงตัดสินใจขณะเพลงจบลง ก่อนขึ้นเพลงใหม่ พ่อเดินไปคว้าตัว เหมือนลักพาตัว ไปจากทีวี น้องปารย์ ทำท่าฮึดฮัด อยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่มาก

...มาถึงรถซิ โวยวายใหญ่ กว่าจะสงบ พ่อต้องจูนวิทยุ ไปคลื่น 105 Smoonth FM แต่เป็น Hip Hop นะ ทั้งพ่อ ทั้งลูก โยกหัวกันไป หัวเราะกันไป อย่างมีอารมณ์ร่วมกับเพลง พ่อนะไม่เข้่าใจหรอก เพลงมาว่าไง แต่ไม่รู้ว่าน้องปารย์จะคิดยังไง

...วันนี้แปลกอีกอย่าง คือน้องปารย์ เดินเล่นได้ซักพัก ก็เดินเข้าบ้านเอง ไม่ใช่วิสัย ที่จะเห็นได้ง่ายๆ เดินหาขวดน้ำ แล้วมานอนกินอย่างมีความสุข ท่าทางเหมือนหมดแรง คงเป็นผลของการเต้นโชว์ ที่บ้านเด็ก จนพ่อกินข้าวเสร็จ อาลัก เปลี่ยนขวดน้ำเป็นขวดนม น้องปารย์ ก็กินต่อจนเกืิอบหมด ตามนิสัย แล้วร้องขอน้ำใหม่ ท่าทางอยากกินน้ำอย่างเดียว

...พักใหญ่น้องปารย์อึ อาลักเลยให้อาบน้ำด้วยซะเลย หลังใส่กางเกงได้ น้องปารย์ก็กินน้ำต่อ กว่าจะยอมใส่เสื้อ เล่นให้รอซะเกือบหลับ แต่น้องปารย์ทำท่าจะหลับซะดื้อๆ อย่างงั้นแหละ พ่อเลยชวนน้องปารย์ขึ้นนอน ยังไม่สองทุ่มเลย...

...ผิดคาด พอเข้าห้องนอน แอร์เริ่มเย็นขึ้น น้องปารย์ เริ่มมีแรง เดินหยิบโน้น เล่นนี้ คว้านั้น เขวี้ยงไปทางโน้น สารพัด ไม่มีที่ท่าว่าจะนอน หรือหาวให้เห็นเหมือนอยู่ข้างล่าง จนเวลาล่วงเลยไปไกล พ่อหลับๆ ตื่นๆ ตามจังหวะที่น้องปารย์ มาชวนชี้ ให้ดู ส่งนั้นให้รับ ตามนิสัย จน สามทุ่มกว่า จวนจะสี่ทุม พ่อไม่ไหวแล้ว เลยจับน้องปารย์ มากินน้ำนอน นั้นถึงจะยอมหลับกันได้

...กลางดึก ก็มีร้องหาน้ำ เป็นระยะๆ จนพ่อต้องเติมน้ำใหม่อีก ขวด เช้านี้ปารย์ไม่ตื่นมาปลุกพ่อ หกโมงแล้ว พ่ออาบน้ำ กลับมา ปารย์ยังเหมือนเดิม จนหกโมงครึ่ง พ่อเลยอุ้มปารย์ทั้งที่หลับ ลงข้างล่าง พ่องง ปารย์ยังหลับต่อได้ อาลักทำมื้อเช้าไว้ให้ คงไม่ได้อวดปารย์ พ่อเห็นท่าไม่ดี จึงปลุก พร้อมกับให้อาลักพาปารย์ไปล้างหน้า ออกมาให้กินนมพร้อมแต่งตัว ไปบ้านเ้ด็ก โดยจักรยาน ฮัมเพลงกันไปอย่างมีความสุข คงชาร์ทแบตเต็มที่ เตรียมไปเต้นโชว์ต่อไป

Friday, April 22, 2005


มันใช่อย่างนั้น เหรอพ่อ !! Posted by Hello

น้องปารย์ กับ ยาคูล!!

...เป็นที่ทราบกันในหมู่ญาติมิตร ว่าถ้าไม่ใช่ "น้ำมะพร้าว" แล้วน้องปารย์ ขอเป็น "ยาคูล" ไม่แน่ใจว่าแอบไปชอบ "สาวยาคูล" เข้าหรือเปล่า พ่อพยายามสืบอยู่..

...ถึงขั้นแม่เปิ้ล ลงทุนซื้อตุนไว้ "แปดขวด" ก่อนออกเรือ แต่คงได้แต่ตุนไว้จริงๆ เพราะแม่เปิ้ลลืมเอากลับบ้าน ก่อนไปเรือ (ปารย์ ฮาไม่ออก)

...ไม่รู้ว่า อาลัก จะลองใจหรืออย่างไร พ่อไม่ทราบได้ วันแรกที่ไปรับน้องปารย์ มาจาก "บ้านเด็ก" อาลัก เอาใจโดยการซื้อ ยาคูล ให้ 1 ขวด ก่อนเข้าบ้าน...

...อาลัก คงไม่รู้หรอกว่า การทำเช่นนั้น เป็นการทำผิดมหันต์ เพราะ วันที่สอง น้องปารย์ เดินเข้าร้านเอง โดยไม่ต้องมีใคร เชื้อเชิญ เป็นอันรู้กันกับเจ้าของร้าน โดยไม่ต้องสั่ง "น้องยาคูล 1 ขวด" น้องปารย์ ก็เดินออกจากร้านพร้อม ยาคูล คู่ใจ

...รปภ. หมู่บ้าน คงจะได้เห็นภาพนี้ ไปอีกหลายวัน จนกว่า แม่เปิ้ล จะเอา ยาคูล แปดขวด ที่ตุนไว้ มาให้น้องปารย์...

Wednesday, April 20, 2005

ปารย์ กับ พ่อ! (รอบนี้นาน)

...วันนี้(19 เมษ์) เป็นวันแรก ที่ปารย์ต้องอยู่กับพ่อ โดยที่แม่ไปทะเล!! กำหนดการ 1 เดือน นานพอดู..

...ปารย์ไปบ้านเด็ก ด้วยอารมณ์สดใส เพราะแม่ยังไปส่งได้ แต่พอตกเย็น เห็นหน้าพ่อ มารับ ทั้งที่ไม่ได้มาสายแต่อย่างไร ปารย์กลับร้องไห้ อย่างเสียใจสุดซึ่ง (คงไม่คิดว่า ที่แม่บอกว่าจะไม่อยู่ เป็นจริง!!) เป็นครั้งแรกที่พ่อต้องขับรถ ไปพร้อมกับอุ้มปารย์ไว้บนตัก ลำบากมาก (พ่อขาสั้น เกินที่จะทำอย่างนั้นได้สะดวก) แต่มันก็พอที่จะให้ปารย์สงบได้ พ่อยอม(กรอดๆ)

...ถึงบ้านปารย์คงยอมรับแล้วว่า จะไม่มีแม่อยู่ด้วยซักพัก จึงใช้ชีวิตอย่างปรกติ โดยการงอแงไม่ยอมเข้าบ้านเหมือนเดิม (ฮา) นั่งรถจักรยานเล่นกับพ่อพักใหญ่ เล่นกับพี่แพ็ท พี่บิกส์ แล้วก็โดนอุ้มเข้าบ้านด้วยอาการ ฮึดฮัด

...ที่บ้านมีอาลัก ทำกับข้าวอยู่ ปารย์ก็พยายามไปช่่วย อย่างสุดความสามารถ จนถึงขั้นยื่นแย้งกัน พ่อไม่เห็นว่ากำลังแย้งอะไรกัน แต่สุดท้ายคงตกลงกันได้ดี

...หมดวันด้วยความสงบสุข ปารย์อาบน้ำโดยมีอาลัก พยายามช่วย หรือพยายามจับอาบอยู่ แล้วพ่อลูกก็ขึ้นไปนอน ก่อนปารย์หลับไป พ่อเล่านิทานโดยการอ่านเรื่อง ซาร์ วีรบุรุษ แต่ปารย์ ก็อยากจะปิด กล่องใส่ยา มากกว่า เปิดปิด กัน หลายสิบรอบ จนหลับ....

...เช้าวันที่ 20 เมษ์ อาลัก ทำปลาต้มกับข้าวให้ปารย์ กิน แต่ปารย์อร่อยอยู่ไม่กี่คำ ก็เลิก พ่อเลยจับปารย์อาบน้ำซะ ก่อนไปบ้านเด็ก ปารย์ขอกินนม โดยการชี้แล้วโวยวายไปกระป๋ิองนม ซึ่งเป็นอาการบอกว่าอยากกิน (อันธพาลน่าดู) เราไปบ้านเด็กโดยจักรยาน ดูปารย์ชอบ ฮัมเพลงไปตลอดทาง ระหว่างทางก็ชี้โน้น ชี้นั้น

...พอถึงบ้านเด็ก แทนที่ปารย์จะเดินเข้าบ้าน กลับโผ้หาพ่อ จนเดือดร้อนป้าอิม ต้องลากตัวไป

...แล้วเจอกันตอนเย็นนะ พ่อขอให้อาลัก ไปรับปารย์ตอนเย็น

Tuesday, March 29, 2005

สวดมนต์

ผมเห็นแม่นั่งพนมมือ แล้วพูดๆ ๆ อะไรสักอย่าง ซึ่งคงไม่ได้พูดกับผมแน่นอน เพราะไม่เห็นแม่สบตาผมเลย สักพักแม่ก็ก้มลงไป เอาหัวกับมือไปซุกกับหมอน แม่ทำอย่างนี้เกือบทุกคืนก่อนนอนนะถ้าไม่ง่วงเกินไป ผมไม่เข้าใจหรอกว่าแม่ทำอะไร


เมื่อคืนตอนแม่กำลังทำอย่างที่เล่ามาแล้ว ผมก็เลยลองทำบ้าง ก็แค่นั่งข้างๆแม่ เอามือมาชนกัน แล้วส่งเสียงออกมา สักพักแล้วก็เอามือสองข้างไปซุกที่หมอนแม่ ผมทำอยู่สองครั้ง พอแม่เลิกทำแล้ว แม่หอมผมฟอดใหญ่ แล้วพูดว่าลูกปารย์เก่งจัง ...สวดมนต์...ได้แล้ว ดูแม่จะปลื้ม มากๆๆๆ ที่ผมทำตาม สงสัยไม่ค่อยมีใครทำตามมั้ง...

Friday, March 25, 2005


ผม 1 ขวบ 4 เดือนแล้ว!! Posted by Hello

Wednesday, March 23, 2005

เมื่อผมอายุ 1ขวบ 4 เดือน

สวัสดีครับ...
ผมหายไปนานหลายเดือนเลย แต่ผมคิดว่ามิตรรักนักอ่านทุกท่านคงเข้าใจ ก็บันทึกที่ผมเขียนมันเป็นบันทึกพัฒนาการใช่ไหมครับ แต่หลายเดือนที่ผ่านมา ผมแทบไม่มีพัฒนาการอะไรใหม่ๆ ผมก็เลยไม่มีอะไรจะเขียน (ผู้ใหญ่เขาเรียกว่าข้ออ้างครับ) ถึงมันจะฟังดูเป็นข้ออ้างไปหน่อย แต่มันก็อยู่บนพื้นฐานของความเป้นจริงกว่า 50% นาครับ คือพัฒนาการของผมในตอนนี้ก้ไม่ได้มีอะไรคืบหน้าไปกว่าการเดินได้ไปสักเท่าไรเลย จะให้สวัสดี บ๊ายบาย ส่งจูบ ก็พอได้อยู่ครับ แต่ไม่ถึงขนาดกดปุ่มทำได้ตามคำสั่งเหมือนเด็กบางคน พูดก็ยังไม่ได้ครับ อันนี้จะว่าผมไม่ได้นะครับ ทีคนบ้านย่าพูดภาษาใต้ คนบ้ายายพูดภาษากลาง บิ๊กเบิร์ดพูดภาษาอังกฤษ ผมยังไม่เคยว่าเลย ผมรับฟังทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ยิ้ม... หัวเราะ...บ้างประปรายแล้วแต่อารมณ์ ญาติผู้ใหญ่ ใครๆมาทักผม ผมมักตีหน้าเรียบเฉยครับ คือมันเป็บบุคลิกส่วนตัวนะครับ แต่ผมมักโดนบ่นว่า
แหมไม่ยิ้มเลย
ยิ้มยากจัง
อะไรประมาณนี้ ผมว่าเป็นเด็กเล็กนี่ลำบากไม่น้อยไปกว่าพวกดาราเลยนะครับ ต้องคอยยิ้มให้คนนั้นคนนี้ ไม่งั้นจะโดนว่า ถ้าเป็นแบบนี้โตขึ้นผมเปลี่ยนใจไม่เป็นดาราแล้วดีกว่า ถึงแม้จะรู้ตัวมาตลอดว่าตัวเองหล่อมากก็ตาม ไปเป็นยามหรือนักกีฬาเดินทนคงจะเข้าทางมากกว่า เพราะผมยังคงไม่ยอมนอน และเอาแต่เดินไปเดินมา นับรวมระยะทางในหนึ่งอาทิตย์ ผมว่าคงไม่น้อยกว่าระยะทางกรุงเทพ-อยุธยา แน่

ดูเหมือนผมจะเป็นแค่เด็กน่าเบื่อๆ คนหนึ่งใช่ไหมครับ ผมรู้ครับว่าชีวิตผู้ใหญ่ก็น่าเบื่อ ซ้ำซาก ก็อยากจะมาหาอะไรแปลกใหม่ให้ชุ่มชื่นหัวใจจากเด็กๆบ้าง แต่กลายเป็นว่าผมเอาแต่เดินไปเดินมา ไม่พูดไม่จา ไม่ยิ้ม ไม่แย้ม ต่างจากเด็กหลายคนที่อายุ 1 ขวบ กับ 4 เดือนแบบนี้ กำลังน่ารักเลย ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงก็คงจะ จ๊ะ จ๋า คะ ขา น่าหมั่นไส้ ถ้าเป็นเด็กผู้ชายก็คงจะซุกซน ยิ้ม หัวเราะ ทำหน้าทะเล้น เจอเพลงโฆษณาในทีวี สนุกๆ ก็คงจะร้องตาม เต้นตาม เป็นที่น่าเอ็นดู แต่ผมขอยื่นยันครับว่ามันเป็นบุคลิกส่วนตัว ผมพอใจจะเดินไปมา หาค่าความชื้นสัมพัทธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ พอใจจะใช้ฝ่าเท้าสัมผัสพื้นผิวที่แตกต่างกันของ อิฐ ปูน ทราย ไม้ สนามหญ้า พื้นดิน พอใจจะหยิบจับของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่ว่าจะเป็นเศษกระดาษ เศษขนมปัง ชิ้นส่วนตัวต่อ ที่ดูเหมือนๆกัน ซ้ำไปซ้ำมา เพราะรู้ว่าอะไรที่ดูเหมือนๆกัน อาจจะไม่ได้หมายความว่า ทุกชิ้นเหมือนกันจริงๆ

ผมเคยได้ยินพวกผู้ใหญ่สอนให้เด็กที่โตแล้ว ให้มีความเป็นตัวของตัวเอง ผมอาจจะแก่แดดไปสักหน่อย ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงตั้งแต่ยังไม่สองขวบ ผมรู้ว่าคาแรคเตอร์ของตัวเองเป็นแบบนี้ หล่อ เข้ม ยิ้มยาก พูดน้อย (พูดยังไม่ได้) แต่ฉลาด ลุ่มลึก ผมแค่อยากจะรักษาคาแรคเตอร์ของตัวเองเอาไว้ อุ๊ย... ฟังดูเป็นดาราระดับซุปเปอร์สตาร์ ยังไงก็ไม่รู้นะครับ แหมของอย่างนี้มัน Born to be น่ะครับ ช่วยไม่ได้จริงๆ

Thursday, March 10, 2005

จันทบุรี

เดือนก่อน (กุมภาพันธ์) หลังวันแห่งความรัก พ่อ พาผมไปเที่ยว จ.จันทบุรี
ผมก็สนุกนะซิ ได้ดูทะเลด้วย โอ๊ย มันช่างกว้างใหญ่อะไรเนี้ย นึกว่าใหญ่ว่าสระที่หมู่บ้านซักหน่อยเดียว

แล้วพ่อยัง จับผมลงไปด้วย สยอง!! แต่อย่่างอื่นนะดีหมดเลย มีห้องให้เดินเล่นกว้างขวาง
แม่พาผมเดิน เข้าป่า มีน้ำอยู่ด้านล่าง เดินหาอะไรกันก็ไม่รู้ ไม่เห็นมีใครเลย แล้วหาเจอหรือเปล่าก็ไม่รู้
มีส้มเชียงใหม่ที่ร้านข้าวใกล้ๆอร่ิอยมาก เจอคุณลุงใจดี

เมื่อไหร่ พ่อจะพาผมไปอีกน่า....

ทะเล!!! Posted by Hello

Friday, January 14, 2005


New Navy!! Posted by Hello

วันเด็กครั้งแีรกของผม!!!

...เมื่อวันเสาร์ที่ 8 เป็นวันเด็กแห่งชาติ จริงๆ ปีก่อน ผมก็ผ่านวันเด็กนี้มาแล้วรอบนึง
แต่ตอนนั้น ผมคงอยากกินนมกับร้องไห้อย่างเดียว ก็มันแค่ สองเดือนกว่านี่ครับ

...มาปีนี้ ผมอุปโหลก เอาว่ามันเป็นวันเด็กแห่งชาติครั้งแรกของผม ส่วนใครจะค้าน ก็ไม่ถือสา
พ่อกะแม่ แกคงเหอลูกชายอย่างผม กลัวจะน้อยหน้าคนอื่น เลยหอบเอาผม
ไปเทียวงานวันเด็กที่กรมอู่ทหารเรือ ป้อมพระจุลจอมเกล้า สมุทรปราการ

...โอ้ย คนเยอะแยะไปหมด อะไรก็ไม่รู้ วุ่นวายมาก พ่อก็กระเตง ผมไปดูเรือ เรือรบมั๊ง ดูรถอะไรก็ไม่รู้ มีปืน
แต่ที่ผมชอบมากที่สุด คือพี่ทหารเรือ แจกเวเฟอร์เซี่ยงไฮ้ ผมคว้ามาได้ อันหนึ่ง พ่อแย่งไปอันหนึ่ง แย่งเด็ก...


...แล้วที่สุดของวันคือผมได้ของขวัญ หลายอย่าง จากงานวันเด็ก ของผู้ใหญ่ หมายถึงเค้าเลือกเอาวันนี้เป็นงานฉลองปีใหม่ของญาติแม่
ผมนึุกว่าผมจะเป็นเด็กที่สุดในงานแล้ว กลับมีน้อง 20 วันมาตัดหน้าไปอย่างหน้าเจ็บใจ

...อย่างไงก็ดี ผมว่าผมมีความสุขกับงานวันเด็ก+ปีใหม่ครั้งแรกของผมนะ

Wednesday, January 05, 2005

ซึนามิ!!!

น้องปารย์ ขอแสดงความเสียใจ และอาลัย แด่ผู้ที่สูญเสีย ญาติพี่น้อง แก่เหตุธรณีพิบัติ คลื่นยักษ์ถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 น้องปารย์ หวังให้เป็นครั้งสุดท้าย สำหรับคนไทย

เศร้าใจ จริงๆ